
คกก.สอบฮั้วเลือก สว.จ่อสรุปสำนวน 17 ก.ค.นี้
วันอาทิตย์ ที่ 13 กรกฎาคม พ.ศ. 2568, 17.45 น.
คกก.สอบฮั้วเลือก สว.จ่อสรุปสำนวน 17 ก.ค.นี้ “แสวง”โยน”รองเลขาฯกกต.”มีความเห็นแทน เหตุเป็นผู้มีส่วนได้เสีย
เมื่อวันที่ 13 กรกฎาคม 2568 มีรายงานว่า คณะกรรมการสืบสวนและไต่สวนกลางชุดที่ 26 ของสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ซึ่งรับผิดชอบคดีฮั้วเลือกสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ได้นัดประชุมในวันที่ 17 ก.ค.นี้ ซึ่งเป็นวันสุดท้ายของกรอบระยะเวลาที่ขอขยาย โดยไม่พบว่าจนถึงขณะนี้คณะกรรมการสืบสวนได้มีการขอขยายเวลาการสอบสวนเพิ่มเติมต่อ กกต.อีก จึงมีความเป็นไปได้ว่าการประชุมในวันดังกล่าวคณะกรรมการสืบสวนฯ จะมีการสรุปสำนวนว่าตามพยานหลักฐาน เห็นควรที่ กกต.จะดำเนินการเอาผิดตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยการได้มาซึ่ง สว.2561 มาตรา 77(1) ประกอบมาตรา 62 กับผู้ใดบ้าง ก่อนที่จะเสนอมายังสำนักงานฯให้ดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป
ขณะเดียวกัน เมื่อสำนวนดังกล่าวเข้ามาสู่ขั้นตอนที่ 2 ที่พนักงานสืบสวนและไต่สวนผู้รับผิดชอบสำนวนจะดำเนินการวิเคราะห์สำนวนและจัดทำความเห็นเสนอผ่านผู้อำนวยการฝ่าย รองผู้อำนวยการสำนัก ผู้อำนวยการสำนักแล้ว และเลขาธิการ กกต.จะต้องมีความเห็นต่อสำนวนดังกล่าวด้วยนั้น โดยในขั้นตอนนี้ระเบียบ กกต.ว่าด้วยการสืบสวนการไต่สวนและวินิจฉัยชี้ขาด 2561 แก้ไขเพิ่มเติม 2566 กำหนดเวลาไว้ 60 วัน ก่อนมีความเห็นเลขาธิการ กกต.สามารถสั่งให้มีการสอบสวนเพิ่มเติมได้ ก็มีราย งานว่า นายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต.จะมอบให้รองเลขาธิการ กกต.เป็นผู้ให้ความเห็นแทน เนื่องจากตนเองเป็นผู้อำนวยการการเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภาระดับประเทศ จึงถือเป็นผู้มีส่วนได้เสียต่อเรื่องดังกล่าว
อย่างไรก็ตาม ในส่วนของคณะอนุวินิจฉัยเรื่องร้องเรียนและข้อโต้แย้งที่จะพิจารณาสำนวนต่อจากขั้นตอนของเลขาธิการ กกต.นั้น ปัจจุบันมี 35 คณะๆ ละ 5 – 7 คน โดย กกต.กำลังพิจารณาว่าในส่วนสำนวนดังกล่าว ซึ่งมีความสำคัญเร่งด่วน มีผู้ถูกร้องและผู้เกี่ยวข้องจำนวนมากจะส่งเรื่องให้อนุวินิจฉัยฯพิจารณาอย่างไร ควรต้องมีคำสั่งตั้งคณะอนุกรรมการวินิจฉัยเรื่องร้องเรียนและข้อโต้แย้งชุดพิเศษขึ้นพิจารณาหรือไม่ ซึ่งตามอำนาจหน้าที่ของคณะอนุวินิจฉัยฯมีกรอบเวลาดำเนินการ 90 วัน โดยสามารถขอขยายได้ และสามารถสั่งดำเนินการสอบสวนเพิ่มเติมเพื่อให้สำนวนมีความสมบูรณ์ ก่อนจะมีความเห็นเสนอต่อที่ประชุม กกต.พิจารณา