ตบหน้าพรรคส้ม!! เพจ’ประชาคมหมอ’ซัดเล่นบทตี 2 หน้า ค้านไม่สุดซอย

ตบหน้าพรรคส้ม!! เพจ'ประชาคมหมอ'ซัดเล่นบทตี 2 หน้า ค้านไม่สุดซอย

ตบหน้าพรรคส้ม!! เพจ’ประชาคมหมอ’ซัดเล่นบทตี 2 หน้า ค้านไม่สุดซอย

วันพฤหัสบดี ที่ 3 กรกฎาคม พ.ศ. 2568, 09.06 น.

เพจ’ประชาคมหมอ’ตบหน้าพรรคส้ม ซัดเล่นบทตี 2 หน้า ค้านไม่สุดซอย เว้นช่องผสมพันธุ์ส้มแดง

เมื่อวันที่ 3 ก.ค.2568 เพจเฟซบุ๊ก “ประชาคมแพทย์” ได้โพสต์เฟซบุ๊ก ระบุว่า

“สองหน้าทางการเมือง: พรรคประชาชน ภาพลวงตาของคนรักความยุติธรรม?”
” เป็นฝ่ายค้านที่ค้านไม่สุดซอย ยังเหลือทางถอย ให้แดงมารวมกับส้ม”

ตลอดหลายปีที่ผ่านมา พรรคประชาชน (ปชน.) สร้างแบรนด์ทางการเมืองแบบชัดเจน… “ฝ่ายประชาธิปไตย ผู้ยืนหยัดเพื่อความถูกต้องและหลักนิติรัฐ”
แต่วันนี้…ความจริงที่ปรากฏกำลังทำให้ภาพนั้นสั่นคลอนอย่างหนัก

สองปาก สองมาตรฐาน จากคนในพรรคเดียวกัน
ฝ่ายหนึ่ง: รังสิมันต์ โรม
อดีตดาวเด่นฝ่ายตรวจสอบ อภิปรายไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรีแพทองธาร ชินวัตร แบบไม่ไว้หน้า
ชูประเด็นเรื่อง “จริยธรรมของนายกรัฐมนตรี”
วิพากษ์วิจารณ์กรณี “ชั้น 14 โรงพยาบาลตำรวจ” ว่าเป็นสัญลักษณ์ของ “อภิสิทธิ์ชน”
เรียกร้องให้ สภาผู้แทนราษฎรและ ป.ป.ช. เดินหน้าเอาผิดจริยธรรมร้ายแรงกับนายกรัฐมนตรี
อีกฝ่าย: ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ (หัวหน้าพรรคคนปัจจุบัน)
ออกมาวิพากษ์ศาลรัฐธรรมนูญแบบตรงๆ
ใช้ถ้อยคำแรง… “นี่คือนิติสงคราม”
กล่าวหาว่าศาลรัฐธรรมนูญใช้อำนาจนอกหลักประชาธิปไตย เพียงเพื่อกำจัดนักการเมือง
ตำหนิกลไกตุลาการที่กำลังทำหน้าที่สอบสวนจริยธรรมของนายกรัฐมนตรีแพทองธาร

คำถามใหญ่: ตกลงพรรคนี้อยู่ข้าง “จริยธรรม” หรือ “คะแนนเสียง”?
สิ่งที่น่าสลดใจที่สุด คือ… ทั้งสองคน… อยู่พรรคเดียวกัน
รังสิมันต์ โรม : เรียกร้องให้ตรวจสอบจริยธรรมขั้นเด็ดขาด
ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ : โวยศาลรัฐธรรมนูญ ว่าทำเกินกว่าเหตุ
Test เดียวกัน:
เรื่องเดียวกัน…… นายกรัฐมนตรีคนเดียวกัน…
แต่ได้สองมาตรฐานสองน้ำเสียง
คำถามง่ายๆ… แล้วประชาชนจะเชื่อฝ่ายไหน?
หรือความจริงคือ… อย่าไปเชื่อใครเลย เพราะทั้งสองฝ่ายก็แค่เล่นบทตามยุทธศาสตร์หาเสียงของพรรคตัวเอง

เป้าหมายลับ: ยุบสภา เพื่อรีเซ็ตเกมเลือกตั้ง
เกมที่พรรคประชาชนกำลังเล่นตอนนี้… ชัดเจนว่าไม่ใช่เพื่อความยุติธรรม…
แต่เพื่อ “สร้างเงื่อนไขยุบสภาให้เร็วที่สุด”
เพราะรู้ว่าตัวเองกำลังได้กระแสจากคนเบื่อและชังนายก จากนิด้าโพล ความนิยมของนายกรัฐมนตรีตกต่ำสุด
เพราะรู้ว่า หากลากยาวจนมีคำวินิจฉัยจากศาลรัฐธรรมนูญ ความจริงเรื่องจริยธรรมของนายกรัฐมนตรีแพทองธาร อาจกระทบต่อยุทธศาสตร์เลือกตั้งของพรรคเพื่อไทยที่อยู่ในแผนการเมืองเดียวกัน
พูดตรงๆ คือ… พรรคประชาชนกำลังกลัวว่าถ้าศาลวินิจฉัยเสร็จ… ผลกระทบจะกระจายไปถึงพันธมิตรทางการเมืองที่แอบร่วมผลประโยชน์ ซึ่งแท้ที่จริงแล้วก็คือพรรคเพื่อไทย ซึ่ง จะถูกกระทบไปทั้งพรรค จน ไม่อาจมาเติมเสียงรวม แดงกับส้มได้ อีกต่อไป และมีความเป็นไปได้สูงว่า เรื่องราว ขยายไปถึง โอกาสพรรคเพื่อไทยถูกยุบพรรค จากข้อหาการครอบงำ พันธมิตรที่เคยอ้างว่าอยู่ฝั่งประชาธิปไตยจะไม่เหลือ ให้มาเติมเสียง ส้ม

ความเสื่อมที่อันตรายที่สุด: การแสร้งเป็นฝ่ายคุณธรรม…แต่เลือกยืนข้างความไม่ถูกต้อง เมื่อผลประโยชน์มาเยือน
ความน่ากลัวของสถานการณ์นี้ไม่ใช่แค่การเมืองเล่นเกม
แต่คือ… พรรคที่เคยสร้างภาพว่าตัวเองคือฝ่ายยุติธรรม กลับแสดงให้เห็นว่า… “หลักการ” ที่พูด…ไม่เคยมีจริง
เมื่ออยู่ฝ่ายค้าน… โจมตีรัฐบาลว่าไร้จริยธรรม
พอมีโอกาสเสนอทางเลือกว่าจะ ร่วมอภิปรายไม่ไว้วางใจกับภูมิใจไทย หรือเรียกร้อง ให้นายกลาออก กลับเลือก กดดันให้ยุบสภา… พร้อมกับคัดค้านคำสั่งให้นายกหยุดปฏิบัติหน้าที่ เสมือน ปกป้องผู้นำที่ตัวเองเคยอภิปรายไม่ไว้วางใจ
เมื่อวานตะโกนเรื่องนิติรัฐ… วันนี้ด่าศาลรัฐธรรมนูญว่าเป็นเครื่องมือทางการเมือง โดยไม่รอผลการสอบสวนจริยธรรม
นี่หรือ… พรรคการเมืองที่อ้างตัวว่าปกป้องประชาชน?
นี่หรือ… พรรคที่ประชาชนเคยฝากความหวังเรื่องความยุติธรรม?

บทสรุป: “ยืนคนละขา พูดคนละปาก…แต่สุดท้ายก็อยู่พรรคเดียวกัน”
” เป็นฝ่ายค้านที่ค้านไม่สุดซอย ยังเหลือเส้นทางถอย ให้แดงมารวมกับส้ม”
ถ้าใครยังคิดจะฝากความหวังกับพรรคประชาชน… วันนี้คงต้องถามตัวเองให้หนักๆ ว่า…
“ระหว่างภาพลักษณ์… กับความจริง… คุณเลือกจะเชื่ออะไรกันแน่?”
เพราะพรรคที่เปลี่ยนจุดยืนได้ตามผลประโยชน์… ก็ไม่ต่างอะไรกับคนที่เขาเคยวิจารณ์มาตลอด… “

Leave a comment