‘จักรภพ’ชี้นิมิตหมายดี! ไทยประชุมนักลงทุน ย้ำเศรษฐกิจต้องปรับตัวและร่วมมือกันอย่างใกล้ชิด

'จักรภพ'ชี้นิมิตหมายดี! ไทยประชุมนักลงทุน ย้ำเศรษฐกิจต้องปรับตัวและร่วมมือกันอย่างใกล้ชิด

‘จักรภพ’ชี้นิมิตหมายดี! ไทยประชุมนักลงทุน ย้ำเศรษฐกิจต้องปรับตัวและร่วมมือกันอย่างใกล้ชิด

วันพุธ ที่ 6 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 12.27 น.

“จักรภพ”ชี้นิมิตหมายดี! ไทยประชุมนักลงทุน และพัฒนานักเรียนอาชีวะให้มีทักษะแรงงานสูงรองรับอุตสาหกรรมเป้าหมาย ย้ำเศรษฐกิจไทยต้องปรับตัวและร่วมมือกันอย่างใกล้ชิด

เมื่อวันที่ 6 สิงหาคม 2568 นายจักรภพ เพ็ญแข ที่ปรึกษาเลขาธิการนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการประชุมระดับสูงกับนักลงทุนชั้นนำจาก 30 บริษัท ในงาน “Prime Minister Meets Investors: Confidence in Thailand’s Future – Prime Minister’s Dialogue with Global Investors” ที่จัดขึ้น ณ ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล โดยมี นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และรักษาราชการแทนนายกรัฐมนตรี เป็นประธานในวันนี้ ว่า การพบกันครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงความพอใจในผลการเจรจาเรื่องภาษี 19% ซึ่งเป็นระดับที่ยอมรับได้มากกว่ากรอบเดิมที่เคยสูงถึง 36% พร้อมชี้ว่า ประเทศไทยยังคงได้ประโยชน์จากข้อเสนอของสหรัฐอเมริกา เช่น การคงต้องเก็บภาษีนำเข้าในอัตรา 10% สำหรับสินค้าบางประเภท ซึ่งเป็นโอกาสให้เอกชนไทยสามารถปรับโครงสร้างเศรษฐกิจและเปลี่ยนวิกฤตเป็นโอกาสได้ โดยเน้นว่าขณะนี้ไทยควรดำเนินการปรับตัวอย่างเต็มที่ เพื่อให้เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน

ทั้งนี้ นายจักรภพ กล่าวว่า ไม่เน้นว่าสหรัฐฯ คือผู้กำหนดทิศทางหลักในนโยบายเศรษฐกิจของไทย เรามองว่าสหรัฐฯ คือตลาดใหญ่ตลาดหนึ่งเท่านั้น ไทยเราจะมองหาตลาดอื่นๆ ต่อไปด้วย

นอกจากนี้ รัฐบาลยังได้เปิดตัวโครงการความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชนในการพัฒนาทักษะแรงงานอาชีวศึกษา จำนวน 1,880 คน เพื่อรองรับความต้องการของภาคอุตสาหกรรมเป้าหมาย ในรูปแบบทวิภาคี นักเรียนสามารถฝึกงานในโรงงานโดยไม่เสียเวลาระหว่างเรียน ฝึกฝนทักษะให้สามารถต่อยอดในบริษัทเดิมหรือบริษัทใหม่ รวมทั้งสร้างแรงงานฝีมือและกึ่งฝีมือให้มีความพร้อมรองรับการลงทุนจากต่างประเทศ

นายจักรภพ ย้ำว่า การพัฒนาระบบเศรษฐกิจในปัจจุบันนี้ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ เอกชน รายย่อย กลาง และรายใหญ่ พร้อมเน้นความสำคัญของการทำงานเป็นทีมเพื่อความมั่นคงและเสถียรภาพของประเทศ โดยระบุว่า โลกเศรษฐกิจในปัจจุบันไม่ได้รอประเทศไทยอีกต่อไปแล้ว เราต้องปรับตัวและใช้พลังทุกด้านให้เกิดประโยชน์สูงสุด เพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขันและความเป็นหนึ่งในเวทีโลก

Leave a comment