ไม่สำนึกบุญคุณ!‘สว.’บี้รัฐบาลตัดงบช่วยการศึกษา‘เด็กกัมพูชา’ มั่นใจไม่ขัดหลักสิทธิมนุษยชน

ไม่สำนึกบุญคุณ!‘สว.’บี้รัฐบาลตัดงบช่วยการศึกษา‘เด็กกัมพูชา’ มั่นใจไม่ขัดหลักสิทธิมนุษยชน

ไม่สำนึกบุญคุณ!‘สว.’บี้รัฐบาลตัดงบช่วยการศึกษา‘เด็กกัมพูชา’ มั่นใจไม่ขัดหลักสิทธิมนุษยชน

วันพุธ ที่ 13 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 16.14 น.

ใช้งบภาษีแพงกว่าเด็กไทย!‘สว.กมล’บี้รัฐบาลตัดงบช่วยเหลือด้านการศึกษา‘เด็กกัมพูชา’ มั่นใจไม่ขัดสิทธิเด็ก-มนุษยธรรม ยก‘ยุโรป-อเมริกา’ดูแลเฉพาะคนที่เข้าเมืองถูกกฎหมาย

13 สิงหาคม 2568 ที่รัฐสภา นายกมล รอดคล้าย สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะประธาน กมธ.การศึกษา การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม วุฒิสภา แถลงเรียกร้องรัฐบาลพิจารณาปรับลดโครงการความช่วยเหลือด้านการศึกษาที่ไทยมอบให้กัมพูชาว่า เหตุความรุนแรงชายแดนกระทบต่อความสัมพันธ์และงบประมาณ ไทยต้องแบกรับค่าใช้จ่ายดูแลเด็กต่างด้าวกว่า 108,000 คน ปีละราว 837 ล้านบาท สูงกว่าเด็กไทย ทั้งที่หลายประเทศพัฒนาแล้วดูแลเฉพาะผู้เข้าเมืองถูกกฎหมาย

นายกมล กล่าวว่า เด็กกัมพูชาคือกลุ่มใหญ่ที่ได้รับประโยชน์ แต่สถานการณ์ปัจจุบันบั่นทอนความเป็น “กัลยาณมิตร” ไทยควรชะลอหรือตัดความช่วยเหลือสำหรับเด็กที่เข้าเมืองผิดกฎหมาย รวมถึงปรับลดความร่วมมือด้านการศึกษา สาธารณสุข และโครงสร้างพื้นฐานกับกัมพูชา พร้อมย้ำว่าแนวคิดนี้ไม่ขัดหลักสิทธิมนุษยชน เพราะยังดูแลตามอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็กสำหรับผู้เข้าเมืองถูกกฎหมาย

“เด็กกัมพูชากลับบ้านยังมีโอกาสเสียใจ ร้องไห้ แต่เด็กไทยที่ตายจากเหตุระเบิด ไม่มีโอกาสแม้ได้เจอพ่อแม่อีก จึงอยากฝากให้ตั้งอยู่บนหลักเหตุผลมากกว่าความคาดหวังในอุดมคติ” นายกมล กล่าว

ด้านนายวิวัฒน์ รุ้งแก้ว สว.ศรีสะเกษ  กล่าวยกตัวอย่างว่า โรงเรียนใกล้ด่านช่องสะงำ ที่มีนักเรียนจากครอบครัวกัมพูชาเดินทางเข้า-ออกประจำวัน ใช้ทรัพยากรภาษีไทยตกหัวละ 30,000 บาทต่อปี ทั้งค่าเล่าเรียน ค่าครู และโครงสร้างพื้นฐาน แต่กัมพูชาไม่สำนึกบุญคุณข้าวแดงแกงร้อน ทั้งที่ไทยเคยช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมในยุคบ้านแตกปี 2510–2518

ขณะที่นายชาญชัย ไชยพิศ สว.บุรีรัมย์ กล่าวว่า ประเทศเพื่อนบ้านที่เคยได้รับการดูแลจากไทยมานานหลายสิบปี กลับไม่สำนึกบุญคุณ ย้ำให้รัฐบาลทบทวนความช่วยเหลือทั้งหมด

ผู้สื่อข่าวถามว่า มั่นใจหรือไม่ว่าจะไม่ขัดหลักการสิทธิมนุษยชน นายกมล กล่าวว่า เราตรวจสอบหลักกฎหมายมาเรียบร้อยแล้ว ถ้าไปยุโรป อเมริกา เขาจะดูแลสิทธิเด็กเฉพาะเด็กที่เข้าเมืองถูกกฎหมาย เช่น พ่อแม่ไปเรียน ทำงาน ลูกหลานก็จะไปเรียนและใช้สิทธิได้แบบเดียวกับประเทศเหล่านั้น อย่าว่าแต่เรื่องการศึกษาเลย กระทรวงสาธารณสุขหมดเงินไปหลายบาทแล้วกับการช่วยเหลือเพื่อนบ้าน สิ่งที่เราอยากให้ชะลอหรือปรับลดคือส่วนที่ไม่อยู่ในอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็ก

เมื่อถามว่า จะไม่เป็นเครื่องมือให้กัมพูชากล่าวหาว่าประเทศไทยละเมิดมนุษยธรรมหรือไม่ นายกมลกล่าวว่า เราไม่ได้ทำ 100% เรายังรักษาสิ่งที่เป็นกฎเกณฑ์ เป็นสากล แต่คนที่ไม่เป็นมิตร ไม่น่าจะมาเรียกร้อง แน่นอนเขาอาจจะไปพูด แต่คนไทยต้องกล้าที่จะเสนอ กับเพื่อนกับกัลยาณมิตรเราพร้อมที่จะดูแลทุกอย่าง ถ้าความสัมพันธ์ดีขึ้น ถ้ากัมพูชาเปลี่ยนท่าที เราก็พร้อมที่จะเอาเรื่องนี้มาพิจารณากันใหม่

Leave a comment