
ลึกลับในสนามข่าว : 10 กรกฎาคม 2568
วันพฤหัสบดี ที่ 10 กรกฎาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.
nn…พูดถึงการเลี้ยงปลาเป็นงานอดิเรก ไม่เพียงแต่ไทยเท่านั้นที่ได้รับความนิยมอย่างกว้างขวาง แต่ทั่วโลกก็สนใจแพร่หลายเหมือนกัน งานนี้ อธิบดีกรมประมง “บัญชา สุขแก้ว” คอนเฟิร์ม จากสถิติการซื้อขายทั้งในและต่างประเทศของธนาคารโลกปี 2567 มีมูลค่าสูงถึงประมาณ 10,000 ล้านบาท และไทยเป็นประเทศผู้ส่งออกอันดับต้นๆของโลกมีมูลค่าการส่งออกกว่าพันล้านบาท!!!! ส่วนแบ่งการตลาดประมาณ 11% ด้วยปัจจัยนอกจากสภาพภูมิประเทศภูมิอากาศที่เอื้ออำนวยในการเพาะเลี้ยง ทำให้ได้ปลาสวยงามตามมาตรฐานแล้ว มีการพัฒนาสายพันธุ์ใหม่ๆ ต่อเนื่อง สัตว์น้ำสวยงามของไทย โดยเฉพาะปลากัด จึงได้รับความนิยมดังไปทั่วโลก….งานนี้ อธิบดีกรมประมงบอกว่า “ปลากัด” เป็นสัตว์น้ำส่งออกสำคัญของไทย ที่ได้รับยกย่องเป็นสัตว์น้ำเอกลักษณ์ประจำชาติ ยิ่งปัจจุบันปลากัดได้รับการพัฒนาการเพาะเลี้ยง ปรับปรุงพันธ์ุจากกลุ่มผู้เพาะเลี้ยงจนเกิดรูปร่างลักษณะที่หลากหลาย รวมทั้งสีสันสวยงาม จนได้รับการยอมรับจากทั่วโลก จนนำไปสู่การค้าเชิงพาณิชย์ โดยไทยมีมูลค่าการส่งออกปลากัดประมาณ 400 ล้านบาท หรือประมาณ 40% ของการส่งออกสัตว์น้ำทั้งหมด

รองลงมาคือ ปลาทอง (7.3%) ปลาหางนกยูงและปลาสอด (6.4%) กุ้งสวยงาม (5.8%) กลุ่มปลาหมอสีและปลาออสการ์ (3.9%) และปลาชนิดอื่นๆ โดยเฉพาะปลาสวยงามพื้นเมืองของประเทศไทย เช่น ปลาก้างพระร่วง ปลาลูกผึ้ง ปลาซิวต่างๆ มีประเทศผู้นำเข้าสำคัญคือ สหรัฐ (20%) สหภาพยุโรป (13.2%) จีน (10%)
เมื่ออนาคตสัตว์น้ำสวยงามของไทยสดใสขนาดนี้ อธิบดีบัญชาไม่รอช้า วางแผนสนับสนุนผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำพัฒนาคุณภาพผลผลิตสัตว์น้ำ เพิ่มช่องทางตลาดใหม่ๆ ทั้งในและต่างประเทศ เพิ่มช่องทางแข่งขัน สร้างรายได้ โดยชูวิสัยทัศน์ “เป็นผู้นำการผลิตและการค้าสัตว์น้ำสวยงามที่มีมาตรฐานเพื่อการส่งออกและอนุรักษ์ทรัพยากรสัตว์น้ำสวยงามของไทยเพื่อการใช้ประโยชน์อย่างยั่งยืน” เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์และเป้าหมาย
นอกจากนี้ กรมประมงยังหาแนวร่วมขับเคลื่อนขยายช่องทางการขนส่งสัตว์น้ำ โดยดึงพันธมิตรอย่างไปรษณีย์ไทย ช่วยผลักดันด้านการขนส่งสัตว์น้ำ ผ่านการทำบันทึกข้อตกลง การขนส่งสัตว์น้ำมีชีวิตผ่านระบบขนส่งไปรษณีย์ไทย พร้อมทั้งร่วมกันพิจารณาเพิ่มชนิดสัตว์น้ำ ที่สามารถขนส่งผ่านระบบไปรษณีย์ไทยเพิ่มเติมจากเดิมมี 7 ชนิด ได้แก่ ปลากัด ปลาสอด ปลาหางนกยูง กบ ปลาไหล กลุ่มหอยฝาเดียวและไข่หอย กลุ่มพรรณไม้น้ำ เพิ่มอีก 3 ชนิด ได้แก่ สาหร่ายพวงองุ่นสาหร่ายผักกาดทะเล และเห็ดทะเล ความร่วมมือดังกล่าว จะทำให้เกษตรกรขนส่งสัตว์น้ำมีชีวิตดังกล่าวเพิ่มเติมผ่านระบบไปรษณีย์ไทย เรียกว่า กรมประมงยุคใหม่ มุ่งพัฒนามาตรฐาน รวมถึงการขนส่งให้เข้าถึงผู้บริโภคได้ทั่วประเทศ และทั่วโลก ต้องปรบมือให้รัวๆเลยจ้า…nn