
ก๊วน‘เสี่ยเฮ้ง’หนาว! เปิดข้อบังคับ‘รทสช.’ ล็อกคอ‘ฝักใฝ่พรรคอื่น-สร้างแตกแยก’สิ้นสภาพ
วันจันทร์ ที่ 2 มิถุนายน พ.ศ. 2568, 12.16 น.
ก๊วน‘เสี่ยเฮ้ง’หนาว! เปิดข้อบังคับ‘รทสช.’ ล็อกคอ‘ฝักใฝ่พรรคอื่น-สร้างแตกแยก’สิ้นสภาพ
2 มิถุนายน 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานสถานการณ์ภายในพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) ภายหลังเกิดความขัดแย้งระหว่างกลุ่มที่สนับสนุนนายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พลังงาน ในฐานะหัวหน้าพรรค รทสช. กับ สส.กลุ่มของนายสุชาติ ชมกลิ่น รมช.พาณิชย์ สส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรค รทสช. ที่เตรียมย้ายออกจากพรรค รทสช. ไปตั้งพรรคการเมืองใหม่ชื่อ “พรรคโอกาสใหม่”
ล่าสุดวันที่ 30 พ.ค.ที่ผ่านมา มีภาพ นายสุชาติ นัดแกนนำ และ สส.พรรค รทสช. กินข้าวเที่ยง หารือทางการเมืองกันที่โรงแรม โดยพบว่าในวงดังกล่าวมีแกนนำ และ สส.พรรค รทสช.ร่วมกว่า 20 คน
อย่างไรก็ตาม การย้ายพรรคของ สส.ครั้งนี้ อาจไม่ใช่เรื่องง่ายนัก เพราะเมื่อตรวจสอบไปที่ประกาศนายทะเบียนพรรคการเมือง เรื่อง “การเปลี่ยนแปลงข้อบังคับพรรครวมไทยสร้างชาติ” ที่ประกาศ ณ วันที่ 16 พ.ค.68 ที่รับรองโดยนายแสวง บุญมี เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ในฐานะนายทะเบียนพรรคการเมือง เมื่อวันที่ 16 พ.ค.68 พบว่า พรรครวมไทยสร้างชาติ มีการเปลี่ยนแปลงข้อบังคับพรรคและคณะกรรมการบริหารพรรค โดยข้อ 5 ให้ยกเลิกความในข้อ 53 ของข้อบังคับพรรครวมไทยสร้างชาติ พ.ศ.2563 และให้ใช้ความดังต่อไปนี้แทน
ข้อ 53 สมาชิกภาพของสมาชิกพรรคสิ้นสุดลง เมื่อผู้นั้นขาดจากการเป็นสมาชิกพรรค
ในกรณี ดังต่อไปนี้
(1) ตาย
(2) ลาออก
(3) ขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามตามข้อ 51 เว้นแต่เป็นกรณี
มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา 96 (1) ของรัฐธรรมนูญและเป็นการบวชตามประเพณีนิยม แต่ในระหว่างมีลักษณะต้องห้ามดังกล่าวจะใช้สิทธิในฐานะสมาชิกพรรคการเมืองมิได้
(4) ไม่ชำระค่าบำรุงพรรคการเมืองเป็นเวลาสองปีติดต่อกัน
(5) คณะกรรมการบริหารพรรคการเมืองมีมติให้พ้นจากการเป็นสมาชิกพรรค
เพราะกระทำผิดวินัยหรือมาตรฐานทางจริยธรรมหรือจรรยาบรรณอย่างร้ายแรง หรือไม่ปฏิบัติตามหน้าที่ และความรับผิดชอบต่อพรรคการเมืองตามข้อ 55 หรือกระทำความผิดกฎหมายร้ายแรง หรือมีเหตุร้ายแรงอื่น
(6) ฝักใฝ่พรรคการเมืองอื่นหรือสนับสนุนผู้สมัครในตำแหน่งทางการเมืองใด ๆ ที่ไม่ใช่ของพรรคการเมือง
(7) กระทำการใดที่ทำให้เกิดความแตกแยกหรือความเป็นเอกภาพในพรรคการเมือง หรือการบริหารพรรคการเมือง รวมทั้งสนับสนุนหรือส่งเสริมการกระทำเช่นว่านั้น
(8) พรรคการเมืองสิ้นสภาพความเป็นพรรคการเมือง หรือยุบพรรคการเมือง
ทั้งนี้ หากนายพีระพันธุ์ หัวหน้าพรรค เรียกประชุมคณะกรรมการบริหารพรรค เพื่อบังคับโทษใหม่ มีความเป็นไปได้ว่า นายสุชาติ จะมีเหตุสมาชิกภาพของสมาชิกพรรคสิ้นสุดลง




