โฆษก ทบ.ฟาด’กัมพูชา’ ไม่ยอมรับวาง’ทุ่นระเบิด’ใหม่

โฆษก ทบ.ฟาด'กัมพูชา' ไม่ยอมรับวาง'ทุ่นระเบิด'ใหม่

โฆษก ทบ.ฟาด’กัมพูชา’ ไม่ยอมรับวาง’ทุ่นระเบิด’ใหม่

วันพฤหัสบดี ที่ 14 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 07.27 น.

เมื่อวันที่ 14 สิงหาคม 2568 พลตรี วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก เปิดเผยว่า จากกรณีที่ นายเพน โบนา รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และหัวหน้าโฆษกรัฐบาลกัมพูชา ออกแถลงการณ์เกี่ยวกับข้อตกลงหยุดยิงระหว่างกัมพูชาและไทย โดยระบุว่า “กัมพูชายังคงปฏิบัติตามอนุสัญญาออตตาวาอย่างเคร่งครัด พร้อมปฏิเสธข้อกล่าวหาการวางทุ่นระเบิดใหม่” นั้น

ถ้อยแถลงดังกล่าวเป็นการบิดเบือนข้อเท็จจริงอีกเช่นเคย เนื่องจากพื้นที่เกิดเหตุกำลังพลไทยเหยียบกับระเบิดตั้งแต่ 16 ก.ค.68 จนถึงปัจจุบัน จำนวน 5 ครั้ง (รวมการปะทะในพื้นที่ปราสาทตาควาย) เป็นพื้นที่ที่ศูนย์ปฏิบัติการทุ่นระเบิดแห่งชาติ (T-MAC) เคยเก็บกู้และเคลียร์พื้นที่ให้ปลอดภัยตั้งแต่ปี 2563- 2565 โดยไม่เคยตรวจพบทุ่นระเบิดสังหารบุคคลชนิด PMN-2 มาก่อน

อย่างไรก็ตาม ตั้งแต่ห้วง 15 ก.ค. – 12 ส.ค.68 กองทัพบกได้รับรายงานการตรวจพบทุ่นระเบิด PMN-2 ในสภาพใหม่และพร้อมใช้งาน ภายในเขตอธิปไตยไทย ทั้งในจุดเกิดเหตุที่กำลังพลได้รับบาดเจ็บ และจากการตรวจพบในพื้นที่ตามแนวชายแดน รวมทั้งสิ้น 41 ทุ่น สะท้อนให้เห็นว่ากัมพูชายังคงใช้ทุ่นระเบิดเป็นอาวุธคุกคามฝ่ายไทยอย่างต่อเนื่อง

โฆษกกองทัพบก ระบุว่า การกระทำดังกล่าวเป็นความพยายามลอบทำร้ายฝ่ายไทย ผ่านการใช้ทุ่นระเบิดสังหารบุคคลในเขตประเทศไทย อีกทั้งยังมีหลักฐานเป็นภาพถ่ายแสดงให้เห็นทหารกัมพูชาถือพวงทุ่นระเบิด PMN-2 ไว้จำนวนมาก บริเวณด้านหน้าปราสาทตาควาย ซึ่งเป็นการกระทำที่ขัดต่อกฎหมายระหว่างประเทศ และละเมิดพันธกรณีตามอนุสัญญาออตตาวา รวมถึงกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศ

สำหรับประเด็นที่หัวหน้าโฆษกรัฐบาลกัมพูชาอ้างถึงข้อตกลงการประชุม GBC เรื่องการห้ามเคลื่อนย้ายกำลังหรือลาดตระเวนเกินจุดประจำการนั้น กองทัพบกยืนยันว่าหน่วยทหารของไทยยังไม่มีการเพิ่มเติมกำลัง ส่วนการดำเนินการต่างๆ ก็อยู่ภายในขอบเขตดินแดนประเทศไทย แต่กลับเป็นฝ่ายกัมพูชาที่มีเจตนาละเมิดข้อตกลงหยุดยิง ด้วยการลักลอบนำทุ่นระเบิดเข้ามาวางในขอบเขตดินแดนประเทศไทย เพื่อมุ่งหวังทำร้ายฝ่ายไทย จนทำให้ทหารไทยได้รับบาดเจ็บสาหัสหลายครั้ง รวมถึงการบิดเบือนข่าวสารด้วยการให้ข้อมูลอันเป็นเท็จ

ซึ่งมีข้อสังเกตว่า หากฝ่ายกัมพูชาจริงใจต่อการแก้ไขปัญหาทุ่นระเบิด ควรแสดงออกที่ชัดเจนด้วยการตอบรับข้อเสนอฝ่ายไทย กรณีการร่วมกันแก้ปัญหาทุ่นระเบิด เมื่อครั้งการประชุมเวที GBC ที่ผ่านมา

เชื่อว่าการให้ข้อมูลเท็จของฝ่ายกัมพูชาในเรื่องการแอบนำทุ่นระเบิดมาใช้คุกคามฝ่ายไทยนั้น อาจส่งผลต่อภาพลักษณ์และความน่าเชื่อถือของกัมพูชาในสายตาชาวโลก โดยเฉพาะกลุ่มประเทศภาคีสมาชิกอนุสัญญาออตตาวา เนื่องจากกัมพูชาเป็นประเทศที่ได้รับเงินทุนสนับสนุนในการเก็บกู้ทุนระเบิดจากนานาประเทศต่อปีเป็นจำนวนเงินมหาศาล แต่กลับนำเงินเหล่านั้นมาใช้ผิดวัตถุประสงค์

ทั้งนี้ ถ้าเป็นไปได้อยากให้กลุ่มประเทศผู้สนับสนุนเงินทุนให้แก่กัมพูชาสำหรับใช้ดำเนินงานด้านการเก็บกู้ทุ่นระเบิด ได้มีการตรวจสอบข้อเท็จจริงต่างๆ โดยเฉพาะการที่กัมพูชาแอบนำทุ่นระเบิดเหล่านั้นมาเป็นอาวุธ ทำร้ายฝ่ายไทย ซึ่งก็เป็นหนึ่งในภาคีสมาชิกอนุสัญญาออตตาวาเช่นกัน

Leave a comment