ผู้นำไทยเพลี่ยงพล้ำเจรจา! ย้ำศักดิ์ศรีประเทศต้องมาก่อน อย่า’ด้อยค่าทหาร’ต่อหน้าคู่เจรจา

ผู้นำไทยเพลี่ยงพล้ำเจรจา! ย้ำศักดิ์ศรีประเทศต้องมาก่อน อย่า'ด้อยค่าทหาร'ต่อหน้าคู่เจรจา

ผู้นำไทยเพลี่ยงพล้ำเจรจา! ย้ำศักดิ์ศรีประเทศต้องมาก่อน อย่า’ด้อยค่าทหาร’ต่อหน้าคู่เจรจา

วันศุกร์ ที่ 20 มิถุนายน พ.ศ. 2568, 08.31 น.

วันที่ 20 มิถุนายน 2568 นายนริศโรจน์ เฟื่องระบิล อดีตเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงบัวโนสไอเรส ประเทศอาร์เจนตินา ได้โพสต์ข้อความลงในเฟซบุ๊ก Fuangrabil Narisroj ระบุว่า ในการเจรจาความเมืองระดับประเทศ ต่างฝ่ายต่างสวมหัวโขนในฐานะผู้นำ หรือ ผู้มีอำนาจของปท.นั้นๆที่ได้รับมอบหมายมาให้เจรจา

ซึ่งไม่ว่าจะเป็นเจรจาทางการ หรือไม่ทางการ สิ่งนึงที่ต้องยึดมั่นให้มากที่สุดของผู้นำแต่ละประเทศ คือ ศักดิ์ศรี และ เกียรติภูมิของประเทศ (ซึ่งหมายถึงกองทัพ และผลปย.ของประชาชนแต่ละประเทศ)

คู่เจรจาหรือ Counterpart ของแต่ละประเทศ ต้องยึดสถานะความเท่าเทียมกันเป็นหลัก ไม่ว่าจะอายุมากหรือน้อยกว่า

ต่อให้ผู้นำการเจรจาของทั้งสองฝ่ายนั้นรู้จักมักคุ้นกันเป็นอย่างดีมาก่อน เป็นเพื่อนกัน เป็นญาติเป็นดองกัน 

แต่บนโต๊ะเจรจาจะต้องไม่มีความเป็นพี่น้อง ลุง ป้า น้า อา หลาน ของใครเด็ดขาด  หลักการที่ต้องยึดมั่นคือทั้งสองฝ่ายมีสถานะและศักดิ์ศรีเท่าเทียมกัน

คำสรรพนามที่ใช้ในการเจรจาแบบที่ถูกต้องอย่างเป็นทางการ จะเรียกอีกฝ่ายว่า ท่าน หรือ ฯพณฯท่าน  ได้ เป็นการให้เกียรติ  

แต่จะไม่ใช้สรรพนามเรียก ลุง ป้า น้า อา หลาน เป็นอันขาด เพราะนี่คือการเจรจาความเมืองในหลักการหรือวาระที่สำคัญของชาติ ไม่มีการนับญาติกับใครทั้งสิ้น !

ถ้าอยากนับญาติก็ไปคุยส่วนตัวกันที่บ้าน แต่ไม่ใช่บนโต๊ะเวทีการเจรจาระหว่างประเทศ

ขอยกตัวอย่างกรณีล่าสุดสดๆร้อนๆ ถ้าผมเป็นผู้นำรัฐบาลในการเจรจา ผมจะเรียกแค่ ท่านสมเด็จ….เท่านั้น  จะไม่เรียกลุงเพื่อนับญาติบนโต๊ะเจรจาโดยเด็ดขาด  !

เนื่องจากผมเคยประจำการที่ลาว เคยผ่านการประชุมเจรจาปักปันเขตแดนมาแล้วหลายครั้ง จะมีหลักการในการเจรจาอันนึงที่ผมได้ยินจาก ผู้ใหญ่ คู่เจรจา ทั้งสองฝ่ายในการหาข้อสรุปเพื่อตกลง

ในหลักการร่วมกันให้ได้นั่นคือ 

“ Make Everybody Equally Unhappy” 

หรือพูดง่ายๆ คือไม่มีใครได้ 100 % หรือ เสีย 100 %  การทำให้ unhappy เท่าๆกันทั้งสองฝ่าย จะเป็นข้อสรุปที่ลงตัวที่สุด 

ในการเจรจาผู้นำของทั้งสองฝ่ายจะต้องมีท่าทีที่ strong น่าเกรงขาม แต่สุภาพ โอนอ่อนหรือยืดหยุ่นได้แบบมีเหตุผลรองรับ 

แต่ไม่ใช่แสดงท่าที ”หงอ“ ยอมเสนอให้ฝ่ายคู่เจรจาว่าอยากได้อะไรให้บอกมา จะจัดให้ได้หมด  แบบนี้ไม่ควรพูดอย่างยิ่ง 

การจะยืดหยุ่นยอมให้หรือไม่ให้ ต้องมี tactics หรือลูกล่อลูกชนกับฝ่ายตรงข้าม คือเราต้อง รุก ด้วยไม่ใช่ตั้งรับอย่างเดียว

ในการเจรจาถ้ามี ”กึ๋น“ พอ จะต้องไม่ยอมให้ฝ่ายคู่เจรจาเล่นแต่บทพระเอกที่ถูกรังแก แต่จะต้องมีสติในการโต้แย้งโต้ตอบให้ได้ว่า ฝ่ายเราก็โดนกระทำแบบไม่เป็นธรรมเช่นกัน และต้องตอบสวน

ให้ทันเหตุการณ์ด้วย 

และที่สำคัญที่สุดของที่สุด ไม่ว่าจะอ้างว่าเป็นเทคนิคในการเจรจา คือ ต้องไม่ด้อยค่าหน่วยงานในความดูแลในฐานะผู้นำของตัวเองให้ฝ่ายตรงข้ามได้ยินเป็นอันขาด  

เพราะนี่เป็นเรื่องทาง จิตวิทยา ที่ฝ่ายตรงข้ามสามารถยืมคำพูดเอาไปใช้ทำสงครามจิตวิทยาย้อนตีเราได้ต่อไป ว่า 

เป็นถึง ผู้นำประเทศ แต่มีกองทัพอยู่ฝ่ายตรงข้ามกับตัวเอง โดยเล่าจากปากของผู้นำเองให้ฝ่ายตรงข้ามได้ยิน  

แบบนี้เสียหมดครับทั้งหลักการในการเจรจา หลักการทางยุทธศาสตร์ และหลักการในทางพิธีการทูต

ใครไม่อาย แต่ผมอาย !

Leave a comment