
‘สว.สำรอง’ยื่น‘5 ไม่’ให้ กกต.ยืนหยัดสอบคดีฮั้วเลือกสว.
วันอังคาร ที่ 17 มิถุนายน พ.ศ. 2568, 15.41 น.
‘สว.สำรอง’ยื่น‘5 ไม่’ให้ กกต.ยืนหยัดสอบคดีฮั้วเลือกสว. ‘พล.ต.ท.คำรบ’มองมีชื่อแกนนำ-กก.บห.พรรคดังชี้ชัดเอี่ยว ติงหากฟ้องทีมสอบฯควรรอศาลยกคำร้องก่อน
17 มิถุนายน 2568 ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กลุ่มสว.สำรอง และอดีตผู้สมัคร สว. นำโดย พล.ต.ท.คำรบ ปัญญาแก้ว เข้ายื่นหนังสือเพื่อติดตามการทำงานของ กกต. ที่มีต่อคณะกรรมการสืบสวนและไต่สวน ชุดที่ 26ในคดีฮั้วเลือก สว.
พล.ต.ท.คำรบ กล่าวว่า ขณะนี้การดำเนินการของคณะสืบสวนไต่สวนคณะที่ 26 ได้ดำเนินการไปได้อย่างมีประสิทธิภาพและมีการออกหนังสือเรียกผู้เกี่ยวข้องมาแก้ข้อกล่าวหารวม 162 คนและคาดว่าจะครบจำนวนในเร็ววันนี้ ซึ่งการดำเนินการตามกระบวนการต่อจากนี้จะเป็นการนำเสนอไปยังฝ่ายกฎหมายคณะอนุวินิจฉัย คณะกกต. และจากการดำเนินการมาจนถึงปัจจุบันทราบว่ามีข่าวสารว่า มีความพยายามของกลุ่มคนบางกลุ่มที่ทำให้การทำงานของคณะสืบสวนไต่สวนฯ ไม่เป็นไปตามขั้นตอนของกฎหมาย มีการใช้กลวิธีต่างๆเพื่อที่จะแทรกแซงกระบวน การยุติธรรม
พล.ต.ท.คำรบ กล่าวว่า ฉะนั้น กลุ่มสว.สำรอง และภาคประชาชนที่เกี่ยวข้อง จึงมาวันนี้เพื่อเรียกร้องต่อ กกต.ให้ยืนยันและปฏิบัติตาม “5 ไม่” คือ
1. ไม่ฟังเสียงสั่งการ หรือข้อขอร้องใดๆจากผู้หนึ่งผู้ใดที่อาจจะแอบอ้างสั่งการ หรือแอบอ้างชื่อเพื่อให้การกระทำที่นอกเหนือไปจากข้อเท็จจริงหรือความจริงที่เกิดขึ้นขอให้ยึดมั่นยึดถือเรื่องใดถูกก็ขอให้เป็นถูกเรื่องใดผิดก็ขอให้เป็นผิดตัดสินอย่างตรงไปตรงมา
2. ไม่รับคำร้องขอหรือรับสิ่งตอบแทนใดๆไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อมจากผู้ใดเพื่อกระทำการหรืองดเว้นการกระทำการนอกเหนือไปจากหน้าที่รับผิดชอบให้การตรวจสอบการทุจริตเกี่ยวกับการเลือกสว.ครั้งนี้ให้เป็นไปตามกระบวนการที่ชอบด้วยกฎหมายอย่างเที่ยงธรรมจนเสร็จสิ้นกระบวนการ
3.ไม่กระทำการสิ่งใดที่นอกเหนือจากหน้าที่รับผิดชอบตามที่กฎหมายกำหนดไม่ว่าจะมีแรงร้องขออ้อนวอน หรือแรงกดดันใดๆโดยตระหนักอยู่เสมอในจิตมโนสำนึกในการรักษาไว้ ซึ่งความสุจริตและเที่ยงธรรมและชอบด้วยกฎหมายตามคำขวัญของสำนัก งาน กกต.
4. ไม่ลาออกก่อนกำหนดไม่ว่าด้วยเหตุผล หรือกรณีใดๆเพื่อคงไว้ซึ่งการดำเนินการตามภารกิจที่รับผิดชอบในการตรวจสอบการทุจริตในการเลือกสว. ให้เสร็จสิ้นโดยต้องรักษาไว้ซึ่งเกียรติภูมิของตนและครอบครัวตลอดจนองค์กรคณะกรรมการการเลือกตั้ง
5.ไม่ละทิ้งหน้าที่และประชาชนโดยต้องควบคุมสอดส่องการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ทุกระดับในการตรวจสอบการทุจริตการเลือกสว.ครั้งนี้ให้ปราศจากอุปสรรคและปกป้องการถูกขัดขวางจากผู้ไม่หวังดีต่อกรณีกล่าวหาหรือร้องเรียนต่างๆ
เมื่อถามว่าการที่คณะกรรมการสืบสวนและไต่สวนเรียกบุคคลที่เกี่ยวข้องรวมถึงพรรคการเมืองเข้ารับทราบข้อหาเป็นเครื่องบ่งชี้ได้หรือไม่ว่าเกี่ยวข้องกับกระบวนการฮั้วเลือกสว.นั้น พล.ต.ท.คำรบ กล่าวว่า จากปรากฏการณ์ที่คณะสืบสวนฯทำหนังสือแจ้งข้อกล่าวหาก็เป็นเครื่องบ่งชี้อย่างหนึ่งว่าบุคคลทั้ง 162 คน ตั้งแต่ล็อต 1 – 7 มีส่วนเกี่ยวข้องกับการทุจริตการเลือกสว.ที่ผ่านมาไม่อย่างใดก็อย่างหนึ่งแน่นอน คงจะเป็นลักษณะ 2 ส่วนส่วนแรก คือ บุคคลที่ได้เป็น สว.ได้มาโดยไม่สุจริตและเที่ยงธรรม ส่วนบุคคลที่ไม่ได้เป็น สว.คงจะมีส่วนเกี่ยวข้องในการสนับสนุนหรือดำเนินการอย่างใดอย่างหนึ่งกระทำผิดตามที่ระบุไว้ตามมาตรา 77 พ.ร.ป.ว่าด้วยการได้มาซึ่ง สว. กรณีบุคคลสั่งให้กระทำหรือไม่กระทำการอย่างใดอย่างหนึ่ง รวมถึงมาตรา 76 ที่เกี่ยวข้องกับพรรค การเมืองหรือบุคคลที่เกี่ยวข้องกับพรรคการเมืองโดยใช้สถานะเข้าไปเกี่ยวข้องด้วย ส่วนจะมีส่วนเกี่ยวข้องมากน้อยเพียงใดเป็นเรื่องของพยานหลักฐานของคณะกรรมการสืบสวนและไต่สวน
เมื่อถามว่ามองว่าการที่พรรคการ เมืองดังกล่าวจะฟ้องกลับคณะกรรมการสืบสวนและไต่สวน ชุดที่ 26 จะทำให้การตรวจสอบสะดุดหรือไม่ พล.ต.ท.คำรบ กล่าวว่า การฟ้องกลับควรฟ้องกลับเมื่อการดำเนินการเมื่อไปถึงศาลแล้วยกฟ้องว่าไม่ผิด จึงจะมีความเหมาะสมถ้าจะฟ้องกลับ แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่ได้แก้ข้อกล่าวหาว่าถูกผิดอย่างไร
“หากท่านอดทนรออีกสักนิดนึง รอให้ท่านไปแก้ข้อกล่าวหา แก้ได้ไม่ได้ หากไปถึงชั้นศาลแล้วศาลฟังท่านแล้วยกคำร้องของคณะกรรมการสืบสวนฯ ก็แปลว่าท่านชนะ ท่านก็อาจใช้ประเด็นนั้นฟ้องกลับ ผมว่าน่าจะเหมาะสมที่สุด” พล.ต.ท.คำรบ กล่าว
เมื่อถามว่าหากดูตามรายชื่อที่ปรากฏเป็นแกนนำและผู้บริหารพรรคการเมืองร่วมอยู่ด้วย หมายความว่าเป็นผู้มีอำนาจสูงสุดที่เกี่ยวข้องกับพรรคแล้วใช่หรือไม่ พล.ต.ท. คำรบ กล่าวว่า ตนเชื่อว่าน่าจะที่สุดแล้วจากที่เห็นรายชื่อที่ปรากฏออกมา ซึ่งดูแล้วอาจจะเป็นผู้มีอำนาจสูงสุดเกี่ยวข้องกับพรรคการเมือง คาดว่าน่าจะเป็นผู้มีส่วนเกี่ยวข้องสำคัญที่สุดของพรรค
เมื่อถามว่าข้อมูลของคณะสว. สำรองที่มียังมีรายชื่อบุคคลอื่นที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติมอีกหรือไม่นอกเหนือจากรายชื่อที่คณะกรรมการสืบสวนและไต่สวนชุดที่ 26 แจ้งข้อกล่าวหา พล.ต.ท.คำรบ กล่าวว่า มีข้อมูลอื่น แต่อาจจะไม่ได้เกี่ยวข้องเรื่องของ สว.โดยตรง ซึ่งในส่วนการดำเนินการทั้งหมดยังเกี่ยวข้องไปตั้งแต่ผู้สนับสนุนการเลือก การเลือกไขว้ มีการว่าจ้างตั้งแต่ระดับอำเภอ ระดับจังหวัด ซึ่งยังมีอีกหลายส่วนเช่นกัน แต่ตนเข้าใจว่าในขั้นแรกคณะกรรมการสืบสวนและไต่สวนอาจจะมุ่งไปถึงคณะ สว.ตัวจริงที่อยู่ในสภาที่มีที่มาที่ไปอาจจะไม่สุจริตเที่ยงธรรมก่อนเพราะเป็นเรื่องของเกี่ยวกับการเลือกสว. และหลังจากนี้ยังมีข้อหาอั้งยี่ ฟอกเงิน รวมถึงอาจจะมีข้อหา มาตรา 116 ข้อหายุยงให้ประชา ชนกระทำความผิด ซึ่งในส่วนนี้ยังมีคณะกรรมการของกรมสอบสวนคดีพิเศษ(DSI) ที่มีอธิบดีดีเอสไอเป็นประธานฯ เข้าใจว่าหลังจากเรื่องเกี่ยวกับกระบวนการเลือกสว.เมื่อได้ข้อสรุปเห็นภาพชัดเจน คณะทำงานร่วมกับกกต.ก็จะไปสวมหมวกเป็นคณะกรรมการในชุด 41 คน พิจารณาความผิดข้อหาอั้งยี่ซ่องโจรต่อไป
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในช่วงท้าย นายพิสุทธิ์ ทรัพย์วิจิตร ได้ร้องเพลงเนื้อหาว่า “สู้ติดแน่ แพ้ติดนาน สารภาพติดพอประมาณ หรือว่ากันตัวไว้เป็นพยาน เอายังไงดี อยู่ดีๆก็สะดวกดำเนินคดีเสียอย่างนั้น อยู่ดีๆก็จะเข้าไปกินข้าวแดงซะงั้น ก็ไม่คิดว่ามันจะออกมาเป็นอย่างนี้ ก็ไม่คิดว่าจะมีใครจับได้ไล่ทัน ก็คิดว่าแบ็ค ใหญ่แบ็คดีแต่ตอนนี้แบตก็ยังจะแย่”




