ซัด‘ลิ้นจี่จักรพรรดิ’ราคาดิ่งเหว จากกิโลละ100บ.เหลือ18บ.

ซัด‘ลิ้นจี่จักรพรรดิ’ราคาดิ่งเหว จากกิโลละ100บ.เหลือ18บ.

ซัด‘ลิ้นจี่จักรพรรดิ’ราคาดิ่งเหว จากกิโลละ100บ.เหลือ18บ.

วันเสาร์ ที่ 7 มิถุนายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ซัด‘ลิ้นจี่จักรพรรดิ’ราคาดิ่งเหว จากกิโลละ100บ.เหลือ18บ.

สส.ปชน.”ขน“ลิ้นจี่จักรพรรดิ”บุกสภาฯโชว์สื่อ ฉะ“เกษตรฯ-พาณิชย์” ปล่อยราคาตกฮวบจากกิโลกรัมละ 100 บาท เหลือ 18 บาท ในเวลาไม่ถึงสัปดาห์ ซัดแหลก “3ย.-ย่ำอยู่กับที่-ย่ำแย่-อยู่ไม่ได้”หลอกเกษตรกรปลูกเป็นสินค้า GI สุดท้ายขายไม่ได้ ถามยุติธรรมตรงไหน

เมื่อวันที่ 6 มิถุนายน 2568 ที่รัฐสภา นายกันตพงศ์ ประยูรศักดิ์ สส.กทม. พรรคประชาชน แถลงข่าวเรียกร้องแก้ปัญหาราคาลิ้นจี่จักรพรรดิตกต่ำทำให้ชาวสวนเดือดร้อน โดยได้นำลิ้นจี่มาประกอบการแถลงข่าว และให้สื่อมวลชนประจำรัฐสภาทดลองชิมและดูขนาดของลูกลิ้นจี่ โดยกล่าวว่าตนอยากสะท้อนปัญหาราคาลิ้นจี่ที่ตกต่ำมาก ลิ้นจี่จักรพรรดิ แต่ทำไมราคาติดดินขนาดนี้ เมื่อวันที่ 5 มิถุนายน ตนมีโอกาสไป อ.ฝาง จ.เชียงใหม่ เห็นแล้วรู้สึกว่าน่าใจหาย

นายกันตพงศ์ได้ชูลิ้นจี่ให้ผู้สื่อข่าวดู พร้อมระบุว่า ลิ้นจี่พวงนี้ บางลูกก็ขนาดเกือบเท่ากับมือของตน ซึ่ง อ.ฝางสามารถผลิตได้ไม่ต่ำกว่า 50,000 ตัน มีมูลค่าทางเศรษฐกิจ 5,000 ล้านบาท ชาวสวนบอกตนมาว่าเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา เขายังคงขายได้ในราคากิโลกรัมละเกือบ 100 บาท แต่พอผ่านมาถึงวันที่ 5 มิถุนายนเหลือ 18 บาท และบางไซส์เหลือไม่ถึง 10 บาท ซึ่งไม่สะท้อนถึงต้นทุนการผลิตเลย

“ผมอยากสะท้อน 3 ย.ยักษ์ ที่รัฐบาลดำเนินนโยบายเกี่ยวกับผลผลิตทางการเกษตร ย. ตัวแรก คือ ย่ำอยู่กับที่ ไม่ว่ากระทรวงพาณิชย์ และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ยังย่ำอยู่กับที่ ไม่ไปไหน ไม่เช่นนั้น เกษตรที่ปลูกลิ้นจี่คงไม่มาร้องเรียน การจัดการล้งก็ยังคงเหมือนเดิม ย.ตัวที่สองย่ำแย่ ราคาตกลิ้นจี่มาก บิตคอยน์ยังลงไม่เท่านี้ และย. ตัวสุดท้ายคือ อยู่ไม่ได้ ชาวสวนเขาจะอยู่กันอย่างไร” สส.กทม. พรรคประชาชน

นายกันตพงศ์กล่าวต่อว่า ตนขอเสนอทางออก 2 ย.ยักษ์ว่า ย.ตัวแรกคือ “ยั่งยืน” ต้องจัดการเรื่องปุ๋ยและการแปรรูป ให้สอดคล้องต้นทุนการผลิต ควรต้องให้กระทรวงพาณิชย์เข้ามาดูราคาที่จำหน่าย ตนอยากให้มีราคากลางไม่ใช่ราคาแกว่งไปมายิ่งกว่าบิตคอยน์ ลิ้นจี่เป็นสินค้าที่บ่งชี้ถึงเอกลักษณ์ไทย (GI) รัฐบาลส่งเสริมให้ปลูก แต่ผลิตแล้วขายไม่ได้

ส่วน ย.ตัวที่สองคือ “ยุติธรรม” ต้องยุติธรรมทางผู้ผลิต ผู้ประกอบการและผู้บริโภค วันนี้ไปกดต้นทุนเหลือ 18 บาท ค่าขนส่งไม่เกิน 15 บาท แต่ตลาดขาย 60 กว่าบาท แสดงว่ากำไรประมาณ 3 เท่า และพอขึ้นห้างสรรพสินค้า ขายเป็น 100 บาทต่อกิโลกรัม แสดงว่าพ่อค้าคนกลางได้กำไรเยอะเลย 300 เท่า ขณะที่ชาวนาขาวสวนขาดทุนแล้วมันยุติธรรมตรงไหน

“ท่านจะให้ชาวไร่ชาวนา จน เจ็บ เจ๊ง อย่างนี้หรือ ผมฝากไว้ด้วย กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงเกษตรฯ ต้องทำให้ดีกว่านี้ ไม่เช่นนั้นให้เราทำจะดีกว่า” นายกันตพงศ์ กล่าว

Leave a comment