‘ภคมน’หยัน‘แลนด์บริดจ์’ แค่ความฝันที่ถูกสร้างบนกระดาษ ไม่คุ้มค่า-ไร้ศึกษาผลกระทบ

‘ภคมน’หยัน‘แลนด์บริดจ์’ แค่ความฝันที่ถูกสร้างบนกระดาษ ไม่คุ้มค่า-ไร้ศึกษาผลกระทบ

‘ภคมน’หยัน‘แลนด์บริดจ์’ แค่ความฝันที่ถูกสร้างบนกระดาษ ไม่คุ้มค่า-ไร้ศึกษาผลกระทบ

วันพฤหัสบดี ที่ 14 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 15.44 น.

“ภคมน”หยัน”แลนด์บริดจ์” แค่ความฝันที่ถูกสร้างบนกระดาษ ไม่คุ้มค่า-ไร้ศึกษาผลกระทบ เมิน ปชช.มีส่วนร่วม เชื่อหากเดินหน้าจะซ้ำรอย”EEC”ต่อยอดเอื้อ”นายทุน”

เมื่อวันที่ 14 สิงหาคม 2568 ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่มี นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่ 1 ทำหน้าที่ประธานการประชุม พิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2569 วงเงิน 3.78 ล้านล้าน วาระ 2 ต่อเนื่องเป็นวันที่ 2 ซึ่งเป็นการพิจารณาในมาตรา 15 งบฯ กระทรวงคมนาคม

โดย น.ส.ภคมน หนุนอนันต์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน (ปชน.) อภิปรายว่า ในส่วนของงบสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่ง (สนข.) ในโครงการศึกษาคัดเลือกเอกชนลงทุนโครงการเชื่อมอ่าวไทย – อันดามัน หรือ แลนด์บริดจ์ งบประมาณ 15.4 ล้านบาท โครงการนี้เป็นงบผูกพันตั้งแต่ปี 2567 ปรับลดไม่ได้ แต่เมื่อดูเอกสารจาก สนข.ชัดเจนว่าโครงการนี้ไม่บรรลุวัตถุประสงค์แม้แต่ข้อเดียว ที่บอกว่าเพื่อจัดทำเอกสารและสัญญาคัดเลือกเอกชนร่วมลงทุนโครงการฯ พร้อมจัดทำรายงานผลกระทบภาพรวมและร่างกฎหมายจัดตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคใต้ หากย้อนดูข้อเท็จจริงเราจะพบว่าภาพฝันนี้ไม่ได้ถูกสร้างบนความจริงทางเศรษฐกิจเลย แต่ถูกสร้างบนกระดาษและประชาสัมพันธ์ซ้ำๆ ในขณะที่รายงานการศึกษาของหน่วยงานรัฐหลายหน่วยงานก็ยืนยันว่าโครงการแลนด์บริดจ์ไม่คุ้มค่า แม้แต่รายงานของคณะกรรมาธิการวิสามัญศึกษาโครงการแลนด์บริดจ์ก็ให้ความชัดเจนเรื่องความคุ้มค่าในการลงทุนไม่ได้ ขณะเดียวกันที่ผ่านมานายกฯ 2 คน เดินทางไปโรดโชว์ต่างประเทศ บอกได้อย่างเดียวว่านักลงทุนสนใจ แต่ไม่มีอย่างอื่น

น.ส.ภคมน กล่าวต่อว่า การสร้างโครงการนี้มีการละเลยศึกษาผลกระทบ หรือไม่ประชาชนมีส่วนร่วม ซึ่งสภาพความเป็นจริงกับวัตถุประสงค์ของโครงการไปคนละทาง ยังไม่นับว่ารัฐบาลกำลังเร่งวางหมากใหญ่ และมีอำนาจมากกว่านั่นคือร่างกฎหมายเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคใต้ หรือ SEC ถ้ากฎหมายนี้ลุล่วงจะครอบคลุมทั้งแลนด์บริดจ์ โครงการก่อสร้างพื้นฐานอื่นๆ ในภาคใต้ เป็นกลไกลรวบอำนาจ หร้อมตั้งกรรมการพิเศษ และยกเว้นกฎหมายอย่างน้อย 16 ฉบับ เห็นอย่างนี้แล้ว SEC ไม่ใช่เครื่องมือการพัฒนา แต่คือเครื่องมือการตัดตอนและตัดเสียงทักท้วง ปิดประตูการมีส่วนร่วมของประชาชน

“ขอถามตรงๆ ว่า วันนี้ SEC หรือ แลนด์บริดจ์ มีหลักฐานเชิงประจักษ์ยืนยันความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจแล้วหรือไม่ เผยแพร่ผลการศึกษาต่อสาธารณะ รับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วนแล้วหรือยัง และถ้าความคุ้มค่าทางสิ่งแวดล้อมยังไม่ชัด แล้วรัฐบาลยังจะดันทุรังเดินหน้าต่ออีกหรือ เพราะเรามีบทเรียนจากเศรษฐกิจภาคตะวันออก (EEC) พิสูจน์แล้วสิ่งที่โฆษณากับความเป็นจริงแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง อย่างไรก็ตาม ดิฉันไม่ได้จะขวางการพัฒนาในภาคใต้ เพราะดิฉันเป็นคนใต้ ก็อยากเห็นการพัฒนา แต่การพัฒนาไม่ว่าภาคไหนๆ ท่านต้องมองเห็นโอกาสของประชาชนอย่างเท่าเทียมกัน อย่างใช้คนในพื้นที่เป็นเพียงต้นทุนเพื่อต่อยอดให้กับนายทุนที่เข้ามาลงทุนในพื้นที่ เพราะถ้ารัฐบาลยังมองว่า SEC คือโอกาส แต่เลือกใช้วิธีการเหมือน EEC ก็ผิดตั้งแต่คิด วันนี้เงิน 15 ล้านบาท ที่เตรียมศึกษาไม่มีทางเกิดขึ้นจริงเลย จะเกาให้หนังถลอกทั้งตัวก็ไม่หายคัน เพราะปัญหาโครงการแลนด์บริดจ์ไม่คุ้มค่าแก่การลงทุน” น.ส.ภคมน กล่าว

Leave a comment