เปิดความเห็นเสียงข้างน้อย 7 ต่อ 2 กรณีสั่ง’แพทองธาร’หยุดปฏิบัติหน้าที่นายกฯ

เปิดความเห็นเสียงข้างน้อย 7 ต่อ 2 กรณีสั่ง'แพทองธาร'หยุดปฏิบัติหน้าที่นายกฯ

เปิดความเห็นเสียงข้างน้อย 7 ต่อ 2 กรณีสั่ง’แพทองธาร’หยุดปฏิบัติหน้าที่นายกฯ

วันอังคาร ที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2568, 13.38 น.

1 ก.ค. 68 องค์คณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ได้นัดประชุมปรึกษาคดีประจำสัปดาห์ เพื่อพิจารณาคำร้องต่างๆ ซึ่งมีคดีที่น่าสนใจ คือ กรณีที่ นายมงคล สุระสัจจะ ประธานวุฒิสภา ยื่นคำร้องของสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ทั้ง 36 คน ขอให้วินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญมาตรา 170 วรรค 3 ประกอบมาตรา 82 ว่าความเป็นนายกรัฐมนตรีของ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร สิ้นสุดลงเฉพาะตัว ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคหนึ่ง (4) ประกอบมาตรา 160 (4) และ (5) หรือไม่ จากกรณีคลิปเสียงสนทนากับสมเด็จฮุน เซน ประธานวุฒิสภา และอดีตนายกรัฐมนตรีกัมพูชา

พร้อมขอให้ศาลรัฐธรรมนูญโปรดมีคำสั่งให้ผู้ถูกร้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ จนกว่าศาลรัฐธรรมนูญจะมีคำวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 82 วรรคสอง พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีการพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2561 มาตรา 71 ประกอบข้อกำหนดศาลรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2562 ข้อ 40 (8)

ล่าสุด ศาลรัฐธรรมนูญ มีมติมติเอกฉันท์รับคำร้องจากสมาชิกวุฒิสภา กรณีให้วินิจฉัยความเป็นนายกรัฐมนตรีของ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี สิ้นสุดลงเฉพาะตัวหรือไม่ โดยศาลรัฐธรรมนูญ มีมติ 7 : 2 มีคำสั่งให้ผู้ถูกร้องหยุดปฏิบัติหน้าที่

สำหรับ ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญเสียงข้างน้อย จำนวน 2 คน คือ นายนครินทร์ เมฆไตรรัตน์ และนายอุดม สิทธิวิรัชธรรม เห็นว่า ข้อเท็จจริงตามคำร้องยังไม่ยติชัดเจน ให้ปรากฎเหตุอันควรสงสัยว่าผู้ถูกร้อง มีกรณีตามที่ถูกร้องตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๗๐ 255รคสาม ประกอบมาตรา ๘๒ วรรคสอง แต่เพื่อป้องกันความเสียหาย ที่จะเกิดขึ้นอย่างร้ายแรงที่ยากแก่การแก้ไขเยียวยาในภายหลัง ให้ใช้มาตรการหรือวิธีการชั่วคราวก่อนการวินิจฉัยตาม พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ. ๒๕๖๑ มาตรา ๗๑ ห้ามมิให้ผู้ร้องใช้ หน้าที่และอำนาจด้านความมั่นคง ด้านการต่างประเทศ และด้านการคลัง จนกว่าศาลรัฐธรรมนูญจะมีคำวินิจฉัย

Leave a comment