‘ประธานวิปฝ่ายค้าน’คุยเคลียร์‘ภท.’แล้ว เปลี่ยนแพลน‘อภิปราย ม.152’เป็นชงยื่น‘ญัตติด่วน’

‘ประธานวิปฝ่ายค้าน’คุยเคลียร์‘ภท.’แล้ว เปลี่ยนแพลน‘อภิปราย ม.152’เป็นชงยื่น‘ญัตติด่วน’

‘ประธานวิปฝ่ายค้าน’คุยเคลียร์‘ภท.’แล้ว เปลี่ยนแพลน‘อภิปราย ม.152’เป็นชงยื่น‘ญัตติด่วน’

วันพุธ ที่ 23 กรกฎาคม พ.ศ. 2568, 18.08 น.

‘ประธานวิปฝ่ายค้าน’เผยคุยเคลียร์‘ภูมิใจไทย’แล้ว เปลี่ยนแพลนจาก‘อภิปราย ม.152’เป็นชงยื่น‘ญัตติด่วน’ ถกจี้แก้ปัญหา‘ภาษีทรัมป์’สิ้นเดือน ก.ค.นี้

เมื่อเวลา 16.50 น.วันที่ 23 กรกฎาคม 2568 ที่รัฐสภา นายปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล สส.บัญชีรายชื่อพรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน(วิปฝ่ายค้าน) กล่าวถึงความคืบหน้าการขอเปิดอภิปรายทั่วไปตามมาตรา 152ว่า มีการพูดคุยกันกับวิปของพรรคภูมิใจไทย เห็นตรงกันว่าจะปรับเปลี่ยนเป็นการเสนอญัตติด่วนด้วยวาจา เรื่องการเจรจาภาษีสหรัฐอเมริกา ซึ่งเห็นว่าเป็นเรื่องใหญ่ และกระทบกับสภาพเศรษฐกิจเป็นอย่างมาก แต่การใช้กลไกตามมาตรา 152 อาจจะต้องใช้เวลาตั้งแต่การยกร่างการเข้าชื่อการประสานวิปทั้ง 3 ฝ่ายอย่างน้อย 1 เดือนอาจล่าช้าไม่ทันการ

และด้วยเส้นตายที่จะกำหนดมาตรการบังคับใช้ภาษี 36% ในวันที่ 1 ส.ค.นี้ ซึ่งในวันพฤหัสบดีที่ 31ก.ค. จะยื่นญัตติด่วน ไม่ว่าในวันนั้นจะมีผลการเจรจาอย่างเป็นทางการมาแล้วหรือไม่ แต่คิดว่ารัฐบาลยังมีปัญหาต้องขบคิดต่อโดยเฉพาะปัญหาที่จะเกิดขึ้นและต้องแก้ไขต่อไป เบื้องต้นได้ประสานไปยังวิปรัฐบาล เพื่อให้รับเรื่องไปประสานกับรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ ไม่ว่ากระทรวงไหนให้เข้ามารับฟังและชี้แจง

“ถ้ากระทรวงใดที่เกี่ยวข้อง ซึ่งเข้าใจว่าเรื่องนี้นายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังเป็นผู้รับผิดชอบหลัก และกระทรวงอื่นที่ต้องมีเรื่องขบคิดในอนาคต เช่นกระทรวงพาณิชย์กระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ต้องรับมือผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น ถ้าคิดว่ารัฐมนตรีคนไหนต้องรับมือกับเรื่องนี้ก็ควรมาฟัง” นายปกรณ์วุฒิ กล่าว

นายปกรณ์วุฒิ กล่าวด้วยว่า ทางพรรคฝ่ายค้านจะมีข้อเสนอแนะ เพราะมีทีมที่ติดตามเรื่องนี้มาอย่างใกล้ชิด โดยเตรียมว่าถ้าเกิด สถานการณ์ต่าง ๆ ผลต่างภาษีของไทยต่อประเทศใกล้เคียง อย่างประเทศที่เป็นคู่แข่งทางการค้าโดยตรงจะแก้ปัญหาอย่างไร หรือแม้แต่ที่ได้อัตราภาษีที่เท่ากันหรือต่ำกว่าเล็กน้อย ของประเทศอื่นก็ใช่ว่าประเทศไทยจะได้เปรียบ ดังนั้นจึงต้องมีทีมงานที่คิดเอาไว้ทุก สถานการณ์ เพราะอาจเกิดสงครามการตัดราคา เกิดขึ้นระหว่างประเทศ และมีภารกิจอีกหลายอย่างที่ต้องเตรียมรับมือ

“การใช้มาตรา 152 ควรที่จะใช้กับปัญหาของรัฐบาลในทุกมิติ แต่ครั้งนี้มีเพียงเรื่องเศรษฐกิจอย่างเดียว ซึ่งต้องเป็นปัญหาโดยรวมไม่ใช่แค่เรื่องภาษีสหรัฐฯ สังคมการเมืองควรมีเรื่องปัญหาสังคมการเมืองที่เกิดขึ้นในประเทศรวมอยู่ด้วย ซึ่งได้คุยกับพรรคภูมิใจไทยและเห็นตรงกันแล้ว” นายปกรณ์วุฒิ กล่าว

Leave a comment