
‘ศรีสุวรรณ’ยื่น’กมธ.ปปช.’ สอบ 2 โครงการ 2 หน่วยงาน ส่อทุจริต
วันพฤหัสบดี ที่ 3 กรกฎาคม พ.ศ. 2568, 13.52 น.
เมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายศรีสุวรรณ จรรยา ผู้นำองค์กรรักชาติ รักแผ่นดิน ยื่นหนังสือร้องเรียนต่อ นายฉลาด ขามช่วง ประธานคณะกรรมาธิการการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ (กมธ.ป.ป.ช.) สภาผู้แทนราษฎร เพื่อขอให้ตรวจสอบโครงการจัดซื้อจัดจ้าง 2 โครงการ ได้แก่ โครงการประกวดราคาเช่าใช้อุปกรณ์การเรียนการสอน 5 โซน หรือโครงการเช่า Tablet 5 โซน งบประมาณ 14,655 ล้านบาท (หนึ่งหมื่นสี่พันหกร้อยห้าสิบห้าล้านบาท) ซึ่งดำเนินการโดยสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) และโครงการติดตั้งศูนย์ควบคุมและบริหารจัดการระบบเทคโนโลยีการจราจรและความปลอดภัยของกรุงเทพมหานคร ระยะที่ 1 งบประมาณ 197 ล้านบาท (หนึ่งร้อยเก้าสิบเจ็ดล้านบาท) ดำเนินการโดยกรุงเทพมหานคร
โดย นายศรีสุวรรณ กล่าวว่า ทั้งสองโครงการฯ ทางองค์กรรักชาติ รักแผ่นดิน พบว่า มีข้อพิรุธหลายประการ เช่น ในโครงการเช่า Tablet 5 โซน มีผู้บริหาร และข้าราชการประจำ ส่อเอื้อประโยชน์ มีการร่วมมือกันกับบริษัทเอกชน ทำราคากลางสูง และ เตรียมฮั้วประมูล เตรียมแบ่งโซนรับผิดชอบ หรือแบ่งงานกันหลังบ้าน มีการกำหนด TOR เอื้อประโยชน์ ให้กับบริษัทที่มีงบขาดทุน หรือไม่รายงานงบดุล สามารถที่จะเข้าประกวดราคาได้ มีการกำหนดทีโออาร์ ส่อล็อกสเปก และฮั้วกันระหว่างผู้ให้บริการโครงข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ และผู้ยื่นเข้าประกวดราคา เป็นการปิดกันผู้ประกอบการรายอื่น หากเกิดในกรณีที่ผู้ให้บริการโครงข่ายไม่ออกหนังสือยืนยันการให้บริการ ซึ่งเป็นการกีดคู่แข่งขันรายอื่น และเอื้อประโยชน์ให้กับบริษัทที่อยู่ในรายชื่อแหล่งที่มาของราคากลาง เพียง 3 บริษัท
นายศรีสุวรรณ กล่าวต่อว่า สำหรับโครงการติดตั้งศูนย์ควบคุมและบริหารจัดการระบบเทคโนโลยีการจราจรและความปลอดภัยของกรุงเทพมหานคร ระยะที่ 1 นั้น ได้มีประกวดราคาครั้งแรก ในวันที่ 25 ตุลาคม 2567 โดยบริษัทที่ยื่นราคาสูงสุด และจะต้องชนะการประมูลตามโผนั้น มีข้อผิดพลาดด้านเอกสาร จึงทำให้กรรมการฯ จึงเชิญบริษัทที่เสนอราคาต่ำสุด ผ่านขั้นตอนการตรวจเอกสาร เข้าทำการสาธิตระบบงาน และเป็นผู้ชนะการประมูลงาน โดยสามารถประหยัดงบประมาณไปได้ถึง 50 ล้านบาท แต่ทางผู้มีอำนาจในกรุงเทพมหานครสั่งยกเลิกการประกวดราคา ต่อมา มีการประกวดราคาครั้งที่ 2 ขึ้นใหม่ในวันที่ 23 เมษายน 2568 ที่ผ่านมา โดยบริษัทตัวเต็ง ยื่นราคาสูงสุด เป็นผู้ชนะการประกวดราคา ในทางกลับกัน บริษัทที่เสนอราคาต่ำสุด โดนกรรมการจับให้แพ้ ทั้งนี้ ตนยังตั้งข้อสังเกต และพบข้อพิรุธ ในการประกวดราคาครั้งที่ 2
โดยมีการปรับราคากลางลงไปจากเดิม 197 ล้านบาท มีการปรับลดประมาณ 13 ล้านบาท ทำให้เหลือราคากลางเพียง 184 ล้านบาท และพบอีกว่า มีการลดราคาปรับปรุงห้องควบคุมและบริหารจัดการบริเวณชั้น 1 ชั้นลอย และชั้น 2 พบความผิดปกติ เนื่องจากมีการปรับลดราคาลงมากผิดปกติ จากเดิม 22.93 ล้าน เหลือเพียง 7.6 ล้าน , มีการเพิ่มราคาอุปกรณ์ โดยเพิ่มขึ้นเกือบ 10% ทุกรายการ เป็นการเอื้อประโยชน์ ให้เกิดช่องว่าง และมีเงินทอนหรือไม่ ดังนั้น ทางองค์กรฯ จึงนำเรื่องทั้ง 2 โครงการฯ มายื่นหนังสือร้องเรียนต่อท่านกรรมาธิการ ป.ป.ช.เพื่อดำเนินการตรวจสอบต่อไป


