
‘จิราพร’ปัดซอฟต์พาวเวอร์ คิดใหญ่ทำมั่ว ด้าน’ประเสริฐ’ยันกระจายงบน้ำทั่วถึงไม่เลือกพื้นที่
วันเสาร์ ที่ 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 15.14 น.
‘จิราพร’ ปัด ‘ซอฟต์พาวเวอร์เกงช้าง’ เปล่าคิดใหญ่ทำมั่ว ขอเปิดหู-ตา-ใจ อย่ามัวแต่ค้านทุกเรื่อง ด้าน ‘ประเสริฐ’ แจงกระจายงบน้ำทั่วถึงไม่กระจุกเฉพาะพื้นที่
วันที่ 31 พฤษภาคม 2568 เวลา 11.50 น. ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร สมัยวิสามัญ (เป็นพิเศษ) ที่มีนายภราดรปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่2 ทำหน้าที่ประธานการประชุม พิจารณาร่างพระราชบัญญัติ(พ.ร.บ.)งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2569 วงเงิน 3.78 ล้านล้านบาท วาระแรก ต่อเนื่องเป็นวันที่ 4 ซึ่งเป็นวันสุดท้าย
โดยในช่วงเช้าบรรดารัฐมนตรีต่างลุกขึ้นทะยอยชี้แจงสิ่งที่สมาชิกอภิปรายพาดพิง อาทิ น.ส.จิราพร สินธุไพรรมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ชี้แจงกรณีที่ฝ่ายค้านอภิปรายโครงการซอฟต์พาวเวอร์มีภาพจำแค่ “กางเกงช้าง” ว่าการสร้างการรับรู้โครงการซอฟต์พาวเวอร์ของรัฐบาลต่อประชาชน และต่างประเทศ ไม่ได้จำกัดแค่กางเกงช้างอย่างที่ถูกเสียดสี อย่างการจัดอีเวนต์ซอฟต์พาวเวอร์ในเทศกาลสงกรานต์ที่ผ่านมา จำเป็นต้องลงทุนเรื่องนี้ เพื่อช่วยยกระดับประเทศไทยให้เป็นที่จดจำของต่างประเทศ ดึงดูดคนมาร่วมงาน สามารถสร้างเงินหมุนเวียนทางเศรษฐกิจได้4,000ล้านบาท ในเวลา 5วัน แสดงว่า การลงทุนซอฟต์พาวเวอร์ไม่สูญเปล่า อย่ามองแค่งบที่ใช้ลงทุนอย่างเดียว ให้มองผลทางเศรษฐกิจที่ตามมาด้วย เรื่องนโยบายซอฟต์พาวเวอร์นั้น หลายประเทศเดินทางมาหารือความร่วมมือเรื่องซอฟต์พาวเวอร์กับประเทศไทย และซอฟต์พาวเวอร์ไทยก็ไปปักธงในต่างประเทศไทย
“ขอให้เปิดหู เปิดตา เปิดใจ อย่าแค่เป็นฝ่ายค้านแล้วค้านทุกเรื่อง การผลักดันนโยบายซอฟต์พาวเวอร์ แม้ไม่เห็นผลทันที ต้องใช้เวลา แต่วันนี้เราเริ่มลงมือทำแล้ว นโยบายซอฟต์พาวเวอร์ไม่ได้คิดใหญ่ ทำโคตรมั่วอย่างที่กล่าวหา แต่เราคิดใหญ่ลงมือทำ ไม่ใช่คิดเล็กคิดน้อย แต่ไม่ลงมือทำ” น.ส.จิราพร กล่าว
ด้านนายประเสริฐ จันทรรวงทอง รองนายกรัฐมนตรี และรมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ชี้แจงกรณีงบประมาณบริหารจัดการน้ำที่ถูกมองกระจายงบลงไปพื้นที่เฉพาะสส.ฝั่งรัฐบาลว่า ในฐานะประธานกรรมการนโยบายน้ำแห่งชาติ(กนช.) ยืนยันว่า การกระจายงบประมาณบริหารจัดการน้ำทำอย่างทั่วถึงทุกพื้นที่ตามความเดือดร้อนของประชาชนไม่ได้คำนึงถึงพื้นที่การเป็นสส.ตามที่ฝ่ายค้านอภิปราย ในภาคอีสานเป็นพื้นที่ใหญ่ รายได้ประชาชนน้อย ภาคการเกษตรจึงเป็นพื้นที่ต้องให้ความสำคัญกว่าภาคอื่น จริงอยู่แม้พรรคเพื่อไทยมีสส.ในพื้นที่นี้มาก แต่พื้นที่สส.พรรคประชาชน อยู่ในเขตเมืองหรือรอบกทม. จึงต้องแก้ไขเรื่องปัญหาอุทกภัย ส่วนเรื่องภัยแล้งอาจมีความจำเป็นน้อยลงยืนยันรัฐบาลให้ความสำคัญ กระจายงบทั่วถึงเป็นธรรม ส่วนการใช้งบกลางแก้ปัญหาการบริหารจัดการน้ำ แทนการใช้งบปกตินั้น เนื่องจากปัจจุบันมีปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การใช้งบกลางมีความจำเป็น เพราะเป็นการแก้ปัญหาอย่างทันท่วงที อย่างการขุดลอกหนองบึงที่มีความจำเป็นต้องทำให้เสร็จในกรอบเวลา 120วัน ส่วนที่มีการซอยงบประมาณในงบกลางไม่ให้เกิน 5แสนบาทต่อโครงการนั้น เนื่องจากการใช้งบกลาง มีจุดมุ่งหมายแก้ไขปัญหาทันท่วงทีในกรอบ 120วัน ในโครงการที่ต้องดำเนินการให้เสร็จโดยเร็ว ส่วนการใช้งบปกติใช้แก้ปัญหาระยะกลางและระยะยาว