
จะได้รู้ใครเป็นใคร? ‘อดีตครูวีระ’ยุส่ง’ไทย’ปฏิบัติตามมาตรการ’ตระกูลฮุน’
วันอาทิตย์ ที่ 15 มิถุนายน พ.ศ. 2568, 17.26 น.
เมื่อวันที่ 15 มิถุนายน 2568 นายวีระ สุดสังข์ หรือ “ฟอน ฝ้าฟาง” ศิลปินมรดกอีสาน ปี 2558 อดีตครูสอนภาษาไทย นักเขียนอิสระ ผู้ก่อตั้งกลุ่มวรรณกรรมลำน้ำมูลและสโมสรนักเขียนภาคอีสาน ได้โพสต์ข้อความลงบนเฟซบุ๊ก ระบุว่า ขอให้ไทยปฏิบัติตามมาตรการของตระกูลฮุน
6 มาตรการตระกูลฮุนของประเทศกัมพูชาที่บอกว่า ประเทศไทยต้องเจอ เป็น 6 มาตรการที่ผมค่อนข้างจะดีใจและบางมาตรการผมดีใจมากๆด้วย
1. ยกเลิกนำเข้าสินค้าไทย ผมมั่นใจว่าไทยไม่เดือดร้อน เพราะประเทศกัมพูชาไม่ใช่คู่ค้าสำคัญของไทย ในจำนวน 100% ของการส่งออก ไทยส่งออกไปยังกัมพูชาไม่เกิน 3% เพราะฉะนั้น จึงไม่ถือว่าเดือดร้อน แต่ผมคิดว่าประชาชนกัมพูชาจะเดือดร้อนมากกว่า เพราะสินค้าไทยครองใจประชาชนกัมพูชามานานแล้ว “ค่านิยมและวัฒนธรรมลิ้นของชาวเขมรรับการซึมซับจากสินค้าไทยลงในจิตใจและลิ้นของชาวเขมรมานานแล้วจนยากแก่การเปลี่ยนแปลง” การเปลี่ยนจากสินค้าไทยไปบริโภคสินค้าประเทศอื่นๆ อย่างเช่น เวียดนามและจีน คุณภาพสินค้าต่างกัน ราคาต่างกัน สินค้าไทยราคาถูกกว่า เพราะการขนส่งสินค้าใกล้กว่า การลักลอบขนสินค้าจากไทยจะเกิดขึ้นตามช่องทางธรรมชาติ และจะทำให้ราคาสินค้าของไทยสูงขึ้นไปอีก ยิ่งนำความเดือดร้อนมาสู่ชาวกัมพูชา
2. ไม่ให้เกษตรกรชาวกัมพูชา ส่งขายให้ไทย นี่แหละคือสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับเกษตรกรไทย สมัยรัฐบาลพลเอกประยุทธ์ไม่ให้รับซื้อมันสำปะหลังชาวกัมพูชา จึงทำให้ราคามันสำปะหลังในประเทศไทยราคาสูง ถ้าผลผลิตของเกษตรกรชาวกัมพูชาไม่ส่งขายให้ไทยยิ่งส่งผลดีต่อราคาผลผลิตของเกษตรกรไทย ข้อนี้ตระกูลฮุนคิดผิดแล้ว เมื่อเกษตรกรชาวกัมพูชาไม่ได้ขายผลผลิตให้แก่ประเทศไทย กลุ่มคนที่เดือดร้อนที่สุดก็คือเกษตรกรชาวกัมพูชา การหาตลาดใหม่และนำเข้าสู่จีน เวียดนาม มาเลเซีย อินโดนีเซีย ฯลฯ ไม่ใช่เรื่องง่าย
3. ไม่ให้ผู้ป่วยเข้าการรักษาในไทย มาตรการข้อนี้เชื่อว่าคนไทยจะดีใจมากที่สุด เพราะที่ผ่านมา เมื่อชาวกัมพูชาเจ็บป่วยเข้ามารักษาในประเทศไทย ส่วนใหญ่ไม่มีค่ารักษา ภาษีของราษฎรไทยและรัฐบาลไทยต้องรับผิดชอบค่ารักษาชาวกัมพูชาปีละเกือบ 5,000 ล้านบาท การที่ตระกูลฮุนห้ามชาวกัมพูชาไปรักษาในไทย ยิ่งทำให้ไทยไม่ต้องสูญเสียภาษีของราษฎรไทย ทำให้แพทย์และพยาบาลของไทยไม่ต้องรับผิดชอบคนเจ็บป่วยจากกัมพูชา ตระกูลฮุนคิดมาตรการนี้ได้อย่างไร? รู้สึกขอบคุณเป็นอย่างยิ่ง
4. เตรียมอพยพแรงงานเดินทางกลับจากไทย แรงงานชาวกัมพูชาอาจถึงหนึ่งล้านหรือสองล้านคน แรงงานที่อยู่ตามตะเข็บชายแดน อย่างอุบลราชธานี ศรีสะเกษ สุรินทร์ บุรีรัมย์ สระแก้ว จันทบุรีและตราด ซึ่งเป็นแรงงานอยู่ในไร่ ในสวนผลไม้และอุตสาหกรรมเล็กๆรวมทั้งร้านประกอบการ ภายในระยะเวลาสั้นๆนี้อาจส่งผลกระทบอย่างแน่นอน แต่ในระยะยาวไม่ว่าจะเป็นแรงงานตามตะเข็บชายแดนและกรุงเทพฯรวมทั้งปริมณฑลจะมีแรงงานจากเมียนมาร์และลาวมาทดแทน ซึ่งประเทศไทยพร้อมจะอ้าแขนรับอยู่แล้ว แต่ปัญหาจะเกิดแก่ประเทศกัมพูชาเองว่าจะเอาแรงงานหนึ่งล้านสองล้านคนไปทำอะไรในประเทศ ค่าแรงพออยู่พอกินหรือไม่? ความเดือดร้อนของชาวกัมพูชาจะตามมา การประท้วงและความชุลมุนวุ่นวายจะเกิดขึ้นในประเทศจนอาจทำให้ตระกูลฮุนอยู่ไม่ได้
5. ส่งทหารที่แกร่งที่สุดเข้าปกป้องจากผู้รุกราน ขอถามหน่อยว่าใครรุกรานใครและทหารแกร่งของไทยมีมากกว่าอีกด้วย เรื่องนี้ไทยไม่ได้สะทกสะท้านและหวาดกลัวแต่อย่างใด
6. อพยพประชาชนจากชายแดนที่ไม่ปลอดภัย เรื่องอพยพคงทำไม่ยาก แต่ขอถามว่า อพยพไปไว้ที่ไหน? ให้ประชาชนทำมาหากินอะไร? ข้าวปลาอุดมสมบูรณ์หรือไม่? เด็กๆนักเรียนเขมรที่เรียนอยู่ในเขตประเทศไทยจะให้พวกเขาเข้าโรงเรียนที่ไหน เตรียมพร้อมสำหรับเขาไว้แล้วหรือไม่?
เป็นมาตรการที่ตื้นเขินมาก ไม่คิดว่าจะคิดได้แค่นี้ ขอให้ประเทศไทยปิดด่านต่อไป ขอให้ตระกูลฮุนปฏิบัติตามมาตรการทั้ง 6 ข้อต่อไป และขอให้ไทยสนับสนุนมาตรการตระกูลฮุนด้วย แล้วจะรู้ว่า ใครเป็นใคร?
.jpg)