
เปิดความลับ Red Light Therapy แสงสีแดงช่วยย้อนวัยได้จริงไหม ?
วันอังคาร ที่ 17 มิถุนายน พ.ศ. 2568, 12.16 น.
On the way with Chom สัปดาห์นี้ พามารู้จักกับแสงสีแดง แสงมหัศจรรย์ที่ไม่ได้มีดีแค่ชะลอวัย แต่ยังฟื้นฟูเซลล์สมอง และกระตุ้นพลังชีวิต! เปิดโลก Red Light Therapy กับ “หมอเดียร์ ธรณัส” อายุรแพทย์ผู้หลงใหลนวัตกรรมการแพทย์แห่งอนาคต ที่จะพาไปเข้าใจทุกมิติของนวัตกรรมแสงบำบัด เทรนด์สุขภาพที่กำลังเปลี่ยนชีวิตคนทั่วโลก
Light Therapy (แสงบำบัด) ประวัติความเป็นมา ?
หมอเดียร์ : มีประวัติการใช้งานมายาวนานตั้งแต่สมัยอียิปต์โรมัน มีเริ่มตั้งแต่ช่วงปี 1900 เริ่มนำแสงมาบำบัดค้นพบว่าแสงมาบำบัด ค้นพบว่าแสง UV สามารถนำมากระตุ้นการสร้างวิตามินและรักษาโรคได้ พัฒนามาเรื่อย ๆ ปี 1960 เริ่มนำมาเขียนเป็นหนังสือจริงจังมากขึ้น ในปี 2000 นักวิทยาศาสตร์ฝั่งตะวันตกเริ่มมีการสนใจมากขึ้นเรื่อย ๆ เพราะพบว่าสามารถนำมารักษาในหลายๆโรคได้
ตัวอย่างการใช้ Light Therapy ในประเทศไทย ?
หมอเดียร์ : มีการใช้ Light Therapy ในประเทศไทยมานานแล้ว เช่น เมื่อประมาณ 50-60 ปีที่แล้ว สมาคมป่าวัณโรค ใช้การรักษาวัณโรคโดยให้ผู้ป่วยนอนตากแดด เปิดหน้าต่างให้แสงแดดเข้า เพื่อรับแสง UV ไปกระตุ้นให้ร่างกายสร้างวิตามินดี ซึ่งช่วยในการรักษาและทำให้ผู้ป่วยแข็งแรงขึ้น
Red Light Therapy พัฒนามาอย่างไร ?
หมอเดียร์ : องค์กร NASA สหรัฐอเมริกา ได้พัฒนา Red Light Therapy ตั้งแต่ปี 1990 ศึกษาโดยใช้แสงสีแดงกับพืชในอวกาศ พบว่าต้นไม้เติบโตขึ้น และยังนำแสงสีแดงมาบำบัดนักบินอวกาศ พบว่าบาดแผลหายเร็วขึ้นและเนื้อเยื่อฟื้นฟูได้ดีขึ้น พบว่าแสงสีแดงมีประโยชน์ในการบำบัด รักษา และฟื้นฟูเซลล์ แสงสีแดงที่เราสนใจอยู่ในกลุ่ม Visible Light ในทางการแพทย์มีการนำแสง 5 สีหลักมาใช้ ได้แก่ สีน้ำเงิน สีเขียว สีเหลือง สีแดง และอินฟราเรด Red Light Therapy ปัจจุบันมีแหล่งผลิตหลัก 2 แหล่ง คือ เลเซอร์ ซึ่งเป็นแสงที่ถูกขยาย มีทิศทางและสามารถกำหนดความแรงและความลึกได้ และ LED ซึ่งมีความแรงน้อยกว่าและแสงจะกระจายออกไป
Red Light Therapy ถูกนำมาใช้ในด้านความงามและการดูแลสุขภาพอย่างไร ?
หมอเดียร์ : Red Light Therapy ถูกนำมาใช้ในด้านความงามและสุขภาพหลายรูปแบบ เช่น การใช้มาสก์ LED เพื่อบำรุงผิวหน้า และการใช้หมวกที่มีแสงสีแดงเพื่อกระตุ้นการสร้างเซลล์ผมใหม่และลดผมร่วง ช่วงความยาวคลื่นที่เหมาะสมของ Red Light Therapy อยู่ที่ 620-700 นาโนเมตร หากเกิน 700 นาโนเมตรขึ้นไปจะจัดอยู่ในกลุ่ม Near Infrared ซึ่งสามารถลงลึกได้มากกว่าแสงสีอื่น ๆ ประมาณ 5 เซนติเมตรจากชั้นผิวหนัง การซึมลึกนี้ทำให้ Near Infrared สามารถนำมาใช้กระตุ้นสมองได้ องค์การอาหารและยาของสหรัฐอเมริกา (USFDA) ได้อนุมัติการใช้งานประมาณ 5 อย่าง ได้แก่ สิว, กล้ามเนื้ออักเสบและข้ออักเสบ, ผมร่วง, และการเพิ่มการไหลเวียนของเลือดในอวัยวะที่บำบัด เช่น ช่วยให้แผลหายเร็วขึ้น
แสงแต่ละสีที่ใช้ในการบำบัดมีคุณสมบัติอย่างไร
หมอเดียร์ : แสงสีน้ำเงินช่วยฆ่าเชื้อโรคและลดการอักเสบ แสงสีเขียวช่วยสร้าง Nitric oxide ซึ่งอาจช่วยลดความดันได้ แสงสีแดงช่วยเรื่อง Anti-aging ชะลอวัย แสงสีขาวและแสงสีเหลือง คล้ายแสงแดด ช่วยกระตุ้นการสร้างวิตามินดีในร่างกาย อินฟราเรดสามารถลงลึกได้ประมาณ 5 เซนติเมตร ทะลุถึงสมองได้ จึงถูกนำมาใช้กับผู้ป่วยอัลไซเมอร์ หลงลืม และซึมเศร้า เพื่อกระตุ้นและฟื้นฟูเซลล์สมองที่อักเสบหรือฝ่อ
แสงสีแดงกระตุ้นฟื้นฟูเซลล์และ Mitochondria ได้อย่างไร
หมอเดียร์ : Mitochondria ทำหน้าที่สร้างพลังงานที่เรียกว่า ATP เราทานอาหารเข้าไปก็จะเข้าอยู่ในเซลล์โดยสังเคราะห์จาก Mitochondria สร้างพลังงานออกมา แสงสีแดงเข้าไปทำให้ปล่อยพลังงานออกมาคล้าย ๆ กับสังเคราะห์แสงในพืชที่คลอโรฟิลล์ดูดซับแสง ในมนุษย์ ฮีโมโกลบินในเม็ดเลือดแดงเป็นตัวดูดซับแสงสีแดง แล้วนำไปสู่ทุกเซลล์ ทำให้กระบวนการหายใจของ Mitochondria สมบูรณ์ และสร้างพลังงาน ATP ออกมาได้มากขึ้น
ในปัจจุบันส่งผลต่อการได้รับแสงสีแดงอย่างไร
หมอเดียร์ : ปัจจุบันเรารับแสงสีแดงไม่เพียงพอ เพราะตื่นเช้ามาขับรถเข้าออฟฟิศ ไม่โดนแสงแดด แต่จะโดนแสงสีฟ้า (Blue light) ซึ่งไม่ช่วยดูแลสุขภาพ
แสงสีแดงสามารถป้องกันอันตรายจากแสง UV ได้หรือไม่
หมอเดียร์ : Red Light Therapy สามารถที่จะป้องกันแสง UV ที่จะมาทำร้ายเซลล์ผิวหนังได้ งานวิจัยพบว่าแสงสีแดงสามารถกระตุ้นเซลล์ผิวหนังให้สร้างพลังงานและแข็งแรงขึ้น ครีมกันแดดจะกัน UV แต่ไม่ได้กันแสงสีแดง
แสง UV มีผลดีและผลเสียอย่างไร
หมอเดียร์ : แสง UV มีทั้ง UVA และ UVB โดย UVB เป็นตัวหลักที่ทำร้ายผิวหนัง หากได้รับในปริมาณที่เหมาะสม UVB จะช่วยกระตุ้นการสร้างวิตามิน D3 ในร่างกายได้
แสงมีผลต่อการนอนหลับและวงจรชีวิต (Circadian rhythm) อย่างไร
หมอเดียร์ : การได้รับแสงแดดในตอนเช้าจะกระตุ้นต่อม Pineal ในสมองให้สร้างสารสื่อประสาท Serotonin ซึ่งทำให้เกิดอารมณ์ดีและสุขภาพจิตดี Serotonin ที่สร้างในตอนเช้าจะถูกเก็บไว้และเปลี่ยนเป็น Melatoninในเวลากลางคืนเป็นฮอร์โมนที่ช่วยในการนอนหลับ
ในปัจจุบันส่งผลต่อการได้รับแสงธรรมชาติอย่างไร
หมอเดียร์ : หลายคนตื่นเช้ามามักจะจับโทรศัพท์และโดนแสงสีฟ้าก่อนที่จะได้รับแสงแดด สำหรับผู้ที่ไม่สามารถได้รับแสงแดดธรรมชาติได้เพียงพอ เช่น ผู้ที่ตื่นแต่เช้ามืดมีอุปกรณ์แสงอาทิตย์สังเคราะห์ที่สามารถช่วยกระตุ้นร่างกายให้ตื่นตัวและสร้าง Serotonin ได้ วิธีที่ดีที่สุดคือการเปิดหน้าต่างรับแสงแดดในตอนเช้าเป็นเวลา 10-20 นาที
งานวิจัยใหม่ๆ เกี่ยวกับ Red Light Therapy
หมอเดียร์ : งานวิจัยเกี่ยวกับ Longevity Medicine เวชศาสตร์ชะลอวัย เอาแสงสีแดงมาใช้เพื่อชะลอความแก่และอายุยืนขึ้น ในปัจจุบันงานวิจัยในต่างประเทศและการศึกษาในทางการแพทย์กำลังโฟกัสในระดับเซลล์ในระดับโมเลกุล Mitochondria Metabolic Therapy ใช้ Mitochondria เป็นตัวสำคัญในการรักษาร่างกายของเรา ถ้า Mitochondria เราแข็งแรงทำให้เราผลิตพลังงานของเราแม้จะอายุมากขึ้น
แนวโน้มในอนาคตของ Red Light Therapy และวงการ Anti-aging จะเป็นอย่างไร
หมอเดียร์ : ในอนาคตข้างหน้า Red Light Therapy จะกลายเป็นอุปกรณ์ประจำบ้านที่ทุกคนนำมาใช้ได้เอง ไม่ได้จำกัดอยู่แค่ในคลินิกหรือสปา มันจะกลายเป็นเหมือน Gadget ที่จำเป็นในชีวิตประจำวัน เช่นเดียวกับเครื่องฟอกอากาศหรือหุ่นยนต์ดูดฝุ่น เพื่อทำให้คุณภาพชีวิตของเราดีขึ้น อยู่ที่ว่าเราต้องฉลาดเลือกผู้ผลิตที่น่าเชื่อถือและเหมาะกับเรา
สามารถติดตาม “On the way with Chom” ได้ที่ช่องทาง Podcast : Life Dot , Facebook: Life Dot , Youtube : Life Dot วันจันทร์ (สัปดาห์เว้นสัปดาห์) เวลา 18.00 น.
คลิกชมรายการย้อนหลัง : https://www.youtube.com/watch?v=lXO-TmH3qzY&ab_channel=LIFEDOT
สามารถติดตามและอัปเดตข่าวสารได้ที่ช่องทาง
Podcast : Life Dot , Facebook: Life Dot , Youtube : Life Dot , IG : lifedot.official ,
TikTok : lifedot_official , Spotify : Lifedot_official


