เปิดข้อมูลนักวิชาการ! ชี้’ฮุนเซน’ละเมิดรัฐธรรมนูญของกัมพูชาเอง

เปิดข้อมูลนักวิชาการ! ชี้'ฮุนเซน'ละเมิดรัฐธรรมนูญของกัมพูชาเอง

เปิดข้อมูลนักวิชาการ! ชี้’ฮุนเซน’ละเมิดรัฐธรรมนูญของกัมพูชาเอง

วันอาทิตย์ ที่ 3 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 15.56 น.

เปิดข้อมูลนักวิชาการ! ชี้”ฮุนเซน”ละเมิดรัฐธรรมนูญของกัมพูชาเอง ขณะที่สื่อต่างประเทศชี้ชัด เป็นบุคคลที่อยู่เบื้องหลังความขัดแย้งชายแดนไทย-กัมพูชา เสี่ยงเป็นอาชญากรสงคราม

เมื่อวันที่ 3 สิงหาคม 2568 นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลไทยตรวจพบรายงานจากสื่อระดับโลก Reuters ซึ่งเผยแพร่บทความเมื่อวันที่ 31 ก.คใที่ผ่านมา โดยอ้างแหล่งข่าวทางการทูต 3 รายว่า สมเด็จ ฮุนเซน ประธานวุฒิสภากัมพูชา ยังคงมีบทบาทโดยตรงในการควบคุมและสั่งการด้านการทหารในสถานการณ์ชายแดนไทย – กัมพูชา แม้จะไม่ได้ดำรงตำแหน่งในฝ่ายบริหารอย่างเป็นทางการแล้วก็ตาม

โดยรายงานระบุว่า สมเด็จ ฮุนเซนปรากฏตัวในโลกออนไลน์อย่างต่อเนื่อง ทั้งการสวมเครื่องแบบทหาร ประชุมกับผู้นำกองทัพ และเผยแพร่ข้อความที่มีเนื้อหาโจมตีประเทศไทยผ่านเฟซบุ๊คส่วนตัว ในขณะที่นายกรัฐมนตรีฮุน มาเนต ซึ่งเป็นบุตรชายกลับมีบทบาททางการเมืองที่เงียบลงอย่างเห็นได้ชัด

ขณะเดียวกัน นักวิชาการด้านรัฐศาสตร์ของไทย โดยรองศาสตราจารย์ปริญญา เทวานฤมิตรกุล  ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนไทยว่า พฤติกรรมของสมเด็จ ฮุนเซนในช่วงวิกฤตชายแดนไทย-กัมพูชา อาจเข้าข่ายละเมิดบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญราชอาณาจักรกัมพูชา พ.ศ.2536 โดยเฉพาะ มาตรา 2 และมาตรา 53 ซึ่งระบุหลักการสำคัญว่า :

– กัมพูชาต้องไม่รุกรานประเทศอื่น และไม่แทรกแซงกิจการภายในของประเทศอื่น ทั้งทางตรงและทางอ้อม

– กัมพูชาต้องแก้ไขปัญหาทางการเมืองด้วยสันติวิธี และดำรงความเป็นกลางอย่างถาวร

– กัมพูชาห้ามเข้าร่วมพันธมิตรทางทหารที่ขัดต่อหลักความเป็นกลาง

– กัมพูชาต้องไม่อนุญาตให้มีฐานทัพต่างชาติในประเทศ และห้ามมีฐานทัพของตนเองในต่างแดน เว้นแต่ในกรอบคำร้องของสหประชาชาติ

– กัมพูชาต้องยึดแผนที่มาตราส่วน 1:100,000 ที่จัดทำระหว่างปี ค.ศ.1933 – 1953 ซึ่งเป็นแผนที่ที่ได้รับการรับรองในเวทีระหว่างประเทศช่วงปี ค.ศ.1963 – 1969 ในการนิยามเขตแดน ไม่ใช่แผนที่ขนาด 1:200,000 ที่กล่าวอ้างในปัจจุบัน

นอกจากนี้ รองศาสตราจารย์ปริญญา ยังชี้ว่า การกระทำของสมเด็จฯ ฮุนเซนและนายกรัฐมนตรี ฮุน มาเนต ละเมิดทั้งกฎหมายระหว่างประเทศ (เช่น การโจมตีพลเรือน การยิงจรวดใส่โรงพยาบาล และการฝังกับระเบิดในพื้นที่ สำคัญทางศาสนาและโบราณสถาณ) และยังขัดต่อรัฐธรรมนูญของกัมพูชาเองอย่างชัดเจน โดยการสั่งการให้รุกรานประเทศเพื่อนบ้าน และการอ้างแผนที่ผิดฉบับจากที่กฎหมายกำหนด

นายจิรายุ กล่าวเพิ่มเติมว่า ขอให้ประชาคมโลกจับตาการใช้อำนาจที่อยู่นอกกรอบรัฐธรรมนูญของกัมพูชาอย่างใกล้ชิด เนื่องจากการที่ผู้นำซึ่งพ้นวาระไปแล้ว ยังคงมีอิทธิพลเหนือกองทัพ และสั่งการปฏิบัติการทางทหาร อาจส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพในภูมิภาคอาเซียนอย่างรุนแรง

“รัฐบาลไทยยืนยันว่า ประเทศไทยมีจุดยืนชัดเจนในการยึดมั่นแนวทางสันติวิธี และเคารพอธิปไตยของประเทศเพื่อนบ้าน พร้อมเรียกร้องให้ประชาคมอาเซียน และสื่อมวลชนระหว่างประเทศ ร่วมกันตรวจสอบบทบาทของบุคคลที่อยู่นอกโครงสร้างบริหารของกัมพูชา แต่ยังมีอิทธิพลในเชิงปฏิบัติที่อาจละเมิดกฎหมายภายในและกฎหมายระหว่างประเทศอย่างร้ายแรง ซึ่งอาจเป็นอาชญากรสงคราม” นายจิรายุ ระบุ

Leave a comment