‘เฉลิมชัย’ชี้ปรับ ครม.เป็นอำนาจ‘นายกฯ’

‘เฉลิมชัย’ชี้ปรับ ครม.เป็นอำนาจ‘นายกฯ’

‘เฉลิมชัย’ชี้ปรับ ครม.เป็นอำนาจ‘นายกฯ’

วันพุธ ที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2568, 17.12 น.

“เฉลิมชัย”ชี้ปรับ ครม.เป็นอำนาจ”นายกฯ” พร้อมรับสถานการณ์หาก”ยุบสภา” ส่วนปม”อนุทิน”ยอมเป็นฝ่ายค้าน บอก”ประชาธิปัตย์”ก็เคยเป็นมาแล้ว รอ”นายกฯ”แจ้งผลปรับ ครม. ถ้าไม่ปรับก็จบ

เมื่อวันที่ 18 มิถุนายน 2568 ที่ จ.กระบี่ นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) ในฐานะหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีการปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) โดยเฉพาะในประเด็น
นายอนุทิน ชาญวีรกุล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) หากถูกยึดโควตากระทรวงมหาดไทยก็จะไปเป็นฝ่ายค้าน ว่า จังหวะที่มีกระแสข่าวออกมาตนลงพื้นที่ จ.กระบี่ เลยไม่รู้ว่าที่ กทม.มีการพูดคุยอะไรบ้าง ตนเป็นหัวหน้าพรรคการเมืองพรรคหนึ่งใน ครม.สุดท้ายมีผลสรุปอย่างไร ทางนายกรัฐมนตรีคงเป็นคนแจ้งเอง เพื่อให้มีการพูดคุยกัน แต่วันนี้ยังไม่มีการแจ้งมา และซึ่งเรื่องนี้น่าจะทราบความชัดเจนในวันพรุ่งนี้ หลังจากที่ตนกลับ กทม.แต่วันนี้ยังตอบไม่ได้ เพราะยังไม่ได้คุยกับใคร

เมื่อถามว่า ก่อนหน้านี้นายกฯ ได้เชิญเข้าไปพูดคุยหรือไม่ นายเฉลิมชัย กล่าวว่า ไม่เคยมีการเชิญไปพูดคุยเรื่องนี้เลย หรือกระทั่งการพูดคุยส่วนตัวก็ไม่มี เมื่อถามว่า มั่นใจว่าเก้าอี้ในสัดส่วนของพรรคประชาธิปัตย์จะยังคงเหมือนเดิมหรือไม่ นายเฉลิมชัย กล่าวว่า เรื่องนี้เป็นอำนาจของนายกรัฐมนตรี ในการปรับหรือไม่ปรับ ครม. ถ้าไม่ปรับก็จบ

เมื่อถามว่า เป็นห่วงเสถียรภาพของรัฐบาล หรือจะมีการยุบสภาก่อนเวลาหรือไม่ นายเฉลิมชัย กล่าวว่า คนเป็นนักการเมืองก็พร้อมทุกอย่าง วันนี้ไม่มีใครอยากให้ยุบสภา แต่ก็พร้อมรับทุกสถานการณ์

เมื่อถามถึงกรณีที่พรรคภูมิใจไทยจะไปเป็นฝ่ายค้าน ในฐานะที่เป็นพรรคร่วมรัฐบาลมองอย่างไรบ้าง นายเฉลิมชัย กล่าวว่า พรรคประชาธิปัตย์เคยเป็นทั้งฝ่ายค้านและรัฐบาล ซึ่งต้องแยกเรื่องความรู้สึก เรื่องการทำงาน และความเป็นพรรคพวกออกจากกัน ถ้าในเรื่องการทำงานก็เป็นเรื่องของนายกฯ ที่จะตัดสินใจให้รัฐบาลมีความมั่นคง หรือจะบริหารประเทศอย่างไร แต่โดยส่วนตัวในเรื่องความผูกพันตนอยากให้ทุกพรรคเป็นรัฐบาลด้วยกันทั้งหมด ไม่อยากให้ใครไปเป็นฝ่ายค้าน แต่ในความเป็นจริงมันเป็นไปไม่ได้

ต่อข้อถามว่า ทางพรรคประชาธิปัตย์จะช่วยเป็นกาวใจหรือไม่ นายเฉลิมชัย กล่าวว่า พรรคประชาธิปัตย์ไม่ใช่พรรคใหญ่อีกแล้ว สิ่งที่มีอยู่คือความสนิทสนมความเป็นพรรคร่วม แต่อำนาจในการตัดสินใจทางการเมือง ใครมีอำนาจก็เป็นคนตัดสินใจการปรับเปลี่ยน ซึ่งทางนายกฯ ก็จะต้องแจ้งในฐานะที่ตนเป็นพรรคร่วมพรรคหนึ่งในรัฐบาล

– 006

Leave a comment