
‘นพดล’แนะ‘รัฐบาล’เพิ่ม 4 มาตรการแก้ไขปัญหาไทย-กัมพูชา
วันอาทิตย์ ที่ 15 มิถุนายน พ.ศ. 2568, 15.21 น.
‘นพดล’แนะ‘รัฐบาล’เพิ่ม 4 มาตรการแก้ไขปัญหาไทย-กัมพูชา เชิญทูตมาประชุมทำความเข้าใจ ตอกย้ำไทยยึดหลักสากล-ปรับความเข้มข้นการสื่อสาร-ตั้งคณะทำงานด้านกฎหมายติดตามเรื่อง-ให้ผู้แทนถาวรอัพเดตข้อมูลกับประเทศที่มีที่นั่งในยูเอ็นเอสซี
เมื่อวันที่ 15 มิ.ย.2568 นายนพดล ปัทมะ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวถึงการดำเนินการแก้ไขปัญหาชายแดนไทยกับกัมพูชาที่กำลังมีการประชุมคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วม (JBC) ที่พนมเปญ และกัมพูชาจะยื่นเรื่อง 3 ปราสาท และ 1 พื้นที่ไปศาลโลก ว่า ตนได้ติดตามการทำงานของรัฐบาลมาสักระยะ จึงขอเสนอให้เพิ่มความเข้มข้นในการแก้ไขปัญหา และการสื่อสารข้อมูลกับประชาชน
รวมทั้งการเตรียมการต่อสู้ทั้งทางกฎหมาย และทางการเมืองระหว่างประเทศ ตั้งแต่เนิ่นๆ เพิ่มเติมจากที่ไทยได้ยืนยันจุดยืนในการปกป้องอธิปไตยของไทย และเน้นการเจรจาตามกรอบเอ็มโอยู 43 แบบทวิภาคีและการประกาศชัดเจนไปแล้วว่าไทยไม่ยอมรับเขตอำนาจศาลโลก และจะไม่ไปศาลโลก
นายนพดล กล่าวต่อว่า ในการดำเนินงานด้านต่างประเทศในสถานการณ์นี้ ตนเห็นว่าควรจะดำเนินการเพิ่มเติม 4 เรื่อง คือ 1.เชิญผู้แทนสถานทูตต่างประเทศในไทยมาประชุมรับฟังข้อมูลของไทยที่เกี่ยวข้องกับปัญหาไทยกัมพูชา เพื่อให้ข้อมูลที่ชัดเจนว่าไทยเป็นประเทศที่ยึดมั่นในกฎกติกาสากล ไม่ได้ละเมิดดินแดนของชาติใด เป็นสมาชิกองค์การสหประชาชาติที่มีวุฒิภาวะ มีความน่าเชื่อถือ เพื่อรักษาเกียรติภูมิและภาพลักษณ์ของไทยในเวทีโลก
นายนพดล กล่าวต่อว่า 2.ควรให้เจ้าหน้าที่คณะผู้แทนถาวรของไทย ประจำสหประชาชาติ ที่กรุงนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกาได้พบปะกับคณะผู้แทนถาวรของประเทศที่มีที่นั่งในคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (UNSC) เพื่อให้ข้อมูลอัพเดตสถานการณ์เรื่องไทยกัมพูชาเพื่อเตรียมการหากกัมพูชานำเรื่องนี้ไปสู่เวทีคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ
นายนพดล กล่าวอีกว่า 3.ควรจัดตั้งคณะทำงานด้านกฎหมายเพื่อติดตามปัญหาระหว่างไทย-กัมพูชา แม้ไทยไม่ยอมรับเขตอำนาจศาลโลก ทั้งนี้ เพื่อเตรียมการและเตรียมข้อเท็จจริง รวมถึงข้อกฎหมายอันเป็นผลสืบเนื่องจากที่กัมพูชาจะยื่นเรื่องไปที่ศาลโลก
นายนพดล กล่าวด้วยว่า และ 4.ควรปรับความเข้มข้นในการสื่อสารและจัดวางบุคคลที่จะต้องสื่อสาร เพื่อให้ได้สัดส่วนกับการให้ข้อมูลของฝ่ายกัมพูชา ทั้งนี้ เพื่อให้ทันการ ครบถ้วน รวดเร็ว และได้น้ำหนักเพื่อให้ความมั่นใจกับคนไทยว่ารัฐบาลสามารถรักษาอธิปไตยของไทยและรักษาความสัมพันธ์ กับประเทศเพื่อนบ้านได้
“ผมเห็นว่าทิศทางใหญ่ที่รัฐบาลยึดมั่นในการเจรจาสองฝ่ายตามกรอบเอ็มยู 43 และการยืนยันไม่ยอมรับเขตอำนาจศาลโลก เป็นทิศทางใหญ่ที่ชัดเจน แต่ขณะเดียวกันก็มีรายละเอียดและข้อมูลระหว่างทางที่รัฐบาลจะต้องปรับการทำงานให้มีความเข้มข้นมากยิ่งขึ้น ผมขอให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ของรัฐทุกคนที่ทำงานเพื่อปกป้องอธิปไตยของประเทศและรักษาความสัมพันธ์ที่ดีกับประเทศเพื่อนบ้านต่อไป“ นายนพดล กล่าว