
‘ภท.’ยังไม่เคาะรับ‘ร่างนิรโทษฯ’ใดบ้าง ยันอะไรเป็นประโยชน์ พร้อมเดินหน้า แต่ต้องไม่รวม‘ม.112’
วันพุธ ที่ 16 กรกฎาคม พ.ศ. 2568, 12.02 น.
‘ภท.’ยังไม่เคาะเอาไงกับ‘ร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรม’ ขอรอหารืออีกครั้งหลังสรุป ยันอะไรเป็นประโยชน์ พร้อมเดินหน้า แต่ไม่รวมความผิด‘ม.112’ เปรียบเป็นการ‘หมิ่นประมาทบุคคล’ ไม่ใช่‘คดีการเมือง’
เมื่อวันที่ 16 ก.ค.2568 ที่รัฐสภา น.ส.แนน บุณย์ธิดา สมชัย สส.อุบลราชธานี และโฆษกพรรคภูมิใจไทย ให้สัมภาษณ์ถึงการลงมติร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) นิรโทษกรรม ในที่ประชุมสภาฯวันนี้ ได้มีการประสานงานกับทางคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) จะรับหรือไม่รับร่างไหนหรือไม่ว่า เราไม่ทราบมติของวิปรัฐบาลเพราะสิ่งหนึ่งที่พรรคภูมิใจไทย พูดมาเสมอตั้งแต่เป็นพรรคร่วมฝ่ายค้านว่า ร่างกฎหมายที่ใดก็แล้วแต่ ที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชน ไม่ว่าร่างกฎหมายนั้น จะเป็นร่างของรัฐบาล หรือฝ่ายค้าน เราก็พร้อมจะพิจารณาให้ หรือหากร่างไหนที่เมื่อออกมาแล้วจะมีโทษมากกว่าเป็นคุณ เราก็จะมีการพิจารณาเป็นร่างๆ ไป
เมื่อถามถึงมติของพรรคภูมิใจไทยจะมีการรับร่างใดบ้าง น.ส.แนน บุณย์ธิดา กล่าวว่า มีการพูดคุยกันในเบื้องต้นเมื่อวานนี้้เท่านั้น ในส่วนเนื้อหาของร่าง และการฟังญัตติของผู้เสนอ รวมถึงการอภิปรายของสมาชิก โดยในวันนี้จะมีการสรุป ซึ่งจะต้องมีการคุยกันอีกครั้งหนึ่ง
เมื่อถามว่า การนิรโทษกรรมจะเป็นการผ่าทางตันทางการเมืองในช่วงเวลานี้ได้หรือไม่ น.ส.แนน บุณย์ธิดา กล่าวว่า แล้วแต่มุมมองของแต่ละท่านว่า การผ่านกฎหมายในแต่ละฉบับ จะเป็นการผ่านทางตัน จะเป็นทางออก หรือจะเป็นการทำให้บรรยากาศดีขึ้นหรือไม่ แล้วแต่มุมมอง
เมื่อถามถึงร่างกฎหมายนิรโทษกรรมฉบับภาคประชาชน โฆษกพรรคภูมิใจไทย กล่าวว่า คงต้องบอกเหมือนที่ตอบไปว่า ทุกอย่างเราดูที่เนื้อหา เราไม่ได้บอกว่าฉบับนี้ใครเสนอแล้วเราจะรับหรือไม่รับ ที่ผ่านมา เช่น กรณีการแก้ไขประมวลกฎหมายแพ่ง และพาณิชย์ ในกรณีของกฎหมายสมรสเท่าเทียม เราก็รับหมด และมีการพิจารณาได้ตามเนื้อหานั้น
เมื่อถามว่า หากในส่วนเนื้อหามีการนิรโทษกรรมความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 พรรคภูมิใจไทยอาจจะไม่รับใช่หรือไม่ น.ส.แนน บุณย์ธิดา กล่าวว่า จริงๆ ใช้คำว่าอาจคงไม่ได้ เพราะเรามีความชัดเจนในเรื่องนี้อยู่แล้ว ว่าเราจะไม่รับเรื่อง ม.112 เพราะนี่ไม่ใช่คดีทางการเมือง คดี ม.112 หากจะเปรียบกับกฎหมายบุคคลธรรมดา ก็คือกฎหมายหมิ่นประมาท ซึ่งเราก็เห็นในหลายกรณีกันแล้วว่า มีการไกล่เกลี่ย ขอโทษกัน รวมถึงมีการยกฟ้องไปเพราะฉะนั้น เรามองว่าเรื่องนี้ไม่ใช่คดีทางการเมือง แต่เปรียบเสมือนเป็นคดีหมิ่นประมาทด้วย ถ้าขอโทษ ขออภัย ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง เพราะเราเห็นแล้วว่า เมื่อมีการขอพระราชทานอภัยโทษ คนที่ขอก็ได้รับ