อนุสรณ์ ชม ‘Digital Health’ เพื่อทุกคน ทุกที่ ทุกวัย ต่อยอดนโยบายเรือธง รัฐบาลเพื่อไทย

อนุสรณ์ ชม 'Digital Health' เพื่อทุกคน ทุกที่ ทุกวัย ต่อยอดนโยบายเรือธง รัฐบาลเพื่อไทย

อนุสรณ์ ชม ‘Digital Health’ เพื่อทุกคน ทุกที่ ทุกวัย ต่อยอดนโยบายเรือธง รัฐบาลเพื่อไทย

วันศุกร์ ที่ 30 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 18.11 น.

นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย อภิปรายร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี พ.ศ. 2569 ว่า รัฐบาลได้มุ่งเน้นถึงความสำคัญของการลงทุนใน “สุขภาพดิจิทัล” หรือ Digital Health ซึ่งไม่ได้เป็นเพียงนวัตกรรมทางเทคโนโลยี แต่คือ “เครื่องมือชี้ขาด” ที่จะยกระดับคุณภาพชีวิตของพี่น้องประชาชน ลดความเหลื่อมล้ำในระบบบริการสุขภาพ สร้างความมั่นคงในชีวิต และที่สำคัญที่สุด คือ การต่อยอดนโยบายเรือธงของรัฐบาล ภายใต้การนำของ นายกรัฐมนตรีแพทองธาร ชินวัตร คือ “30 บาทรักษาทุกที่” ให้สามารถบรรลุผลสำเร็จได้อย่างแท้จริง ประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่ สังคมผู้สูงอายุโดยสมบูรณ์ โดยมีประชากรอายุ 60 ปีขึ้นไปมากกว่า 13 ล้านคน (>20%) และคาดว่าจะเข้าสู่ Super-Aged Society ในเวลาอันใกล้ ในด้านของโรคภัยไข้เจ็บ ประเทศไทยกำลังเผชิญกับ โรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) เช่น เบาหวาน ความดัน โรคหัวใจ ซึ่งเป็นสาเหตุของการเสียชีวิตถึงร้อยละ 77 ของประชากรทั้งหมดขณะเดียวกัน สัดส่วนแพทย์ต่อประชากรยังอยู่ในระดับต่ำ โดยเฉลี่ยแพทย์ 1 คนดูแลประชาชนถึง 1,680 คน และในหลายพื้นที่ห่างไกล ตัวเลขนี้อาจเกิน 1 ต่อ 5,000 คน ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2569

รัฐบาลได้จัดสรรงบประมาณเพื่อสนับสนุนนโยบายหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า หรือ “30 บาทรักษาทุกที่” มากที่สุดเป็นประวัติการณ์ ค่าบริการเหมาจ่ายรายหัว เพิ่มจาก 3,856 เป็น 4,175 บาท/คน รวม 198,367 ล้านบาท ค่าบริการนอกเหมาจ่ายรายหัว เพิ่มเป็น 66,927 ล้านบาท เช่น โรคไตเรื้อรัง ผู้สูงอายุ ผู้ติดเชื้อ HIV และบริการเชิงป้องกัน งบประมาณนี้แสดงถึง เจตจำนงที่ชัดเจนของรัฐบาล ที่ต้องการยกระดับสิทธิขั้นพื้นฐานด้านสุขภาพให้ครอบคลุมและมีคุณภาพมากขึ้น โครงการ Digital Health ปี 2569 ซึ่งรัฐบาลได้จัดสรรงบประมาณรวมทั้งสิ้น 335.70 ล้านบาท เพื่อเป็นการลงทุนเชิงยุทธศาสตร์ที่มุ่งเน้นการพัฒนาระบบสุขภาพแห่งอนาคตอย่างครบวงจร โดยแบ่งเป็นงบประมาณหลัก 2 ส่วนสำคัญ ได้แก่

 1. แผนงานรัฐบาลดิจิทัล จำนวน 229.28 ล้านบาท งบประมาณส่วนนี้มุ่งเน้นการเสริมสร้างโครงสร้างพื้นฐานทางเทคโนโลยีสารสนเทศด้านสุขภาพอย่างเต็มรูปแบบ

 2. แผนงานสุขภาวะ จำนวน 106.41 ล้านบาท  เป็นงบที่สนับสนุนการพัฒนาคุณภาพชีวิตและการเข้าถึงบริการสุขภาพของประชาชนอย่างทั่วถึง

การลงทุนด้าน Digital Health จึงไม่ใช่เพียงการใช้เทคโนโลยีเพื่อความทันสมัยเท่านั้น แต่ยังเป็นการวางรากฐานที่สำคัญในการสร้างระบบสุขภาพที่ทั่วถึง โปร่งใส และมีประสิทธิภาพ ตอบโจทย์การดูแลสุขภาพของประชาชนในทุกมิติอย่างแท้จริง “Digital Health” มิใช่เพียงระบบดิจิทัล แต่คือ การจัดวางองค์ประกอบใหม่ของระบบสุขภาพ ให้เชื่อมโยงทุกช่วงวัย ทุกพื้นที่ ทุกหน่วยบริการอย่างไร้รอยต่อ  

Digital Health จะเข้ามาเป็น “ฟันเฟืองสำคัญ” ที่ทำให้นโยบาย “30 บาทรักษาทุกที่” ไม่ใช่แค่สิทธิพื้นฐานของประชาชน แต่เป็น ระบบสุขภาพที่เข้าถึงได้ เท่าเทียม และตอบโจทย์ความเป็นจริง

ทั้งหมดนี้จะทำให้นโยบาย “30 บาทรักษาทุกที่” ไม่ใช่แค่เรื่องของการเข้าถึง แต่คือ การเข้าถึงที่มีคุณภาพ มีความต่อเนื่อง และไม่ตกหล่นแม้แต่กลุ่มเปราะบางที่สุดของสังคม สิ่งที่รัฐบาลกำลังดำเนินการไม่ใช่เพียงแค่การจัดสรรงบประมาณหรือวางระบบใหม่ แต่คือ การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างระบบสุขภาพทั้งระบบ โดยมีประชาชนเป็นศูนย์กลาง มีเทคโนโลยีเป็นเครื่องมือ และมีความเท่าเทียมเป็นเป้าหมาย

“Digital Health จึงไม่ใช่อนาคตที่เราคาดหวัง แต่คือ ปัจจุบันที่เราต้องลงมือทำ เพื่อให้คนไทยทุกคน ได้รับบริการสุขภาพที่ดี มีคุณภาพ และเข้าถึงได้อย่างแท้จริง ขอสนับสนุนงบประมาณและแนวนโยบาย Digital Health อย่างเต็มที่” นายอนุสรณ์ กล่าว 

Leave a comment