
หมดสิทธิ์ทวงคืน! ‘เสธ.หิ’ ตอกหน้า ‘แรมโบ้’ รทสช.เป็นของประชาชน ไม่ใช่ของส่วนตัว
วันจันทร์ ที่ 2 มิถุนายน พ.ศ. 2568, 14.35 น.
วันที่ 2 มิถุนายน 2568 หลังจากปรากฏกระแสข่าวความไม่ลงรอยกันในพรรคระหว่าง สส.บางกลุ่ม กับ นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิพากษ์ หัวหน้าพรรคออกมาเป็นระยะ จนนำมาสู่ภาพข่าวนัดกันรับประทานอาหารของสส.รวมไทยสร้างชาติกลุ่มใหญ่ร่วม 20 คน นำโดยนายสุชาติ ชมกลิ่น รมช.พาณิชย์ เมื่อวันที่ 30 พฤษภาคม ที่ผ่านมา ที่โรงแรมคอนราด ถนนวิทยุ กทม.
ต่อมา นายเสกสกล อัตถาวงศ์ หรือ ”แรมโบ้อีสาน” ประกาศทวงพรรครวมไทยสร้างชาติ ซึ่งตนเองเป็นคนไปจดทะเบียนเอาไว้กลับคืนจากนายพีระพันธ์
“ผมจะขอเอาพรรคคืน ขอไล่หัวหน้าออกไปท่านไม่สง่างาม ขอให้คนอื่นที่เหมาะสมกว่านี้มาเป็นหัวหน้าพรรคดีกว่า มีอีกหลายเรื่องที่กรณีที่นายสนธิญา สวัสดี ไปร้องกกต. ข้อมูลค่อนข้างน่าเชื่อถือ ก็ไม่เคยออกมาชี้แจงความจริง ผมในฐานะคนก่อตั้งพรรค เมื่อมาขอพรรคผมไปดูแล แต่ทำได้ไม่ดี มีแต่ความแตกแยกในพรรค สส.ในพรรคบ่นมาว่าไม่มีความอบอุ่นเลย มีแต่แตกแยก แตกความสามัคคี หัวหน้าพรรคเข้าถึงยากความคิดเป็นใหญ่ ไม่ค่อยสนใจเอาแต่พรรคพวกตัวเองและไม่ฟังความเห็นใคร ผมจึงจำเป็นต้องขอทวงพรรคผมคืน เพราะผมให้ยืมไปคิดว่าจะทำให้เติบโตมีแต่จะทำให้ตกต่ำลงกว่าเดิม สร้างความแตกแยกในพรรคตลอด ผมจึงจำเป็นต้องขอทวงคืนเพราะผมไม่ได้ขายพรรคให้เขานะครับท่าน”
ล่าสุด ดร.หิมาลัย ผิวพรรณ ที่ปรึกษาของรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน และผู้อำนวยการพรรครวมไทยสร้างชาติ โพสต์เฟซบุ๊ก ระบุว่า ตามหาพรรคให้พี่แรมโบ้อยู่ครับ
เรียน พี่แรมโบ้ เสกสกล ที่รักและเคารพ
ผมได้รับทราบ จากสื่อต่างๆ ว่าพี่ออกมาทวงพรรครวมไทยสร้างชาติ คืนจากท่านพีระพันธ์ุ สาลีรัฐวิภาค ผมในฐานะ ผอ.พรรค ซึ่งมีความสนิทสนมคุ้นเคยกับพี่ จึงได้รีบดำเนินการตรวจสอบเพื่อนำเสนอท่านหัวหน้าพรรคตามความต้องการของพี่ ผลการตรวจสอบปรากฎดังนี้ครับ
1. พี่ได้ลาออกจากสมาชิกพรรคไปเรียบร้อยแล้ว ปัจจุบันจึงไม่มีสถานภาพเป็นสมาชิกของพรรค
2. ท่านพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค ดำรงตำแหน่งหัวหน้าพรรคจากการเลือกตั้งอย่างถูกต้อง ตามข้อบังคับพรรคและระเบียบ กกต. ในการประชุมใหญ่วิสามัญ ครั้งที่ 1/2565 เมื่อ 3 ส.ค.65
3. วัตถุประสงค์ของการจัดตั้งพรรคการเมือง เพื่อให้พรรคเป็นตัวแทนของสมาชิกพรรคในการเสนอนโยบายและแนวทางบริหาร ต่อพี่น้องประชาชนทั่วไป ในปัจจุบัน พรรคมีสมาชิกพรรคถึง 40,000 กว่าคน ได้รับเสียงสนับสนุนในการเลือกตั้งครั้งหลังสุดถึงสี่ล้านกว่าเสียง ได้รับเงินบริจาคอุดหนุนผ่าน กกต.ในห้วงปีที่ผ่านมากที่สุด
จากการตรวจสอบพบข้อเท็จจริงทั้ง 3 ข้อข้างต้น ผมจึงเข้าใจได้ว่าพรรครวมไทยสร้างชาติเป็นของประชาชนผู้สนับสนุนพรรค ไม่ใช่ของส่วนตัวของผู้ใด ผมจึงไม่สามารถหาข้อมูลหรือเหตุผลที่จะนำเสนอท่านหัวหน้าพรรค เพื่อคืนพรรคให้พี่ได้ หากพี่มีหลักฐานอื่นใดที่แสดงว่าพรรครวมไทยสร้างชาติเป็นของพี่ กรุณาส่งหลักฐานเพิ่มเติมให้ผมได้ที่พรรคเพื่อจะได้ประมวลเรื่องนำเรียนท่านหัวหน้าพรรคตามขั้นตอนต่อไป
จึงเรียนมาด้วยความเคารพครับพี่