กกต.ยกคำร้อง’22 ผู้สมัคร สว.ระดับจังหวัดขอนแก่น’ ชี้ไม่พบเรียกรับประโยชน์แลกคะแนน

กกต.ยกคำร้อง'22 ผู้สมัคร สว.ระดับจังหวัดขอนแก่น' ชี้ไม่พบเรียกรับประโยชน์แลกคะแนน

กกต.ยกคำร้อง’22 ผู้สมัคร สว.ระดับจังหวัดขอนแก่น’ ชี้ไม่พบเรียกรับประโยชน์แลกคะแนน

วันศุกร์ ที่ 11 กรกฎาคม พ.ศ. 2568, 18.52 น.

กกต.ยกคำร้อง”22 ผู้สมัคร สว.ระดับจังหวัดขอนแก่น” ไม่ลงคะแนนเลือกตัวเอง ชี้ไม่พบเรียกรับประโยชน์แลกคะแนน เห็นผู้สมัครคนอื่นมีคุณสมบัติเหมาะสมกว่า

เมื่อวันที่ 11 กรกฎาคม 2568 เว็บไซต์สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้เผยแพร่คำวินิจฉัย กกต.ยกคำร้องกรณีผู้ร้องกล่าวหาว่า เมื่อวันที่ 9 มิถุนายน 67 ผู้สมัครรับเลือกเป็นสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ระดับจังหวัดของ จ.ขอนแก่น กลุ่มที่ 2 จำนวน 22 คน นัดพบกันที่ร้านอาหารบ้านโนนเรือง ต.บ้านค้อ อ.เมือง จ.ขอนแก่น ต่อมาในวันเลือกระดับจังหวัด เมื่อวันที่ 16 มิ.ย.67 การลงคะแนนเลือกบุคคลในกลุ่มเดียวกัน ผู้ถูกร้องที่ 1 , 2 , 5 , 10 , 16 , 17 และ 21 ได้คะแนน 0 คะแนน โดยไม่ลงคะแนน แก่ตนเองจึงสันนิษฐานว่าผู้ถูกร้องที่ 1 – 22 จัดทำ ให้ เสนอให้ สัญญาว่าจะให้ หรือจัด เตรียม จะให้ทรัพย์ สิน หรือผลประโยชน์อื่นใดอันอาจคำนวณเป็นเงินได้แก่ผู้ใด เพื่อจูงใจให้ผู้อื่นสมัครเข้ารับเลือกเป็นสมาชิกวุฒิสภา หรือเพื่อจูงใจให้ผู้สมัครหรือผู้มีสิทธิเลือกลงคะแนนหรือไม่ลงคะแนนให้แก่ผู้ใด และเรียก รับ ยอมจะรับเงิน ทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใด สำหรับตนเอง เพื่อเลือกหรืองดเว้นไม่เลือกผู้ใด อันเป็นการฝ่าฝืน พ.ร.ป.ว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ.2561 มาตรา 77(1) และมาตรา 81 โดยผู้ร้องระบุตนเองไม่มีพยานหลักฐานและไม่ประสงค์จะให้ถ้อยคำใดเพิ่มเติมอีก

โดย กกต.พิจารณาข้อเท็จจริง การให้ถ้อยคำของผู้ถูกร้องว่าที่ไม่ได้ลงคะแนนให้ตัวเองเพราะเห็นว่าผู้สมัครคนอื่นมีความรู้ความสามารถประสบการณ์ที่เหมาะสมกว่าตน และคำร้องของผู้ร้องแล้ว เห็นว่าเป็นเพียงข้อกล่าวอ้างลอยๆ ไม่มีพยานหลักฐานมาสนับสนุนให้น่าเชื่อถือ ประกอบกับจากการไต่สวนพยานประกอบคนที่ 1 ซึ่งเป็นผู้ใหญ่บ้านในต.บ้านค้อ อ.เมือง จ.ขอนแก่น ให้ถ้อยคำว่า ไม่พบ เห็น หรือได้ยินข่าวว่ามีผู้สมัครรับเลือกเป็น สว.ได้นัดพบกัน เนื่องจากหมู่บ้านโนนเรือง มีเพียงร้านก๋วยเตี๋ยว ร้านอาหารตามสั่ง ไม่สามารถนัดพบปะหรือประชุมกันได้

และพยานที่ไต่สวนประกอบคนที่ 2 – 4 ซึ่งเป็นผู้ตรวจการเลือกตั้งประจำจังหวัดขอนแก่น หัวหน้าชุดเคลื่อนที่เร็ว และกรรมการประจำสถานที่เลือกสมาชิกวุฒิสภาระดับจังหวัดขอนแก่น กลุ่มที่ 2 ให้ถ้อยคำสอดคล้องกันว่า ไม่เคยพบเห็นหรือได้ยินข่าวว่ามีการกระทำการฝ่าฝืนกฎหมาย การได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา

ส่วนที่ผู้ถูกร้องที่ 9 ให้ถ้อยคำว่า ผู้ร้องเคยเล่าให้ฟังว่า ระหว่างวันที่ 14 – 15 มิ.ย.67 เวลากลางคืน มีผู้มีสิทธิเลือกระดับจังหวัดทุกกลุ่มไปประชุมกันที่ โรงแรมขอนแก่นโฮเต็ล อ.เมือง จ.ขอนแก่น นั้น เมื่อไต่สวนพยานประกอบคนที่ 5 ซึ่งเป็นผู้จัดการฝ่ายการตลาดโรงแรมขอนแก่นโฮเต็ลให้ถ้อยคำว่า ระหว่างวันที่ 13 – 15 มิ.ย.67 ไม่มีผู้สมัครรับเลือกเป็นสมาชิกวุฒิสภามาจัดประชุมที่โรงแรมขอนแก่นโฮเต็ล ประกอบกับจากการ ตรวจสอบข้อมูลการทำธุรกรรมทางการเงินของผู้ถูกร้องที่ 1 – 22 ระหว่างวันที่ 1 พ.ค. – 30 มิ.ย.ก็ไม่พบข้อมูลที่น่าสงสัยหรือน่าเชื่อว่าจะเกี่ยว ข้องกับการกระทำฝ่าฝืนต่อกฎ หมายว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา

นอกจากนี้ ที่ผู้ร้องอ้างว่า ผู้ถูกร้องที่ 1 , 2 , 5 , 10 , 16 , 17 และ 21 ไม่ลงคะแนนแก่ตนเองนั้นตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยการได้มาซึ่ง สว.2561 มาตรา 41(3) บัญญัติว่า ในการเลือกระดับจังหวัดให้ผู้ได้รับเลือกระดับอำเภอแต่ละกลุ่มลงคะแนนเลือกบุคคลในกลุ่มเดียวกันได้ไม่เกินสองคน โดยจะลงคะแนนเลือกตนเองก็ได้ แต่จะลงคะแนนให้บุคคลใดเกินหนึ่งคะแนนมิได้ ดังนั้น ผู้ถูกร้องที่ 1 , 2 , 5 , 10 , 16 , 17 และ 21 ย่อมมีสิทธิที่จะลงคะแนนหรือไม่ลงคะแนนให้แก่ตนเองหรือบุคคลใดตามความประสงค์ของตนเท่าที่ไม่เป็นการฝ่าฝืนต่อกฎหมายว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา

และจากการตรวจสอบกล้องวงจรปิดบันทึกภาพและเสียงที่ติดตั้งไว้บริเวณสถานที่เลือกก็ไม่ปรากฏข้อเท็จจริงว่า ผู้ถูกร้องที่ 1 – 22 มีพฤติการณ์กระทำการฝ่าฝืนต่อกฎหมายว่าด้วยการได้มาซึ่ง สมาชิกวุฒิสภาแต่อย่างใด อีกทั้งไม่ปรากฎพยานหลักฐานอื่นที่ยืนยันได้ว่ามีการกระทำฝ่าฝืนต่อกฎหมายตามข้อกล่าวหา ข้อเท็จจริงจึงรับฟังไม่ได้ว่าผู้ถูกร้องที่ 1 – 22 กระทำการอันเป็นการฝ่าฝืน พ.ร.ป.ว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา 2561 มาตรา 77(1) และมาตรา 81 ตามคำร้อง

– 006

Leave a comment