‘IPU ไทย’ประณามเขมร ยันฝ่ายไทยไม่ได้เป็นฝ่ายเริ่มใช้กำลังก่อน

'IPU ไทย'ประณามเขมร ยันฝ่ายไทยไม่ได้เป็นฝ่ายเริ่มใช้กำลังก่อน

‘IPU ไทย’ประณามเขมร ยันฝ่ายไทยไม่ได้เป็นฝ่ายเริ่มใช้กำลังก่อน

วันศุกร์ ที่ 25 กรกฎาคม พ.ศ. 2568, 13.03 น.

“IPU ไทย” ประณามเขมร ยัน ฝ่ายไทย ไม่ได้เป็นฝ่ายเริ่มใช้กำลังก่อน 

วันที่ 25 กรกฎาคม 2568 เวลา 11.45 น. ที่รัฐสภา นายนพดล อินนา สว. และรองประธานคณะทำงานด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีสหภาพรัฐสภา (IPU) แถลงของหน่วยประจำชาติไทยในสหภาพรัฐสภา กรณีความรุนแรงที่เกิดจากข้อพิพาทตามแนวชายแดนไทย กัมพูชา ว่า หน่วยประจำชาติไทยในสหภาพรัฐสภา ขอแสดงความกังวลอย่างยิ่ง และขอประณามการใช้ความรุนแรงที่เกิดขึ้นตามแนวชายแดนโดยรัฐบาลกัมพูชา ซึ่งส่งผลให้เกิดความสูญเสียและบาดเจ็บต่อประชาชนผู้บริสุทธิ์จำนวนมาก ประเทศไทยขอยืนยันพันธกรณีอันแน่วแน่ของตนตามอนุสัญญาออตาวา และพันธกรณีระหว่างประเทศที่เกี่ยวข้องอื่นๆ รวมถึงอนุสัญญาเจนีวา และกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศ ซึ่งห้ามการใช้ทุ่นระเบิดสังหารบุคคล และการโจมตีต่อพลเรือนและโรงพยาบาลโดยเด็ดขาด 

นายนพดล กล่าวต่อว่า ประเทศไทยขอยืนยันอย่างหนักแน่นว่า ไทยมิได้เป็นฝ่ายเริ่มใช้กำลังหรือเผชิญหน้าก่อนแต่อย่างใด ประเทศไทยเป็นเหยื่อต่อการกระทำอันก้าวร้าว โดยไม่มีการยั่วยุ และการคุกคามต่อสันติภาพ ซึ่งรวมถึงการใช้กับระเบิด อาวุธหนักและการโจมตีเป้าหมายพลเรือนโดยไม่เลือกของกัมพูชา ประเทศไทยกระทำการเพื่อป้องกันตนเองและคุ้มครองความปลอดภัยของประชาชนตามสิทธิที่ได้รับการรับรองในกฎหมายระหว่างประเทศ ประเทศไทยหวังเป็นอย่างยิ่งและเรียกร้องการยุติการใช้ความรุนแรงและยุติการกระทำอันเป็นปรปักษ์ ซึ่งเป็นไปพันธกรณีระหว่างประเทศ หน่วยประจำชาติไทยในสหภาพรัฐสภาขอเรียกร้องผ่านประชาคมระหว่างประเทศ และสหภาพรัฐสภา (Inter-Parliamentary Union – IPU) ให้แสดงความวิตกอย่างยิ่ง ตลอดจนกระตุ้นต่อรัฐบาลกัมพูชาให้ธำรงไว้ซึ่งสันติภาพและความมั่นคงตามแนวชายแดนระหว่างไทย-กัมพูชา หน่วยประจำชาติไทยในสหภาพรัฐสภา ขอเน้นย้ำว่าความปลอดภัยของพลเมืองและโครงสร้างพื้นฐานสาธารณะควรเป็นที่ปลอดภัย

นายนพดล กล่าวต่อว่า ประเทศไทยขอสงวนสิทธิ ในการดำเนินมาตรการที่จำเป็น และได้สัดส่วนเพื่อปกป้องประชาชนและบูรณภาพแห่งดินแดนของตน ตามกฎบัตรสหประชาชาติ ทั้งนี้ ไทยยังคงเปิดกว้างต่อการเจรจาและการแก้ปัญหาด้วยสันติวิธีผ่านช่องทางทวิภาคี หน่วยประจำชาติไทยในสหภาพรัฐสภา ขอเรียกร้องให้ประชาคมระหว่างประเทศ รวมถึง องค์การสหประชาชาติ สมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน) และรัฐภาคีอนุสัญญาออตาวา เฝ้าติดตามสถานการณ์นี้อย่างใกล้ชิด และดำเนินการให้มีการรับผิดชอบต่อการละเมิดหลักการ กฎหมายระหว่างประเทศโดยผู้ที่เกี่ยวข้อง

“ หน่วยประจำชาติไทยในสหภาพรัฐสภา ขอยืนยันเจตนารมณ์ อันมั่นคงของประเทศไทยในการธำรงรักษาสันติภาพในภูมิภาค การระงับข้อพิพาทด้วยสันติวิธี และการเคารพหลักนิติธรรม ภายใต้กรอบขององค์การสหประชาชาติและอาเซียน ประเทศไทยยืนยันถึงความสัมพันธ์อันยาวนานของประชาชนทั้งสองประเทศ และธำรงไว้ซึ่งการทูตรัฐสภาที่สร้างสรรค์ระหว่างรัฐสภาไทยและรัฐสภากัมพูชา”นายนพดล กล่าว

เมื่อถามว่า หากสถานการณ์ไม่ดีขึ้น ได้เตรียมมาตรการยกระดับหรือไม่ นายนพดล กล่าวว่า เป็นส่วนหนึ่งของรัฐบาลแต่ในฐานะของสมาชิกรัฐสภา ความจริงเรามาสมาชิกอยู่หลายประเทศ นี่จึงเป็นวิธีหนึ่งที่จะช่วยให้สถานการณ์ดีขึ้น และในอนาคตจะไปคุยกับมวลสมาชิก อีกทั้งการออกแถลงการณ์เช่นนี้จะทำให้มวลสมาชิกเข้าใจสถานการณ์ดังกว่ามากขึ้น ส่วนจะถึงขั้นต้องคว่ำบาตรเลยหรือไม่นั้น เป็นเรื่องของรัฐบาลที่จะตัดสินใจ

Leave a comment