‘หมอวรงค์’เฮ! ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ยกฟ้องปมหมิ่น’ก้าวไกล’

'หมอวรงค์'เฮ! ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ยกฟ้องปมหมิ่น'ก้าวไกล'

‘หมอวรงค์’เฮ! ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ยกฟ้องปมหมิ่น’ก้าวไกล’

วันจันทร์ ที่ 14 กรกฎาคม พ.ศ. 2568, 15.09 น.

“หมอวรงค์”เฮ! ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ยกฟ้องปมหมิ่น”ก้าวไกล” ศาลระบุติชมโดยสุจริตตาม กม. เจ้าตัวขอบคุณศาลที่ให้ความเป็นธรรม

เมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม 2568 ที่ห้องพิจารณา 608 ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ศาลอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์หมายเลขดำอ 307/2564 ที่พรรคก้าวไกล เป็นโจทก์ ฟ้อง นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม ประธานพรรคไทยภักดี เป็นจำเลย ในความผิดฐานหมิ่นประมาทผู้อื่นโดยการโฆษณา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 326 , 328 เรียกค่าเสียหายจำนวน 24,062,475 บาท

โจทก์ฟ้องสรุปว่า เมื่อระหว่างวันที่ 20 มกราคม 2564 และวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2564 นพ.วรงค์ จำเลย ได้ไลฟสดในเฟซบุ๊กชื่อ “Warong Decgitvigrom” ในการแถลงข่าวการจัดตั้งพรรคไทยภักดี ว่า ปัญหาของประเทศขณะนี้มีกลุ่มบุคคลผู้ไม่หวังดีจงใจจาบจ้วงสถาบันเบื้องสูงอย่างต่อเนื่อง แม้แต่สถานการณ์ล่าสุดในช่วงการระบาดโรคโควิด โดยเฉพาะเรื่องการจัดตั้งโรงงานวัคซีน กลุ่มผู้ไม่หวังดีพยายามโยงใยทำลายความน่าเชื่อถือ ซึ่งมีทั้งกลุ่มเยาวชนปลดแอก ประชาชนปลดแอก กลุ่มธรรมศาสตร์และการชุมนุม กลุ่มราษฎร กลุ่มนักเรียนเลว ร่วมมือกันโดยมี นายปิยบุตร แสงกนกกุล ที่ปรึกษาคณะก้าวหน้า เป็นผู้สนับสนุน โดยมีความร่วมมือกับม็อบ 3 กีบ คณะก้าวหน้า และพรรคก้าวไกล และข้อความอื่นซึ่งล้วนเป็นเท็จ ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย เสื่อมเสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่น เกลียดชัง

คดีนี้ศาลไต่สวนมูลฟ้องโจทก์แล้ว เห็นว่า ฟ้องโจทก์มีมูลให้ประทับฟ้องคดีไว้พิจารณา

ต่อมาวันที่ 28 มิถุนายน 2566 ศาลอาญา พิเคราะห์แล้วเห็นว่า ข้อเท็จจริงการชุมนุมของกลุ่มเคลื่อนไหวทางการเมือง เมื่อช่วงปี 2563 – 2564 ปรากฏว่า มีสมาชิกพรรคโจทก์ไปร่วมด้วย ขณะที่เมื่อวันที่ 11 สิงหาคม 2563 หลังการชุมนุมของนักศึกษาแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม นั้น นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ อดีตหัวหน้าพรรคด้าวไกล ได้โพสต์ข้อความแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับข้อเรียกร้อง 10 ประการ ต่อสถาบันเบื้องสูง ว่าไม่เท่ากับการก้าวล่วง จะต้องสามารถแสดงความคิดเห็นกันได้ อาจทำให้ประชาชนทั่วไปคิดไปได้ว่าโจทก์มีแนวคิดที่สอดคล้องกับบุคคลที่เคลื่อนไหวเกี่ยวกับสถาบันกษัตริย์

ดังนั้น การแสดงความเห็นของจำเลยทั้ง 2 ครั้ง เป็นเพียงการแสดงความคิดเห็น สะท้อนความคิดที่อาจจะกระทบกระเทือนต่อสถาบันฯ ไปยังประชาชน อันเป็นการติชมโดยสุจริตที่วิญญูชนถึงกระทำได้ เป็นการทำหน้าที่ในฐานะพลเมืองไทยตามรัฐธรรมนูญ จึงไม่มีความผิดฐานหมิ่นประมาทผู้อื่นโดยการโฆษณา และไม่มีความผิดละเมิด ตามประมวลกฎหมายแพ่ง จึงไม่ต้องชดใช้เงินจำนวน 24,062,475 บาท พิพากษายกฟ้อง

โจทก์ยื่นอุทธรณ์ ขอให้ลงโทษจำเลย

โดยช่วงเช้าวันนี้ นพ.วรงค์ เดินทางมาฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ พร้อมทนายความ

ศาลอุทธรณ์ตรวจสำนวนประชุมปรึกษาหารือกันแล้ว เห็นว่า การกระทำของจำเลยเป็นการแสดงความคิดเห็นและติชมโดยสุจริต ไม่เป็นความผิดฐานหมิ่นประมาทผู้อื่นโดยการโฆษณา อุทธรณ์โจทก์ฟังไม่ขึ้น พิพากษายืนยกฟ้อง

ภายหลัง นพ.วรงค์ กล่าวเพียงสั้นๆ ว่า มาฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์คดีที่ นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ อดีตหัวหน้าพรรคก้าวไกล ฟ้องหมิ่นประมาทพร้อมเรียกค่าเสียหาย 24,062,475 บาท และขอบคุณที่ศาลอุทธรณ์ยกฟ้องตามศาลชั้นต้น โดยวินิจฉัยว่า เป็นการแสดงความคิดเห็นไปตามข้อเท็จจริงและเป็นไปตามกฎหมาย

Leave a comment