
‘พี่ใหญ่เอ็นจีโอใต้’ซัดรำคาญด้อมส้ม ถามรู้หรือไม่ พรรคนี้’ไม่กล้าค้าน พ.ร.บ.ประมงฯ
วันจันทร์ ที่ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2568, 08.53 น.
‘พี่ใหญ่เอ็นจีโอใต้’ซัดรำคาญกองเชียร์พรรคส้ม ทำเป็นเท่ ถามรู้หรือไม่ พรรคการเมืองคนรุ่นใหม่ ไม่กล้าค้าน พ.ร.บ.ประมงฯ ทั้งที่ส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศน์ ปล่อยชาวบ้านสู้โดยลำพัง
เมื่อวันที่ 30 มิ.ย.2568 นายบรรจง นะแส เจ้าของรางวัลสันติประชาธรรม และปัจจุบันเป็นที่ปรึกษาสมาคมรักษ์ทะเลไทย ซึ่งเป็นผู้หนึ่งที่ทำงานร่วมกับกลุ่มประมงพื้นบ้านมายาวนาน ได้โพสต์เฟสบุ๊ก เมื่อ29 มิ.ย.2568 ระบุว่า “ชักรำคาญพวกประจบประแจงพรรคการเมืองของคนรุ่นใหม่..พวกคุณรู้มั้ยพรบ.ประมงพรรคนี้ตัดสินใจยังไง??..อย่ามาทำเป็นเท่ห์..รำคาญว่ะ”
และต่อมาอีก 1 ชม. ก็ได้โพสต์ เพิ่มเติมว่า “กะอีแค่มีสส./สมาชิกพรรคที่ทำประมงที่ทำลายล้างพันธุ์น้ำวัยอ่อน พวกคุณก็บอกว่าเป็นเอกสิทธิ์ของสส.ขอฟรีโหวต…ถุย..(หลักการอยู่ตรงไหนวะ?) “
อย่างไรก็ตาม สาเหตุสำคัญที่ทำให้ นายบรรจง ซึ่งถือเป็นผู้อาวุโสที่บรรดาคนทำงานพัฒนาในภาคใต้ให้ความเคารพ ถือเป็นพี่ใหญ่คนหนึ่งของวงการ โพสต์ข้อความดังกล่าวนั้น เนื่องมาจาก ผิดหวังในจุดยืนของพรรคประชาชน ที่ไม่กล้าแสดงจุดยืนคัดด้าน ร่าง พ.ร.บ.ประมงฯ ที่ผ่านสภาผู้แทนราษฎร
ซึ่งร่างกฎหมายดังกล่าว เครือข่ายประมงพื้นบ้านได้เคลื่อนไหวคัดค้านอย่างหนัก โดยเฉพาะมาตรา 69 ของ พ.ร.บ.ฉบับนี้ ที่อนุญาตให้ใช้เครื่องมืออวนตาถี่ในการจับสัตว์น้ำ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศทางทะเล และทำลายสัตว์น้ำวัยอ่อน ซึ่งจะกระทบกับการทำมาหากินของกลุ่มชาวประมง เนื่องจาก จะมีการรอนุญาตให้ใช้เครื่องมืออวนตาถี่ (เช่น อวนตาถี่เท่ามุ้งกันยุง) ในการจับสัตว์น้ำ จะส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศ
โดยอวนตาถี่จะจับสัตว์น้ำวัยอ่อน และทำลายห่วงโซ่อาหารในทะเล ซึ่งส่งผลกระทบต่อความสมดุลของระบบนิเวศทางทะเล และการใช้เครื่องมือดังกล่าวจะทำให้ชาวประมงพื้นบ้านที่ใช้วิธีการประมงแบบดั้งเดิมได้รับผลกระทบ
ดังนั้นการที่พรรคประชาชน ที่มักจะแสดงจุดยืนอยู่เคียงข้างชาวบ้านคนเล็กคนน้อย พูดเรื่องการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม และระบบนิเวศน์ แต่เรื่องนี้ซึ่งมีผลกระทบชัดเจนกลับปล่อยสมาชิกพรรคฟรีโหวต จนกฎหมายนี้ผ่านสภา ผู้แทนราษฎรในที่สุด

