
‘หมอตุลย์’ไขข้อข้องใจ แพทย์ตั้งใจรักษา‘ทักษิณ’ทำไมถูกลงโทษด้วย
วันอาทิตย์ ที่ 1 มิถุนายน พ.ศ. 2568, 09.59 น.
‘หมอตุลย์’ไขข้อข้องใจ แพทย์ตั้งใจรักษา‘ทักษิณ’ทำไมถูกลงโทษด้วย
1 มิถุนายน 2568 นพ.ตุลย์ สิทธิสมวงศ์ อาจารย์คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เผยแพร่บทความ ระบุว่า…
แพทย์ตั้งใจรักษาทักษิณ ทำไมต้องถูกลงโทษด้วย?
ภายหลังนายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.สาธารณสุขในฐานะสภานายกพิเศษของแพทยสภา วีโต้มติแพทยสภา และนายทักษิณ ชินวัตรพูดเรื่องจริยธรรมของแพทยสภา ทำให้หมู่แพทย์ และประชาชนที่รักความถูกต้องจำนวนมากได้รวมตัวกันส่งเสียงสนับสนุนแพทยสภาให้ลงมติยืนยันมติลงโทษแพทย์ที่เกี่ยวข้องกับการรักษานายทักษิณ ชินวัตร ที่ศาลพิพากษาจำคุก 8 ปี ในคดีทุจริตคอร์รัปชั่น 3 คดี ในการประชุมแพทยสภาวันที่ 12 มิ.ย. 68 ที่จะถึงนี้
หลายคนสงสัยว่าแพทย์รักษาคนไข้ (นายทักษิณ ชินวัตร) ทำไมต้องถูกลงโทษถึงขั้นพักใบอนุญาตประกอบวิชาชีพเวชกรรมด้วย?
คำตอบคือ มันไม่ใช่การรักษาที่ถูกต้องตามมาตรฐานการรักษา และมีการออกความเห็นทางการแพทย์อันเป็นเท็จ แพทยสภาจึงมีมติลงโทษแพทย์ทั้งสามท่าน (และอาจมีอีกหลายท่านตามมาด้วย)
แล้วมันผิดมาตรฐานการรักษาตรงไหน?
และเรื่องไหนที่เป็นเท็จ?
หลายท่านคงจำได้ว่าโรคที่ถูกอ้างว่าทักษิณป่วยวิกฤต คือโรคเส้นเอ็นรอบหัวไหล่เปื่อยยุ่ย จำเป็นต้องได้รับการรักษาโดยการส่องกล้องผ่าตัด เจาะ 4 รู (เป็นข้ออ้างที่ต้องรับตัวไว้รักษาในรพ.ตำรวจจนครบ 180 วัน โดยไม่ต้องกลับเรือนจำแม้แต่วันเดียว)
แล้วมันผิดมาตรฐานการรักษาตรงไหน?
ในเรื่องนี้ แพทยสภาได้ปรึกษาถามความเห็นจากราชวิทยาลัยแพทย์ออร์โธปิดิกส์แห่งประเทศไทย ซึ่งเป็นองค์กรของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญในสาขานี้โดยเฉพาะ ได้ให้ความเห็นว่า แม้โรคเอ็นรอบหัวไหล่เสื่อม (Degeneration) อาจรักษาด้วยการผ่าตัดส่องกล้อง เย็บซ่อมแซมเอ็นที่เสื่อมสภาพตามอายุ แต่หากผู้ป่วยมีโรคประจำตัว อยู่ในภาวะวิกฤต การผ่าตัดนี้อาจทำให้โรคอื่นๆเช่นโรคหัวใจกำเริบทรุดหนักลงได้ จึงเป็นข้อห้ามในการผ่าตัด ต้องเลื่อนการผ่าตัดไปอย่างน้อย 6 เดือน การที่แพทย์รพ.ตำรวจทำการผ่าตัดส่องกล้องดังกล่าว ทั้งๆที่ทักษิณเพิ่งมีอาการป่วยวิกฤตเมื่อคืนวันที่ 22 สิงหาคม 2566 จึงเป็นการผ่าตัดที่ผิดมาตรฐานการรักษา อีกทั้งการผ่าตัดแบบนี้ตามปกติ หลังผ่าตัดพักฟื้นไม่กี่วันก็สามารถกลับไปพักฟื้นที่บ้านได้
แพทยสภาจึงใช้ความเห็นจากราชวิทยาลัยฯเป็นบรรทัดฐานในการตัดสินพักใบอนุญาตฯ แพทย์ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง เพราะออกใบแสดงความเห็นทางการแพทย์ว่า จำเป็นต้องรับการผ่าตัด และจำเป็นต้องรับไว้รักษาตัวต่อเนื่องในรพ.ตำรวจเพิ่มอีก 60 วัน จนครบ 180 วันในวันที่ 17 ก.พ. 67 และวันรุ่งขึ้น นายทักษิณ ชินวัตรได้รับการอนุมัติพักการลงโทษกรณีมีเหตุพิเศษเดินทางกลับบ้านได้เลย โดยไม่ต้องกลับเรือนจำ
นั่นคือทักษิณ ไม่ได้รับโทษจำคุกแม้แต่วันเดียว
จริงๆแล้ว แพทย์ทั้งสองท่านที่ถูกพักใบอนุญาตฯ ไม่ได้เป็นแพทย์ผู้ทำผ่าตัดดังกล่าว เพราะแพทย์ทั้งสองท่านนี้ เป็นผู้เชี่ยวชาญทางด้านศัลยกรรมประสาท (ผ่าตัดสมอง) แต่ที่ถูกแพทยสภามีมติลงโทษ เพราะทั้งสองคน เป็นผู้บริหารรพ.ตำรวจ และส่งความเห็น (อันเป็นเท็จ) ไปยังอธิบดีกรมราชทัณฑ์
แพทย์ที่ทำผ่าตัดเป็นใคร ทำไมแพทยสภาไม่ได้สอบสวน และมีมติลงโทษ ตรงนี้ผู้เขียนก็ไม่ทราบรายละเอียด แต่อนุมานจากที่แพทย์ผู้บริหารต้องส่งความเห็นทางการแพทย์ไปนังอธิบดีราชทัณฑ์เอง แสดงว่า แพทย์ผู้ผ่าตัดไม่ยอมเซ็นใบรับรองแพทย์ (อันเป็นเท็จ) ว่าทักษิณต้องรักษาตัวในรพ.ตำรวจต่อเป็นเวลานานถึง 60 วันหลังการผ่าตัด ซึ่งผิดมาตรฐานการรักษาที่กล่าวไว้ข้างต้น
ขั้นตอนต่อไป แพทยสภาจะมีการประชุมในวันที่ 12 มิ.ย. 68 ที่จะถึงนี้ เพื่อยืนยันมติเดิม แต่คนที่ตึงเครียดที่สุด กลับไม่ใช่แพทย์ที่จะถูกลงโทษ
กลับกลายเป็นคนที่ชื่อ “ทักษิณ ชินวัตร”!