ซัดเขมรเล่นสกปรก แม่ทัพ2ย้ำพร้อมตอบโต้ ฮุนเซนปัดวางกับระเบิด

ซัดเขมรเล่นสกปรก แม่ทัพ2ย้ำพร้อมตอบโต้ ฮุนเซนปัดวางกับระเบิด

ซัดเขมรเล่นสกปรก แม่ทัพ2ย้ำพร้อมตอบโต้ ฮุนเซนปัดวางกับระเบิด

วันอาทิตย์ ที่ 20 กรกฎาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

รัฐบาลกัมพูชา ปฏิเสธวางทุ่นระเบิดช่องบก ร่อนหนังสือถึงรัฐบาลไทยย้ำ“ฮุนเซน-ฮุน มาเนต” รักสันติภาพ ด้านทบ.นัดหารือบัวแก้วนำหลักฐานฟ้องยูเอ็น กัมพูชา ละเมิดอนุสัญญาออตตาวา พร้อมส่งทหารช่าง ปูพรมเก็บกู้วัตถุระเบิดช่องบก พื้นที่อธิปไตยไทย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กัมพูชาได้ทำหนังสือถึงทางการไทย เรื่อง“การปฏิเสธต่อการนำเสนอของสื่อมวลชนไทยจำนวนหนึ่ง กรณีทหารไทยสามนายได้รับบาดเจ็บจากทุ่นระเบิดในพื้นที่มุมเบ็ย (ช่องบก)”สำนักงานปฏิบัติการทุ่นระเบิดและช่วยเหลือผู้ประสบภัยจากทุ่นระเบิดแห่งชาติกัมพูชา (สำนักงานทุ่นระเบิด) ขอแจ้งว่า เมื่อไม่นานมานี้ มีสื่อมวลชนไทยจำนวนหนึ่ง ได้อ้างอิงแหล่งข้อมูลจากข้าราชการระดับสูงของไทย และเผยแพร่เกี่ยวกับทหารไทยสามนายได้รับบาดเจ็บจากระเบิด เมื่อวันที่ 16 กรกฎาคม 2568 บริเวณ พิกัด WA 220861 (ยืนยันโดยฝ่ายไทย) อยู่ในพื้นที่มุมเบ็ย (ช่องบก) การเผยแพร่ดังกล่าวมีเจตนา กล่าวหาโดยไม่มีมูลความจริงและไม่มีการตรวจสอบที่ชัดเจนว่ากัมพูชาได้วางทุ่นระเบิดใหม่

ในการนี้สำนักงานทุ่นระเบิด ขอชี้แจงดังนี้
1. สำนักงานทุ่นระเบิดขอปฏิเสธและปัดตกทั้งหมดต่อเนื้อหาข่าวที่เผยแพร่โดยมีเจตนากล่าวหาว่า กัมพูชาได้วางทุ่นระเบิดใหม่
2. กัมพูชา เป็นประเทศที่เคยได้รับผลกระทบอย่างรุนแรงจากทุ่นระเบิดและวัตถุระเบิดตกค้าง จากสงคราม ด้วยเหตุนี้กัมพูชาจึงขอประณามและคัดค้านอย่างเด็ดขาดต่อการใช้ การผลิต และ การเก็บรักษาทุ่นระเบิด และขอแสดงความเสียใจต่อโศกนาฏกรรมที่เกิดจากทุ่นระเบิดและวัตถุระเบิด จากสงคราม ไม่ว่าจะเกิดขึ้นที่ใด หรือกับเชื้อชาติใดก็ตาม

3. กัมพูชา ภายใต้การบริหารที่มีวิสัยทัศน์ของ สมเด็จเดโช ฮุน เซน อดีตนายกรัฐมนตรี และ บิดาแห่งสันติภาพสำหรับชนชาติเขมรทั้งมวล และ สมเด็จธิบดี ฮุน มาแนต นายกรัฐมนตรี ได้ยึดมั่น สันติภาพ เป็นคุณค่าสูงสุด และมุ่งมั่นที่จะมีส่วนร่วมในการบรรลุวิสัยทัศน์ของโลกที่ปราศจากทุ่นระเบิด เพื่อให้มั่นใจว่าคนรุ่นหลังสามารถใช้ชีวิตได้อย่างปลอดภัยและมีศักดิ์ศรี รวมทั้ง ปราศจากการคุกคามจากทุ่นระเบิดและวัตถุระเบิดจากสงคราม

4. กัมพูชา เป็นรัฐภาคีของอนุสัญญาห้ามการใช้ทุ่นระเบิดต่อบุคคล (อนุสัญญาออตตาวา) และได้ปฏิบัติตามพันธกรณีของตน รวมถึงบรรทัดฐานและเจตนารมณ์ของอนุสัญญาอย่างเคร่งครัด กัมพูชาได้รับการยอมรับและประเมินค่าสูงจากรัฐภาคีของอนุสัญญาออตตาวา ว่าเป็นหนึ่งในรัฐภาคี ที่มีความมุ่งมั่นสูงและประสบความสำเร็จในการกวาดล้างและทำลายทุ่นระเบิดต่อต้านบุคคลทุกชนิด ที่มีอยู่และที่ค้นพบ

นอกจากนี้ กัมพูชาได้ทำหน้าที่เป็นประธานและเจ้าภาพจัดการประชุมรัฐภาคี ครั้งที่ 11 ของอนุสัญญาออตตาวา และการประชุมทบทวนครั้งที่ 5 ของอนุสัญญาออตตาวา ปี 2567 หรือ การประชุมสุดยอดเสียมราฐ-นครวัด ว่าด้วยโลกที่ปราศจากทุ่นระเบิด ซึ่งการประชุม ทั้งสองครั้งประสบผลสำเร็จเป็นอย่างดี

5. เกี่ยวกับเหตุการณ์ที่ทหารไทยได้รับบาดเจ็บจากทุ่นระเบิดนี้ กัมพูชายึดมั่นในความโปร่งใส ความรับผิดชอบสูง และการเคารพพันธกรณีระหว่างประเทศ ในบริบทนี้ กัมพูชา คาดหวังว่าในการ สันนิษฐาน หรือ การกล่าวหาใดๆ ที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์นี้ จะต้องผ่านการตรวจสอบที่ชัดเจน มีหลักฐานเพียงพอ มีความเป็นจริง หลีกเลี่ยงการคาดเดา หรือการกล่าวหาที่ไม่มีเหตุผลและไม่มีมูล ความจริงที่ชัดเจน กัมพูชายังคงยึดมันในหลักมนุษยธรรมและการเคารพซึ่งกันและกัน

ขณะเดียวกัน กัมพูชายังคงปฏิบัติตามบันทึกความเข้าใจร่วมปี 2543 ในความร่วมมือตามแนวชายแดนกัมพูชา-ไทย และจะยังคงยึดมันในหลักการที่จะเปลี่ยนพื้นที่ชายแดนให้เป็นพื้นที่ที่มีสันติภาพ มิตรภาพ ความร่วมมือ และการพัฒนา

6. สำนักงานทุ่นระเบิดขอปฏิเสธและปัดตกทั้งหมดต่อข้อกล่าวหาของสื่อไทยบางสำนัก และขอเรียกร้องให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องหลีกเลี่ยงการสันนิษฐานหรือการกล่าวหาใดๆ โดยที่ยังไม่ทราบความจริง ผลักดันให้เกิดความร่วมมือในการตรวจสอบต่อเหตุการณ์นี้ และดํารงไว้ซึ่งเจตนารมณ์แห่งมิตรภาพ ความปลอดภัย และการไม่กล่าวหาซึ่งกันและกัน เพราะว่าศัตรูทีแท้จริงของเราทุกคนคือทุ่นระเบิด ตามที่แจ้งให้ทราบข้างต้น ขอให้สาธารณชน กรุณาทราบว่าเป็นข่าว

วันศุกร์ แรม 8 ค่ำ เดือนแปด ปีมะเส็ง สัปตศก พ.ศ.2569 ราชธานีพนมเปญ วันที่ 18 กรกฎาคม 2568

19 ก.ค. 68 “วาสนา นาน่วม” ผู้สื่อข่าวสายทหาร ได้โพสต์ข้อความผ่านเพจเฟซบุ๊ก “Wassana Nanuam” โดยระบุว่า “ทีมเก็บกู้ทุ่นระเบิด ที่เข้าพื้นที่เกิดเหตุ กู้มาได้อีก3 ลูก ล็อทเดียวกัน ยืนยัน ล้าน% วางใหม่ รอดู “กองกำลังสุรนารี“ จะแถลง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.อ.ณัฐพล นาค พาณิชย์ รมช.กลาโหม ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์เฉพาะกิจบริหารสถานการณ์บริเวณชายแดนไทย–กัมพูชา (ศบ.ทก.) เตรียมนัดศบ.ทก.ประชุมในวันที่20 ก.ค.นี้ เวลา14.00 น. กำหนดแนวทางการดำเนินการ กรณีกำลังพลจากหน่วยร้อย ร.6021 ปฏิบัติภารกิจลาดตระเวนรักษาความสงบในพื้นที่ช่องบกและประสบเหตุเหยียบกับระเบิด ทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 3 นาย ซึ่งจากหลักฐานพลว่าเป็นการวางกับระเบิดใหม่นั้น

เบื้องต้น พล.อ.ณัฐพล ได้สั่งการกองทัพภาคที่2 เก็บข้อมูลหลักฐานทั้งหมด พร้อมให้แถลงข่าว และรายงานผล เป็นลายลักษณ์อักษรมาให้ทราบ เนื่องจาก ต้องเก็บทุกอย่างเป็นหลักฐาน เพื่อส่งให้กระทรวงการต่างประเทศต่อไป

โดย ในที่ 20 ก.ค.จะมีกระทรวงการต่างประเทศเข้ามาร่วมประชุม ศบ.ทก.ด้วย เพื่อมาให้คำแนะนำ ว่าขั้นตอนต่อไป ในการดำเนินการ ควรจะทำอย่างไร ร่วมถึงตรวจสอบข้อมูลหลักฐาน ของแต่ละฝ่ายว่าตรงกันหรือไม่ เมื่อได้ข้อสรุปแล้ว จะแถลงเป็นทางการ ในการประชุมศบ.ทก.21 ก.ค.นี้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า แนวทางปฏิบัตินำข้อมูลและหลักฐานฟ้องยูเอ็นกัมพูชาละเมิดอนุสัญญาออตตาวา และหากกัมพูชาปฏิเสธ ก็ต้องหาหลักฐาน มาหักล้าง ข้อมูลของฝ่ายไทย ในขณะเดียวกัน ทางการไทยจะส่งทหารช่าง เข้าไปเก็บกู้วัตถุระเบิด ในพื้นที่อธิปไตยของไทยที่ช่องบก

“ปัจจุบัน ศบ.ทก.อยู่ระหว่างให้กองทัพ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องรวบรวมข้อมูลหลักฐาน ซึ่งต้องอาศัยความรัดกุม รอบคอบ รวมถึงศึกษาขั้นตอนการดำเนินการ ให้ละเอียด อยากให้ประชาชนใจเย็นเนื่องจากหน่วยงานราชการออกข้อมูลอะไรมา ต้องอาศัยหลักฐานที่ชัดเจน ถูกต้อง “ แหล่งข่าวความมั่นคง ระบุ

นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีทหารพรานเหยียบถูกทุ่นระเบิด ที่ช่องบก อ.น้ำยืน จ.อุบลราชธานี หลังมีกระแสข่าวว่ากว่า 80% จากการตรวจสอบเป็นระเบิดใหม่ ว่า ทั้งสองฝ่ายต้องพูดคุยกัน ถ้าไม่คุยกันอยู่อย่างนี้ไม่เป็นผลดี และขณะนี้อยู่ระหว่างการวิเคราะห์ว่าเป็นระเบิดใหม่หรือเก่า

เมื่อถามย้ำว่า หลังจากนี้จะไม่เจรจาโดยใช้ความสัมพันธ์ส่วนตัวแล้วใช่หรือไม่ นายทักษิณ กล่าวด้วยเสียงหนักแน่นว่า ไม่มีอีกแล้ว เพราะกลัวโดนอัดเทปเหมือนกัน

ที่กองกำลังสุรนารี พลโทบุญสิน พาดกลาง แม่ทัพภาคที่ 2 แถลงข่าว ผลการตรวจกับระเบิดช่องบกว่า จุดแรกที่พบ 3 ทุ่น ลักษณะการวาง บนผิวดิน รัศมีการวางห่างกัน 40 เซนติเมตร มีใบไม้ปกปิดจุดที่ 2 เจอ 5 ทุ่น การวางเหมือนแบบแรกแต่รัศมีการวางกระจายออกไป ห่างประมาณ 90 เซนติเมตร จากการกู้กับระเบิดทั้ง 8 ลูก มีตัวอักษรชัดเจน ประกอบการวางสามารถบ่งชี้ได้ว่าเป็นของใหม่ หากเป็นของเก่า จะมีวัชพืชปกคลุม สำหรับจุดที่วางเลยแนวการวางกำลังทหารกัมพูชาประมาณ 100-150 เมตร กองกำลังสุรนารีจะเก็บกู้ทั้งหมดเนื่องจากอยู่ในแผ่นดินไทยโดยใช้ความระมัดระวัง และคาดว่ายังมีหลงเหลืออยู่อีกเป็นหลักร้อย เป็นชนิดเดียวตามที่ปรากฏเป็นข่าว

พล.ท.บุญสิน กล่าวว่า ขณะนี้2 กรณีต้องดำเนินการคือรายงาน ไปถึงศูนย์ปฏิบัติการกองทัพบก และกองทัพบกจะนำเสนอรัฐบาล ให้กระทรวงต่างประเทศยื่นเรื่องไปที่ ยูเอ็น เรื่องอนุสัญญาออตตาวา ยืนยันว่าคู่กรณี เป็นคนวางชัดเจน

ส่วนการตอบโต้เป็นหน้าที่ของกองทัพภาคที่ 2 ที่จะดำเนินการต่อไปและเป็นเรื่องการทางทหาร ไม่สามารถบอกรายละเอียดได้ พร้อมย้ำว่าไม่ต้องรอคำสั่งจากรัฐบาล ถือเป็นยุทธวิธี กองทัพภาคที่ 2 ดำเนินการตอบโต้ได้เลย

พล.ท.บุญสิน ยังกล่าวถึง กรณีกัมพูชา ตั้งข้อสังเกตว่า กับระเบิดถูกวางในพื้นที่ของประเทศไทย อาจเป็นไทยที่เป็นคนวางหรือไม่นั้น ในความเป็นจริงโดยการวิเคราะห์สภาพแวดล้อม เป็นไปไม่ได้การวางกับระเบิดหน้าแนว ผู้ที่วางจะต้องผ่านทหารฝ่ายเดียวกันก็คือทหารไทย และต้องได้รับการอนุมัติ ผู้บังคับหน่วยทหารของฝ่ายไทยเท่านั้นที่จะไปหน้าแนวได้ ดังนั้น ต้องวางมาจากด้านฝั่งตรงข้าม ส่วนที่กัมพูชาปฏิเสธ ถือเป็นคำพูดที่เขาสามารถชี้แจงได้ เขาต้องปฏิเสธอยู่แล้ว และการวางกับระเบิดเกิดในห้วงก่อนปรับกำลังช่องบก 28 พ.ค.ที่ผ่านมา ยืนยันว่า กับระเบิดที่พบไม่มีใช้ในกองทัพไทย ส่วนที่กัมพูชาอ้างไทยเป็นฝ่ายวางกับระเบิดนั้น คงไม่มีหน่วยทหาร ผู้บังคับหน่วยไหน มาวางระเบิดใส่ลูกน้องตัวเอง คงไม่มี ถ้ามี คงจะเลวร้ายมาก และรับไม่ได้อยู่แล้ว เรามองว่าเป็นไปไม่ได้ เลวร้าย ชั่วร้ายมาก ซึ่งการฟ้องยูเอ็น เป็นการกดดันในเวทีโลก

Leave a comment