‘ชูศักดิ์’แจงปรับลดงบ35,000ล้านแจกเงินหมื่น ไม่ผิด ม.144

'ชูศักดิ์'แจงปรับลดงบ35,000ล้านแจกเงินหมื่น ไม่ผิด ม.144

‘ชูศักดิ์’แจงปรับลดงบ35,000ล้านแจกเงินหมื่น ไม่ผิด ม.144

วันพุธ ที่ 11 มิถุนายน พ.ศ. 2568, 10.26 น.

‘ชูศักดิ์’แจงการเปลี่ยนแปลงงบประมาณฯปี 68 ที่กมธ.ปรับลด 35,000ล้านบาท ไปใช้กระตุ้นเศรษฐกิจโครงการแจกเงินหมื่น ยันไม่ผิด ม.144 ตามที่มีร้องเรียนเอาผิด ครม. สส. สว. 

เมื่อวันที่ 11มิถุนายน 2568 นายชูศักดิ์ ศิรินิล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะทำงานด้านกฎหมายพรรคเพื่อไทย ได้ชี้แจงกรณีมีการร้องเรียนต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.)เพื่อเอาผิด น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และครม. รวมถึงสส.และสว.ที่ฝ่าฝืนรัฐธรรมนูญ มาตรา 144  ที่บัญญัติไว้ในการพิจารณาร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2568 หลังครม.มีมติตัดงบประมาณ 35,000 ล้านบาท ไปใช้กระตุ้นเศรษฐกิจ ผ่านโครงการเงินหมื่นว่า ข้อห้ามตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 144 ห้ามแปรญัตติปรับลดหรือตัดทอนรายการเงินส่งใช้ต้นเงินกู้ ดอกเบี้ยเงินกู้ และเงินที่กำหนดให้จ่ายตามกฎหมาย รายการทั้ง 3 นี้ เรียกว่ารายการงบประมาณเพื่อชำระหนี้ภาครัฐ เป็นหนี้ที่กระทรวงการคลังค้ำประกัน และหนี้ของรัฐวิสาหกิจ รวมเจ็ดหน่วยงาน เป็นหนี้สาธารณะที่บังคับให้รัฐต้องตั้งงบประมาณชดใช้ทั้งเงินต้น ดอกเบี้ย เพื่อรักษาวินัยการเงินการคลังของประเทศ จะเอาแต่กู้แต่ไม่ใช้คืนประเทศก็จะล้มละลาย รายการทั้งสามนี้จึงห้ามกรรมาธิการปรับลดตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 144 วรรคแรก
  
นายชูศักดิ์ กล่าวว่า สำหรับรายการส่วนที่ปรับลดไป 35,000 ล้านบาท เป็นงบประมาณในส่วนที่กระทรวงการคลังและสถาบันการเงินเฉพาะกิจ 5 แห่งได้ทบทวนงบประมาณในส่วนที่สามารถชะลอการดำเนินการได้ และเป็นงบประมาณในส่วนของการชดเชยค่าใช้จ่ายหรือการสูญเสียรายได้ของหน่วยงานของรัฐอันเกิดจากโครงการของรัฐบาล ซึ่งรัฐต้องรับภาระชดเชยให้ โดยสามารถที่จะมียอดค้างได้ ทั้งหมดรวมกันไม่เกินร้อยละ 32 ของงบประมาณแผ่นดิน ตามที่คณะกรรมการนโยบายการเงินการคลังของรัฐกำหนด ดังนั้น งบประมาณ 35,000 ล้านบาท ที่นำไปใช้ในโครงการ Digital Wallet (หนึ่งหมื่นบาท) ที่เป็นประเด็นร้องเรียน จึงมิใช่งบประมาณชำระหนี้ภาครัฐ ที่รัฐธรรมนูญ มาตรา 144 ห้ามแตะต้องแต่อย่างใด เท่าที่ตรวจสอบดู การแปรญัตติตอนจัดทำงบประมาณปี2565ก็ดำเนินการทำนองนี้เช่นกัน
 
นายชูศักดิ์ กล่าวต่อว่า หลักการตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 144 วรรคหนึ่ง มีมานานแล้ว สาระสำคัญคือห้าม สส. แปรญัตติรายจ่ายตามที่มีข้อผูกพัน มีหลักการสำคัญที่มิให้ฝายนิติบัญญัติเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องในการเปลี่ยนแปลงหรือเพิ่มเติมรายจ่ายในโครงการที่มิได้เสนอโดยฝ่ายบริหาร ส่วนหลักการตามมาตรา 144 วรรคสอง มีมาตั้งแต่รัฐธรรมนูญ 2540 , 2550 เพียงแต่รัฐธรรมนูญ 2560 เพิ่มมาตรการที่เข้มข้นขึ้น ตามที่มีความพยายามร้องเรียนเอา ครม. สส. สว. ทั้งสภาให้สิ้นสุดสมาชิกภาพไป 

Leave a comment