‘ไหม’ยกนิ้ว‘วิทัย’ นั่ง‘ผู้ว่าฯธปท.’คนใหม่ มีความรู้-ความสามารถ

‘ไหม’ยกนิ้ว‘วิทัย’ นั่ง‘ผู้ว่าฯธปท.’คนใหม่ มีความรู้-ความสามารถ

‘ไหม’ยกนิ้ว‘วิทัย’ นั่ง‘ผู้ว่าฯธปท.’คนใหม่ มีความรู้-ความสามารถ

วันพุธ ที่ 23 กรกฎาคม พ.ศ. 2568, 11.10 น.

“ไหม”ยกนิ้ว”วิทัย” นั่ง”ผู้ว่าฯธปท.”คนใหม่ มีความรู้-ความสามารถ โดนใจผลงาน”ลดดอกเบี้ยสินเชื่อ”จำนำทะเบียนรถ ชี้โจทย์ท้าทาย เศรษฐกิจตกต่ำ ฝากการบ้านอุ้มช่วยผู้กู้

เมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม 2568 ที่รัฐสภา น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล สส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคประชาชน (ปชน.) กล่าวถึงศักยภาพของ นายวิทัย รัตนากร ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย คนใหม่ ว่า เป็นคนที่มีความรู้ความสามารถ ซึ่งผลงานที่ตนประทับใจอย่างหนึ่งคือ การเปิดบริษัทลูกของธนาคารออมสิน เข้ามาในตลาดสินเชื่อจำนำทะเบียนรถ สามารถที่จะเข้ามาเพิ่มการแข่งขันในตลาดและลดดอกเบี้ยสินเชื่อการจำนำทะเบียนรถได้ จึงเป็นผลงานที่น่าประทับใจของนายวิทัย สำหรับเรื่องส่วนตัวก็คงจะไม่ก้าวล่วง แต่อยากฝากการบ้าน ให้ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทยคนใหม่ อย่างแรก คือการลดดอกเบี้ยอย่างเดียวไม่ได้ช่วยให้เศรษฐกิจไทยโตขึ้นได้ การที่แบงค์ชาติลดดอกเบี้ยลงที่ 0.75% แต่ธนาคารส่วนใหญ่ยังไม่ได้ปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ ของรายย่อยหรือ MRR ซึ่งแม้แต่ธนาคารออมสินที่นายวิทัยเคยบริหาร ก็ลดอัตราดอกเบี้ยลงมาเพียง 30 สตางค์เท่านั้น ดังนั้น จึงอยากฝากการบ้านว่า เมื่อลดดอกเบี้ยแล้ว ต้องไปกำชับธนาคารพาณิชย์ และธนาคารรัฐ ให้ลดดอกเบี้ยตามลงมา ไม่เช่นนั้น นโยบายการลดดอกเบี้ยจะไม่เกิดผลกับประชาชน ไม่ช่วยลดภาระ และไม่ช่วยให้แบงค์พาณิชย์ปล่อยกู้เพิ่มด้วย ดังนั้นการให้แบงค์พาณิชย์ปล่อยกู้เพิ่มต้อง ประสานงานให้มีนโยบายการคลัง สอดประสาน เช่น การค้ำประกันสินเชื่อ ให้ผู้กู้รายย่อยสามารถเข้าถึงเงินกู้ได้ จึงเป็นการบ้านที่ขอฝากให้ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทยคนใหม่ด้วย

เมื่อถามว่า ความท้าทายแรกที่นายวิทัยต้องเจอคืออะไร น.ส.ศิริกัญญา กล่าวว่า เป็นปัญหาเรื่องเศรษฐกิจตกต่ำ และแนวโน้มของเศรษฐกิจชะลอตัว เป็นโจทย์ที่ยากและสำคัญ สำหรับธนาคารแห่งประเทศไทย ในการดำเนินนโยบายทางการเงิน และการกำกับสารบัญการเงิน ให้สามารถรอดพ้นวิกฤตไปได้ ถือเป็นโจทย์ใหญ่ แม้พอจะมีกระสุนตุนไว้สำหรับดอกเบี้ย ที่เพิ่งลดเพียงสามครั้ง ที่ 0.75% แต่ก็เหลือไม่มากแล้ว จากนี้คงต้องใช้อย่างตรงจุดตรงเป้า ให้เกิดผลมากที่สุด ซึ่งรวมถึงการใช้นโยบายอื่นร่วมด้วย เพื่อดูแลการเงินทั้งระบบ และอัตราแลกเปลี่ยน ที่อาจเป็นปัญหาอยู่ตอนนี้ ที่แข็งค่าขึ้น โดยไม่ทราบสาเหตุว่าเกิดจากอะไร

Leave a comment