
หยุดยิงต่อเนื่อง! ‘บัวแก้ว’เร่งอพยพคนไทยกลับประเทศ หนีไฟสงครามในตะวันออกกลาง
วันพฤหัสบดี ที่ 3 กรกฎาคม พ.ศ. 2568, 17.38 น.
3 กรกฎาคม 2568 นายนิกรเดช พลางกูร อธิบดีกรมสารนิเทศและโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ ตามที่กระทรวงต่างประเทศได้เกาะติดพัฒนาการของสถานการณ์ในอิหร่านและอิสราเอล ที่ได้มีเหตุการณ์ความตึงเครียดระหว่างอิสราเอลกับอิหร่านตั้งแต่วันที่ 13 มิถุนายน 2568 ได้มีข้อยุติข้อตกลงหยุดยิงตั้งแต่วันที่ 24 มิถุนายน 2568 นั้น ขอเรียนถึง พัฒนาการสถานการณ์ในภูมิภาครวมถึงการให้ความช่วยเหลือคนไทยโดยเฉพาะในอิหร่าน และในอิสราเอล ดังนี้
ขณะนี้สถานการณ์ความตึงเครียดมีแนวโน้มลดลงตามลำดับข้อตกลงการหยุดยิงมีการขยายเวลามาครั้งละ 48 ชั่วโมง จนครบ 1 สัปดาห์แล้ว โดยท่าอากาศยานของอิสราเอลได้เปิดให้บริการตามปกติ และอิหร่านก็ได้เริ่มเปิดน่านฟ้าบางส่วน ของประเทศแล้ว ตลอดช่วงสถานการณ์กระทรวงการต่างประเทศพร้อมด้วยหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และสถานเอกอัครราชทูตของเรา ในภูมิภาคได้จัดตั้งศูนย์ประสานงานสถานการณ์ฉุกเฉิน หรือ RRC เพื่อติดตามสถานการณ์และช่วยเหลือคนไทยในพื้นที่มาอย่างต่อเนื่องโดยเฉพาะใน อิหร่านและอิสราเอล
ในส่วนของอิหร่าน ที่ศูนย์พักพิงได้ช่วยคาวที่เมือง Amol ซึ่งได้ให้บริการคนไทยพำนัก จำนวน 35 คน ขณะนี้ทุกคนได้เดินทางกลับกรุงเตหะรานอย่างปลอดภัยแล้ว อย่างไรก็ตาม หากเกิดเหตุการณ์ฉุกเฉินขึ้นอีกครั้งสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเตหะราน ก็พร้อมจะให้ความช่วยเหลือคนไทยในการจัดพักพิงชั่วคราวให้โดยทันที นอกจากนี้ศูนย์พักพิงชั่วคราวที่เมืองวอน ประเทศตุรกี ติดชายแดนอิหร่าน ก็ได้ให้ความช่วยเหลือคนไทยจากอิหร่าน คนไทย ที่ประสงค์กลับไทย อย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่เกิดเหตุการณ์จนถึงปัจจุบัน รวม 59 คน ทั้งกลุ่มชนไทย แรง นักศึกษานักท่องเที่ยว โดยศูนย์พักพิงที่เมืองนี้จะดำเนินการต่อไปอีกระยะหนึ่งเพื่อติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และให้ความช่วยเหลือคนไทย ที่ประสงค์จะเดินทาง ออกจากอิหร่านในอนาคต
ในส่วนของอิสราเอล สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเทลอาวีฟ ได้ ร่วมกับฝ่ายแรงงาน และบริษัทผู้จ้างแรงงาน ได้ประสานงานในการ ให้ความช่วยเหลือแรงงานไทยที่ประสงค์จะกลับประเทศ นอกจากนี้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศยังได้โทรศัพท์หารือกับรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศของจอร์แดน เพื่อขอให้ช่วยเร่งรัดการผ่านด่านชายแดนสำหรับคนไทย ซึ่งส่งผลให้คนไทยสามารถข้ามแดนได้สะดวกขึ้นทำให้สามารถช่วยเหลือคนไทยกลับประเทศไทยผ่านจอร์แดนแล้ว 31 คน และอีกแปดคนจะเดินทางออกจากอิสราเอลในช่วงสุดสัปดาห์นี้
นายนิกรเดช กล่าวต่อว่า แม้สถานการณ์ แม้จะเป็นไปในทางบวกแต่กระทรวงการต่างประเทศยังติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและต่อเนื่องโดยยังขอให้คนไทยพิจารณา ใช้ความระมัดระวังในการเดินทางไปในพื้นที่ และคนไทยในพื้นที่ก็ขอให้ติดตามข้อมูลข่าวสารจากสถานเอกอัครราชทูตอย่างใกล้ชิดต่อไป