‘เพื่อไทย’สงสาร‘ยิ่งลักษณ์’ เห็นช่องขายข้าว 18.9 ล้านตัน เป็นหลักฐานใหม่สู้ต่อ

‘เพื่อไทย’สงสาร‘ยิ่งลักษณ์’ เห็นช่องขายข้าว 18.9 ล้านตัน เป็นหลักฐานใหม่สู้ต่อ

‘เพื่อไทย’สงสาร‘ยิ่งลักษณ์’ เห็นช่องขายข้าว 18.9 ล้านตัน เป็นหลักฐานใหม่สู้ต่อ

วันอาทิตย์ ที่ 25 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 11.24 น.

‘เพื่อไทย’สงสาร‘ยิ่งลักษณ์’คดี‘จีทูจี’จำนำข้าว เตรียมใช้ช่องทางกฎหมายสู้ต่อ เห็นช่องขายข้าว 18.9 ล้านตัน เป็นหลักฐานใหม่

25 พฤษภาคม 2568 นายดนุพร ปุณณกันต์ โฆษกพรรคเพื่อไทย (พท.) แถลงว่า พรรคเพื่อไทยห่วงใยและสงสาร น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ในคดีรับจำนำข้าว เพราะทราบดีว่าเป็นคดีที่เกิดขึ้นในช่วงการปฏิวัติรัฐประหาร และเป็นหนึ่งในเหตุผลของการยึดอำนาจ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ในปี 2557 ซึ่งเวลาผ่านไปกว่า 10 ปีเชื่อว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ มีทีมกฎหมายทีมทนายที่ร่วมต่อสู้คดี และเมื่อคดีถึงที่สุดทางพรรคเพื่อไทยเองก็ต้องน้อมรับคำตัดสินและจะใช้ช่องทางกฎหมายเท่าที่เหลืออยู่ต่อสู้ในคดีนี้ต่อไป

นายดนุพร กล่าวว่า ทางพรรคเองเป็นกำลังใจให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ หลังคดีตัดสินมีการสอบถามมายังพรรคเยอะมาก จึงได้มีการพูดคุยกับฝ่ายกฎหมายและผู้ใหญ่ของพรรค พบว่า คดีนี้ยังมีช่องทางที่ยังพอต่อสู้คดีได้ เมื่อเดือนกรกฎาคมของปีที่แล้ว มีการขายข้าว 18.9 ล้านตัน ซึ่งจะเป็นหลักฐานใหม่ที่จะนำไปสู่การขอให้ศาลปกครอง พิจารณาพิพากษาคดีหรือมีคำสั่งชี้ขาดได้ภายใน 90 วันตามมาตรา 75 แห่งพระราชบัญญัติการจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครองพ.ศ.2542

“หลักฐานใหม่นี้เป็นการขายข้าวปีที่แล้ว ที่ยังไม่ได้หยิบยกเข้ามาพิจารณาคดี พรรคเพื่อไทยจึงมองว่าเป็นหลักฐานใหม่ที่ยังไม่เข้าสู่กระบวนการพิจารณา จึงจะใช้ช่องทางทางกฎหมาย ในการต่อสู้ต่อไป คดีนี้เกิดขึ้นในช่วงปฏิวัติยึดอำนาจ ผู้นำในขณะนั้นใช้อำนาจตามมาตรา 44 หลายฉบับ ซึ่งเกี่ยวข้องกับคดีจำนำข้าว แต่แน่นอนว่าเราจะสู้กันไปโดยใช้หลักฐานตามช่องทางกฎหมาย” นายดนุพร กล่าว

นายดนุพร กล่าวว่า ส่วนที่มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์พรรคเพื่อไทยหลังมีคำพิพากษาว่า เพจของพรรคมีการลงเรื่องราวเกี่ยวกับ น.ส.ยิ่งลักษณ์ นั้น นายดนุพร กล่าวว่า นโยบายจำนำข้าวเป็นนโยบายหลักของพรรคเพื่อไทย ในการหาเสียงเมื่อปี 2554 ส่วนหนึ่งที่ชนะการเลือกตั้งเข้ามาจากนโยบายนี้ อีกทั้งได้มีการแถลงนโยบายต่อรัฐสภา โดยน.ส.ยิ่งลักษณ์ว่าเป็นนโยบายหลักที่จะทำให้เกษตรกรชาวนาลืมตาอ้าปากได้ จึงเป็นเหตุจำเป็นที่พรรคเพื่อไทย ต้องลงชี้แจง พูดถึงข้อเท็จจริงในเรื่องของคดีนี้ ว่าท่านไม่ได้รับความเป็นธรรมอย่างไร 

ส่วนที่มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์คดีมาตรา 112 นายดนุพร กล่าวว่า ในช่วงการเปิดสมัยประชุมสภาฯ 3 กรกฎาคม วันที่ 9 กรกฎาคมจะมีการพิจารณากฎหมายนิรโทษกรรม ดังนั้นไม่อยากให้ถกเถียงนอกสภาว่ามาตรา 112 เป็นการเมืองหรือไม่ เมื่อมาถึงขั้นตอนพิจารณา จะนำเรื่องนี้ไปพูดคุยถกเถียงอธิบายกันในสภา เพื่อหาข้อสรุปต่อไป

“ส่วนกรณีที่มีนักกฎหมายบางคน ให้ความเห็นว่า การขายข้าวไม่สามารถใช้เป็นหลักฐานใหม่ได้ เป็นเรื่องที่ศาลจะพิจารณา แต่จะพยายามรวบรวมพยานหลักฐานให้แน่นหนาที่สุดและขอความเมตตาจากศาล” นายดนุพร กล่าว 

Leave a comment