
9 มิ.ย. 2568 11:19 น.
- ข่าว
- ต่างประเทศ
- ไทยรัฐออนไลน์
กัมพูชาส่งหนังสือถึงมาริษ วอนไทยร่วมยื่นศาลโลก หาทางออกข้อพิพาทชายแดน
นายปรัก สุคน รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีต่างประเทศของกัมพูชา ได้ส่งหนังสืออย่างเป็นทางการถึงนายมาริษ เสงี่ยมพงษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของไทย เชิญให้ไทยร่วมกันนำข้อพิพาทชายแดนที่ยืดเยื้อมานานเข้าสู่การพิจารณาของ ศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ
พนมเปญโพสต์ สื่อกัมพูชารายงานว่านาย ปรัก สุคน รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศและความร่วมมือระหว่างประเทศกัมพูชา ได้ส่งหนังสือถึงนาย มาริษ เสงี่ยมพงษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของไทย เมื่อวันที่ 6 มิถุนายน เพื่อเชิญชวนให้ไทยนำข้อพิพาทชายแดนที่ยังคงดำเนินอยู่เข้าสู่การพิจารณาของศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ (ICJ) หรือศาลโลก
โดยเนื้อหาในจดหมายฉบับนี้ถูกเปิดเผยโดยนายชุม ซวนรี โฆษกกระทรวงการต่างประเทศกัมพูชา มีเนื้อหาว่า แม้ทั้งสองประเทศจะมีความพยายามในการใช้กลไกทวิภาคีและดำเนินการอย่างมีไมตรีจิตเพื่อหาทางออกมาหลายครั้งแล้ว แต่ข้อพิพาทชายแดนที่มีมาอย่างยาวนานระหว่างสองราชอาณาจักรก็ยังไม่สามารถคลี่คลายได้ และยังคงเป็นต้นตอของความเข้าใจผิดและความตึงเครียดที่เกิดซ้ำบ่อยครั้ง จนนำไปสู่เหตุการณ์ไม่พึงประสงค์หลายกรณี รวมถึงเหตุปะทะล่าสุดที่หมู่บ้านเตโชมรกต ตำบลมรกต อำเภอจอมกสาน จังหวัดพระวิหาร ซึ่งทหารไทยได้ยิงใส่ฐานทัพของกองทัพกัมพูชา เป็นเหตุให้ทหารกัมพูชาเสียชีวิต 1 นาย
นายปรัก สุคน ย้ำว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 28 พฤษภาคม ได้เน้นย้ำถึงความจำเป็นเร่งด่วนในการหาทางออกอย่างสันติและยั่งยืน และด้วยลักษณะที่ซับซ้อน ความเป็นประวัติศาสตร์ และความอ่อนไหวของข้อพิพาทเหล่านี้ จึงเห็นได้ชัดมากขึ้นว่าการเจรจาแบบทวิภาคีเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอในการหาทางออกที่ครอบคลุมและถาวร
ในบริบทนี้ ราชอาณาจักรกัมพูชาเห็นว่าหนทางที่เหมาะสมและสันติมากที่สุดคือการนำประเด็นที่เกี่ยวข้องกับพื้นที่ มอมเบย (ช่องบก) ปราสาทตาเมือนธม ปราสาทตาเมือนโต๊ด และปราสาทตาควาย ให้ศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ (ICJ) พิจารณาตัดสิน
นายปรัก สุคน ยังอธิบายว่าคำตัดสินของ ICJ ซึ่งตั้งอยู่บนหลักกฎหมายระหว่างประเทศ จะเป็นคำตัดสินที่ยุติธรรม ปราศจากอคติ และยั่งยืน ซึ่งจะช่วยให้มีความชัดเจนในเรื่องเส้นเขตแดนระหว่างสองประเทศ และที่สำคัญยิ่งกว่านั้นจะช่วยส่งเสริมบรรยากาศแห่งสันติภาพ เสถียรภาพ และความร่วมมือในระยะยาวระหว่างสองประเทศ
และจากเหตุผลข้างต้น เขาจึงขอให้รัฐบาลไทยพิจารณาร่วมกับรัฐบาลกัมพูชาในการนำข้อพิพาทชายแดนเข้าสู่การพิจารณาของศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ และใช้โอกาสนี้ในการยืนยันเจตนารมณ์ร่วมกันในการใช้การเจรจาอย่างสันติ การแก้ปัญหาด้วยกฎหมายและการอยู่ร่วมกันฉันท์มิตรในอนาคต
ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีฮุน มาเนต ได้กล่าวไว้เมื่อต้นสัปดาห์ที่ผ่านมาว่า กัมพูชาจะนำประเด็นข้อพิพาทนี้เข้าสู่การพิจารณาของศาลโลก เพื่อให้ได้ข้อยุติ เนื่องจากกลไกทวิภาคีที่ผ่านมายังไม่บรรลุผลชัดเจน ขณะเดียวกันเขายืนยันว่า ในส่วนพื้นที่อื่น ๆ ที่ไม่มีความขัดแย้งรุนแรง จะยังคงดำเนินการแก้ไขผ่านกลไกตามบันทึกความเข้าใจปี 2000 ต่อไป.
ที่มา : พนมเปญโพสต์
คลิกอ่านข่าวเกี่ยวกับ กัมพูชา