
‘บิ๊กอ้วน’ย้ำปกป้องอธิปไตย-ไม่ทำเสียประโยชน์ในประเทศ-เพื่อนบ้าน เหตุยังจำเป็นต้องร่วมมือกันอีก
วันศุกร์ ที่ 6 มิถุนายน พ.ศ. 2568, 14.30 น.
‘ภูมิธรรม’ย้ำปกป้องอธิปไตย-ไม่ทำให้เสียประโยชน์ทั้งในประเทศ-เพื่อนบ้าน เหตุยังจำเป็นต้องร่วมมือกันอีก ขณะที่’ผบ.ทสส.’พร้อมหนุนแนวทางรัฐบาล-สมช.
เมื่อวันที่ 6 มิ.ย.2568 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม แถลงภายหลังประชุมสภาความมั่นคง (สมช.) ว่า วันนี้ได้พูดคุยกันบนหลักการที่ว่า เราจะต้องยึดมั่นในหลักการปกป้องอธิปไตยของประเทศ และดำรงความสัมพันธ์กับประเทศเพื่อนบ้านให้เกิดประโยชน์สูงสุด ทั้งนี้เราได้พูดคุยกับทุกฝ่ายวันนี้หลักสำคัญมีสามด้านคือ ด้านการต่างประเทศ ด้านกองทัพ และด้านการสื่อสาร ที่ได้มีการปรับให้ชัดเจนและมาร่วมกันทำงานให้มากขึ้น ในส่วนของกองทัพขอยืนยันว่า เราพร้อมรักษาเอกราชอธิปไตยของประเทศ และบูรณภาพแห่งดินแดนอันนี้เป็นเรื่องที่ชัดเจน ซึ่งได้คุยเป็นเนื้อเดียวกันแล้ว
นายภูมิธรรม กล่าวต่อว่า เรื่องการสื่อสารได้ตกลงกันแล้วว่า กระทรวงการต่างประเทศเป็นเจ้าภาพหลัก โดยประสานให้โฆษกกระทรวงกลาโหม โฆษกกองทัพบก โฆษกกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจ และสังคมทำงานร่วมกัน เพื่อไม่ให้เกิดบรรยากาศที่จะทำให้การเจรจา หรือการหาข้อสรุปเกิดขึ้นยากลำบาก
“ขอยืนยันอีกครั้งว่า สภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) เราได้ตกลงและเห็นพ้องต้องกันว่า เรื่องอธิปไตยเป็นเรื่องสำคัญหลักที่เราจะต้องดูแลกันอย่างเต็มที่ ส่วนเรื่องอื่นๆ เราจะประคองให้เกิดความสัมพันธ์ที่ดี และไม่เกิดการเสียประโยชน์ทั้งในประเทศ และประเทศเพื่อนบ้าน เพราะเรายังมีภาระความจำเป็นที่ต้องร่วมมือกันอีก ดังนั้นความขัดแย้งอยากให้จำกัดวงมากที่สุด” นายภูมิธรรม กล่าว
ด้านพล.อ.ทรงวิทย์ หนุนภักดี ผู้บัญชาการทหารสูงสุด (ผบ.ทสส.) กล่าวว่า เรื่องแรกต้องเน้นย้ำว่า กองทัพสนับสนุนแนวทางของรัฐบาลในการแก้ปัญหาและคลี่คลายสถานการณ์แนวชายแดนไทย- กัมพูชาด้วยสันติวิธี เรื่องที่สอง กองทัพปฎิบัติหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญในการรักษาอธิปไตย และคุ้มครองปกป้องประชาชนตามแนวชายแดน ซึ่งได้ดำเนินการมาตลอด เรื่องที่สาม วันนี้ในการประชุมผู้บัญชาการเหล่าทัพนั้นเป็นการประชุมตามวงรอบปกติทุกสองเดือน ซึ่งในวันนี้จะมีการพูดคุยเกี่ยวกับสถานการณ์ไทย-กัมพูชาในลักษณะสนับสนุนแนวทางของรัฐบาลและ สมช. โดยการสื่อสารจะให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน คือกระทรวงการต่างประเทศ รัฐบาล และกระทรวงกลาโหม กองทัพในฐานะผู้ปฏิบัติงานและขออนุญาตสงวนการให้ข้อมูลในส่วนของข่าวประชาสัมพันธ์