ศบ.ทก.เผยเตรียมนำผู้ช่วยทูตลงพื้นที่อุบลฯ 14 ส.ค.นี้ เร่งประสาน ARMAC แสดงความจริงใจเก็บกู้ทุ่นระเบิด

ศบ.ทก.เผยเตรียมนำผู้ช่วยทูตลงพื้นที่อุบลฯ 14 ส.ค.นี้ เร่งประสาน ARMAC แสดงความจริงใจเก็บกู้ทุ่นระเบิด

ศบ.ทก.เผยเตรียมนำผู้ช่วยทูตลงพื้นที่อุบลฯ 14 ส.ค.นี้ เร่งประสาน ARMAC แสดงความจริงใจเก็บกู้ทุ่นระเบิด

วันพุธ ที่ 13 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 14.15 น.

ศบ.ทก.เผยเตรียมนำผู้ช่วยทูตลงพื้นที่อุบลฯ 14 ส.ค.นี้ เร่งประสาน ARMAC แสดงความจริงใจเก็บกู้ทุ่นระเบิด ระบุ จปช.กต.ประชุมอาร์บีซี 16 ส.ค.นี้ ส่วน ทภ.1-2 คาดปลายเดือน ส.ค. แจงรัฐบาลเร่งรัดจัดงบส่วนกลางจัดหาลวดหนามเสริมภารกิจกองทัพแล้ว ยันดูแลความปลอดภัยแรงงานเขมรในไทยเต็มที่

เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม 2568 ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.ร.ต.สุรสันต์ คงสิริ รองโฆษกกองบัญชาการกองทัพไทย ในฐานะโฆษกศูนย์เฉพาะกิจบริหารสถานการณ์บริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา (ศบ.ทก.) แถลงผลการประชุม ศบ.ทก.ว่า สถานการณ์โดยทั่วไปตามบริเวณชายแดนในห้วงเวลาที่ผ่านมาอยู่ในภาวะปกติ ทั้งนี้ ฝ่ายไทยมีการเฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง โดยสังเกตเห็น หรือสังเกตพบการปฏิบัติของฝ่ายกัมพูชาในเรื่องการเสริมที่มั่นแข็งแรงในพื้นที่ปฏิบัติการตามแนวชายแดน ซึ่งยังอยู่ในเกณฑ์ที่ยอมรับได้ นอกจากนี้ ที่ประชุม ศบ.ทก.ได้หารือเรื่องการปฏิบัติของผู้สังเกตการณ์ชั่วคราวของอาเซียน ซึ่งเป็นผลมาจากการประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไป (จีบีซี) สมัยวิสามัญ โดยการนำผู้ช่วยทูตทหารของสมาชิกอาเซียน นำโดยผู้ช่วยทูตฝ่ายทหารของมาเลเซียประจำประเทศไทย ลงพื้นที่เพื่อสังเกตการณ์ผลกระทบต่างๆ ในพื้นที่ รวมไปถึงความเป็นอยู่ของพี่น้องประชาชนที่ได้รับผลกระทบเพื่อแสดงความโปร่งใส ความจริงใจ และยืนยันการปฏิบัติของฝ่ายไทยตามหลักปฏิบัติของสากล

พล.ร.ต.สุรสันต์ กล่าวว่า โดยในวันเดียวกัน (13 ส.ค.) จะมีการประชุมที่กองบัญชาการกองทัพไทย ซึ่งมีคณะผู้ช่วยทูตต่างๆ มาร่วมประชุม เพื่อกำหนดแผนงานในการลงพื้นที่ ซึ่งการลงพื้นที่กำหนดไว้ในวันที่ 14 ส.ค.โดยจะลงพื้นที่ จ.อุบลราชธานี และพื้นที่ในส่วนของกองทัพภาคที่ 2 ที่เกี่ยวข้อง และเมื่อลงพื้นที่เสร็จเรียบร้อย ในวันที่ 15 ส.ค.จะมีการสรุปผลการดำเนินการ และทบทวนแผนการปฏิบัติที่จะทำแผนการปฏิบัติต่อเนื่องในห้วงเวลาต่อไปด้วย

พล.ร.ต.สุรสันต์ กล่าวว่า สำหรับเรื่องการเก็บกู้ทุ่นระเบิด และการเสริมสร้างความปลอดภัยในพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา ทาง ศบ.ทก.โดย พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ รมช.กลาโหม ในฐานะผู้อำนวยการ ศบ.ทก.มีความห่วงใยและพยายามเร่งหาแนวทางในการประสานความร่วมมือในการเก็บกู้ทุ่นระเบิดที่มีการวางในพื้นที่จำนวนมาก แต่ยังไม่ได้รับการตอบรับ หรือความร่วมมือจากกัมพูชาเท่าที่ควร ล่าสุดได้เร่งประสานผ่านกระทรวงการต่างประเทศ (กต.) เพื่อขอให้ศูนย์อาเซียนเพื่อความร่วมมือด้านการปฏิบัติการเก็บกู้ทุ่นระเบิดด้านมนุษยธรรม (ARMAC) ซึ่งปัจจุบันผู้อำนวยการบริหารของศูนย์ดังกล่าวเป็นกัมพูชา ซึ่งฝ่ายไทยขอให้ฝ่ายกัมพูชา และ ARMAC แสดงความจริงใจในการสนับสนุนภารกิจการเก็บกู้ทุ่นระเบิดตามแนวชายแดนด้วย เนื่องจากยังพบว่ามีทหารกัมพูชายังลักลอบวางทุ่นระเบิดจำนวนมาก ซึ่งทุ่นระเบิดนั้นๆ ถือเป็นภัยคุกคามที่ไม่ใช่แก่กำลังพลทหาร หรือฝ่ายความมั่นคงเท่านั้น แต่มีผลกระทบและอันตรายต่อพี่น้องประชาชนตามแนวชายแดนทั้งไทยและกัมพูชาด้วย

พล.ร.ต.สุรสันต์ กล่าวว่า สำหรับแนวทางการทำงาน จะให้ศูนย์ ARMAC เข้ามาสนับสนุนด้านมนุษยธรรมควบคู่ไปกับการดำเนินการของศูนย์ปฏิบัติการทุ่นระเบิดแห่งชาติ (TMAC) เพื่อร่วมมือกันในการเก็บกู้ทุ่นระเบิดให้มากที่สุด และฟื้นฟูพื้นที่ให้มีความปลอดภัยโดยเร็วที่สุด ส่วนเรื่องการลาดตระเวนในพื้นที่ต่างๆ ได้รับการประสานจากกองทัพบก โดยกองทัพภาคที่ 2 ซึ่งการลาดตระเวนต่างๆ อาจต้องมีการปรับแผนในการลาดตระเวน และต้องมีการใช้เทคโนโลยีต่างๆ เข้ามาเสริมในเรื่องการตรวจพบ ตรวจจับทุ่นระเบิดในพื้นที่ ขอให้พี่น้องประชาชนเชื่อมั่นว่า กองทัพมีการปฏิบัติและแก้ไขปัญหาต่างๆ อย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ ศบ.ทก. เน้นย้ำว่าภารกิจนี้เป็นการปกป้องชีวิต ความปลอดภัยของประชาชนทุกคน กำลังพลทุกนาย รวมถึงการรักษาอธิปไตยและความมั่นคงของชาติอย่างเต็มความสามารถ

พล.ร.ต.สุรสันต์ กล่าวว่า ทางกองทัพภาคที่ 1 กองทัพภาคที่ 2 และกองบัญชาการป้องกันชายแดนจันทบุรีและตราด (กปช.จต.) ได้มีการหารือกับทางฝ่ายกัมพูชาอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดทาง กปช.จต.ได้แจ้งมาว่า จะมีการประชุมประชุมคณะกรรมการชายแดนส่วนภูมิภาคไทย-กัมพูชา (อาร์บีซี) ในวันที่ 16 ส.ค.นี้ ในพื้นที่ จ.ตราด ส่วนกองทัพภาคที่ 1 และกองทัพภาคที่ 2 ยังอยู่ในเรื่องของการกำหนดห้วงเวลาที่ชัดเจน แต่เท่าที่ทราบคือ ช่วงปลายเดือน ส.ค.จะถึงนี้ ซึ่งตอกย้ำอีกเรื่องหนึ่งให้ประชาชนได้สบายใจและมั่นใจว่ากองทัพเองมีการประสานงานกันอย่างต่อเนื่องเพื่อกำหนดเวทีของการประชุมอาร์บีซี และแน่นอนว่า 1 ในหัวข้อที่กำหนดไว้การประชุมอาร์บีซีคือ การเก็บกู้ทุ่นระเบิด ซึ่งเราต้องขอความจริงใจจากฝ่ายกัมพูชาในเรื่องของการให้ความร่วมมือในการเก็บกู้ระเบิดร่วมกันด้วย

พล.ร.ต.สุรสันต์ กล่าวว่า เรื่องการช่วยเหลือเยียวยาพี่น้องประชาชนที่ได้รับผลกระทบ กระทรวงมหาดไทยโดยหน่วยงานในพื้นที่จังหวัดชายแดนต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นผู้ว่าราชการจังหวัด และหน่วยงานภายใต้ของกระทรวงมหาดไทยต่างๆ ได้เร่งดำเนินการช่วยเหลือเยียวยาพี่น้องประชาชนที่ได้รับผลกระทบ โดยปัจจุบันได้ช่วยเหลือพี่น้องประชาชนแล้วบางส่วนและพิจารณาแนวทางการช่วยเหลืออย่างเต็มที่ ส่วนผู้ที่ยังไม่ได้รับการเยียวยา ทางกระทรวงมหาดไทยกำลังเร่งดำเนินการสำรวจและจะให้การช่วยเหลือต่อไป รวมทั้งภารกิจการเก็บกู้วัตถุระเบิดที่ยังตกค้างในพื้นที่จำนวนมาก หน่วยงานความมั่นคงต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นทหาร ตำรวจกำลังเร่งดำเนินการอย่างเต็มที่ ขอให้ประชาชนมั่นใจว่าเราจะช่วยเหลือพี่น้องประชาชนทุกคนอย่างทั่วถึง
พล.ร.ต.สุรสันต์ กล่าวว่า ในเรื่องการขอรับบริจาคลวดหนามให้กับหน่วยงานในพื้นที่ รัฐบาลกำลังเร่งรัดดำเนินการในการใช้งบส่วนกลางในการจัดหาลวดหนามอย่างเร่งด่วน ขอให้พี่น้องประชาชนมั่นใจในเรื่องการดำเนินการดังกล่าวว่าเป็นการสนับสนุนภารกิจกองทัพอย่างเต็มความสามารถ โดยทางรัฐบาลเองพยายามเร่งรัดในเรื่องการดึงงบส่วนกลางมาใช้ ซึ่งปัจจุบันกองทัพกำลังรวบรวมความต้องการในการจัดหายุทโธปกรณ์และอุปกรณ์ทดแทน หรือมาเสริมขีดความสามารถ และทาง รมช.กลาโหม โดยกระทรวงกลาโหมจะเป็นผู้รับผิดชอบในการเร่งรัด รวบรวม ความต้องการของกองทัพเพื่อดำเนินการจัดหายุทโธปกรณ์และสิ่งอำนวยความสะดวก รวมถึงอุปกรณ์ต่างๆ ให้กองทัพ โดยเฉพาะหน่วยงานในพื้นที่ต่อไปอย่างเร่งด่วน อย่างไรก็ตาม ขอขอบคุณธารน้ำใจจากพี่น้องประชาชนทุกๆ คนที่รวมไทยใจเป็นหนึ่งในการช่วยจัดหาลวดหนามในช่วงเวลาที่เร่งด่วน นับว่าเป็นการร่วมกันแสดงออกถึงความรักความสามัคคี การสนับสนุนการปกป้องอธิปไตยของชาติ รวมทั้งความปลอดภัยให้พี่น้องประชาชนและกำลังพลในแนวหน้าด้วย

ด้าน นางมาระตี นะลิตา อันดาโม รองอธิบดีกรมสารนิเทศน์ และรองโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวว่า ในที่ประชุม ศบ.ทก.ได้หารือถึงกรณีทุ่นระเบิด ซึ่งในช่วงวันหยุดยาวที่ผ่านมา เป็นโอกาสที่พี่น้องประชาชนจะได้ใช้เวลากับครอบครัวและฉลองวันแม่ แต่น่าเสียใจภายในไว้กี่วันได้เกิดเหตุการณ์ทหารไทยเหยียบกับระเบิดถึง 2 ครั้งคือ วันที่ 9 ส.ค.ที่ จ.ศรีสะเกษ และวันที่ 12 ส.ค.ที่ จ.สุรินทร์ ซึ่งนับรวมเป็น 4 ครั้งที่เกิดเหตุการณ์ในลักษณะนี้ ในนามของกระทรวงการต่างประเทศ (กต.) ขอแสดงความเสียใจกับพี่น้องและครอบครัวพี่น้องทหารไทยที่รับบาดเจ็บในครั้งนี้ และขอให้ฟื้นตัวโดยเร็ว ทั้งนี้ เกี่ยวกับ 2 เหตุการณ์ล่าสุดนี้ที่ผ่านมา กต.ได้ออกแถลงการณ์ประณามอย่างรุนแรงที่สุดต่อการใช้ทุ่นระเบิดสังหารบุคคลของกัมพูชา เป็นการละเมิดอธิปไตยของไทยที่ขัดต่อหลักการพื้นฐานที่สำคัญของกฎหมายระหว่างประเทศตามที่ระบุไว้ในกฎบัตรสหประชาชาติ อีกทั้งยังเป็นละเมิดพันธะกรณีภายใต้อนุสัญญาห้ามทุ่นระเบิดสังหารบุคคล คือ อนุสัญญาออตตาวาอย่างชัดเจน

นางมาระตี กล่าวว่า นอกจากนี้ กต.ได้มีหนังสือประท้วงไปยังฝ่ายกัมพูชาต่อกรณีทั้งสองด้วยแล้ว เพื่อเรียกร้องให้กัมพูชารับผิดชอบต่อเหตุการณ์ดังกล่าว สำหรับนายเวทีระหว่างประเทศ เอกอัครราชทูต ผู้แทนถาวรไทยประจำสหประชาชาติ ณ นครเจนีวา ได้มีหนังสือประท้วงถึงประธานที่ประชุมอนุสัญญาออตตาวาอย่างต่อเนื่องถึงการละเมิดข้อ 1 ของอนุสัญญาออตตาวา ขณะที่เอกอัครราชทูต ผู้แทนถาวรไทยประจำสหประชาชาติ ณ นครนิวยอร์ก กำลังมีหนังสือถึงเลขาธิการสหประชาชาติ (ยูเอ็น) เพื่อประท้วงอีกครั้ง และเพื่อติดตามเรื่องที่ไทยได้เรียกร้องขอรับความชัดเจนจากฝ่ายกัมพูชาไปแล้วตามข้อ 8 วรรคสองของอนุสัญญาออตตาวา และกำลังรอคำชี้แจงจากฝ่ายกัมพูชาผ่านเลขาธิการยูเอ็นต่อไป พร้อมกันนี้ ไทยขอเรียกร้องให้ประชาคมระหว่างประเทศ รวมถึงองค์การระหว่างประเทศ หน่วยงานต่างๆ ที่ให้ความช่วยเหลือด้านการเก็บกู้ทุ่นระเบิดกับกัมพูชาเป็นจำนวนมากหลายปี พิจารณาทบทวนความช่วยเหลือต่างๆ โดยคำนึงถึงการกระทำของฝ่ายกัมพูชาที่ละเมิดอนุสัญญาอย่างร้ายแรง

นางมาระตี กล่าวว่า ทั้งนี้ กต.ได้ทำการชี้แจงให้ประชาคมโลกรับทราบถึงข้อเท็จจริงของเรื่องนี้อย่างต่อเนื่องมาโดยตลอด และจะชี้แจงต่อไป โดยวันที่ 15 ส.ค.ทาง กต.จะเชิญรัฐภาคีอนุสัญญาออตตาวา เข้านับฟังการบรรยายการสรุปเพื่ออธิบายข้อเท็จจริงถึงเหตุการณ์ดังกล่าวด้วย โดยเหตุการณ์ 2 ครั้งที่เกิดขึ้นล่าสุดนี้สะท้อนถึงความไม่จริงใจของกัมพูชาในการแก้ไขปัญหาและขัดต่อมาตรการหยุดยิงทั้งสองฝ่ายเพิ่งได้ตกลงกันไว้ในการประชุมจีบีซี เมื่อวัน 7 ส.ค.ที่ประเทศมาเลเซีย ในกรอบนี้ฝ่ายไทยได้ส่งหนังสือประท้วงไปยังคณะผู้สังเกตการณ์ชั่วคราวที่จัดตั้งขึ้นตามมติของกรอบจีบีซีดังกล่าวแล้วเพื่อพิจารณาเรื่องนี้ด้วย และฝ่ายไทยจะนำคณะผู้สังเกตการณ์ชั่วคราวลงพื้นที่เร็วๆ นี้ เพื่อพิสูจน์ให้เห็นชัดว่า กับระเบิดในพื้นที่ที่พบเจอ ไม่ได้เป็นมรดกทางประวัติศาสตร์ตามที่ฝ่ายกัมพูชาได้กล่าวอ้างมาโดยตลอด

“ในฐานะประเทศที่มีความรับผิดชอบและยึดมั่นในกฎหมายระหว่างประเทศ โดยเฉพาะมาตรการการหยุดยิง ไทยต้องการให้พื้นที่ชายแดนเป็นพื้นที่ที่ปลอดภัยสำหรับประชาชนผู้บริสุทธิ์ของทั้งสองฝ่าย ไทยจึงเรียกร้องให้ฝ่ายกัมพูชาให้ความร่วมมือในการเก็บกู้ทุ่นระเบิดเพื่อมนุษยธรรมตามแนวชายแดนอย่างจริงใจและจริงจังตามที่ฝ่ายไทยได้เรียกร้องมาโดยตลอด ทั้งนี้ ในเวลา 16.00 น.วันเดียวกัน ทางโฆษก กต.จะแถลงข่าวเกี่ยวกับเรื่องนี้เป็นการเฉพาะ และเกี่ยวกับการดำเนินการในระยะต่อไป”

นางมาระตี กล่าวว่า ศบ.ทก.ได้หารือกันถึงเรื่องการปฏิบัติต่อแรงงานกัมพูชาในประเทศไทย ตามที่มีกระแสข่าวเกี่ยวกับการเรียกเก็บเงินจากแรงงานกัมพูชาที่ประสงค์จะเดินทางกลับประเทศ เนื่องจากกังวลเกี่ยวกับถูกปฏิบัติไม่เหมาะสมความรุนแรงและการข่มขู่จากกลุ่มหัวรุนแรงในประเทศไทย ขอย้ำว่าไทยยึดมั่นในหลักสิทธิมนุษยชนและความเสมอภาคกับกลุ่มแรงงานทุกสัญชาติมาโดยตลอด โดยคำนึงว่าแรงงานกลุ่มนี้มีความสำคัญต่อเศรษฐกิจและสังคมไทย ในช่วงเวลานี้ฝ่ายไทยให้ความสำคัญกับการคุ้มครองแรงงานกัมพูชาเป็นพิเศษจากกลุ่มผู้ประสงค์ไม่ประสงค์ดี ด้วยการบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง เพื่อให้มั่นใจว่าแรงงานกัมพูชาในประเทศไทยจะดำรงชีวิตในประเทศไทยอยากได้อย่างปกติ ย้ำว่าปัญหาที่เกิดขึ้นในเวลานี้ไม่ได้เป็นปัญหาระหว่างประชาชน แต่เป็นปัญหาระหว่างรัฐบาลที่กำลังเร่งรัดในการแก้ไขอยู่

นางมาระตี กล่าวว่าไทยมุ่งเน้นให้ข้อเท็จจริงทั้งแก่ประชาชนและประชาคมโลก สร้างบรรยากาศที่เอื้อต่อการเจรจาต่อไป จึงขอเรียกร้องให้ทุกฝ่ายยึดตามหลักข้อตกลงจีบีซีที่ผ่านมา โดยเฉพาะเรื่องการป้องกันตอบโต้ และไม่สร้างข้อมูลเท็จ รวมทั้งการไม่เผยแพร่ข่าวปลอม เช่น การควบคุมพื้นที่และกล่าวหาว่าไทยละเมิดอธิปไตยและเงื่อนไขของการหยุดหยิง และตามที่ได้ตกลงในการประชุมจีบีซี ฝ่ายไทยพร้อมร่วมมือร่วมประชุมอาร์บีซีกับฝ่ายกัมพูชา เพื่อให้กองกำลังในพื้นที่ได้ให้หารือกันเกี่ยวกับมาตรการหยุดยิงเพิ่มเติมในแต่ละพื้นที่ที่เกี่ยวข้องโดยเร็ว เพื่อความมั่นคง และชีวิตที่ปกติสุขของพี่น้องประชาชนทั้งสองฝ่าย

Leave a comment