‘กองทัพภาคที่1’แจงชัดๆปฏิบัติการชายแดน‘สระแก้ว’ ทำไมไม่โจมตีปอยเปต-แก๊งคอลเซ็นเตอร์

‘กองทัพภาคที่1’แจงชัดๆปฏิบัติการชายแดน‘สระแก้ว’ ทำไมไม่โจมตีปอยเปต-แก๊งคอลเซ็นเตอร์

‘กองทัพภาคที่1’แจงชัดๆปฏิบัติการชายแดน‘สระแก้ว’ ทำไมไม่โจมตีปอยเปต-แก๊งคอลเซ็นเตอร์

วันเสาร์ ที่ 16 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 13.09 น.

‘กองทัพภาคที่1’แจงชัดๆปฏิบัติการชายแดน‘สระแก้ว’ยึดหลักกฎหมายมนุษยธรรม มุ่งปกป้องอธิปไตย ไม่เกี่ยวข้องผลประโยชน์เศรษฐกิจ

16 สิงหาคม 2568 พ.อ.ชัยณรงค์ กาสี ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจอรัญประเทศ กองกำลังบูรพา (ผบ.ฉก.อรัญประเทศ กกล.บูรพา) เปิดเผยว่า กองทัพภาคที่ 1 ได้ออกมาชี้แจงสถานการณ์ชายแดนจังหวัดสระแก้ว โดยมุ่งเน้นปกป้องอธิปไตย-มนุษยธรรม ผลักดันทหารกัมพูชา ไม่เกี่ยวข้องผลประโยชน์ชายแดนใดๆทั้งสิ้น

กองทัพภาคที่1 ชี้แจงว่าช่วงเวลาที่ผ่านมา ในโลกออนไลน์ได้มีการเผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับสถานการณ์ความตึงเครียดบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา ด้านจังหวัดสระแก้ว ในช่วงวันที่ 24-28 กรกฎาคม โดยตั้งข้อสงสัยว่าเหตุใดจึงไม่มีการใช้กำลังกับเป้าหมายทางเศรษฐกิจขนาดใหญ่ในฝั่งปอยเปต เช่น บ่อนคาสิโนและคอลเซ็นเตอร์ โดยมีการอ้างว่าอาจเป็นเพราะทั้งสองฝ่ายมีผลประโยชน์ร่วมกัน และหากเป้าหมายเหล่านี้ถูกทำลายจะส่งผลกระทบอย่างหนักต่อเศรษฐกิจ ซึ่งรวมถึงผลประโยชน์ของผู้ประกอบการชาวไทยที่อาจเป็นหุ้นส่วนด้วยนั้น

ข้อเท็จจริง กองทัพบกได้กำหนดพื้นที่ปฏิบัติการหลักและรองในหลายส่วน ได้แก่ พื้นที่ปฏิบัติการหลัก ในพื้นที่กองทัพภาคที่ 2 พื้นที่ปฏิบัติการรอง ในพื้นที่ กองทัพภาคที่ 1 และกองกำลังจันทบุรี-ตราดของกองทัพเรือ โดยมีการสั่งการใช้กำลังตามสายการบังคับบัญชา และพิจารณาจากความเร่งด่วนในการอำนวยการยุทธ

ในส่วนของ กองทัพภาคที่ 1 ซึ่งรับผิดชอบพื้นที่จังหวัดสระแก้ว ได้มีการวางแผนและเตรียมการอย่างรอบคอบเป็นพิเศษ เนื่องจากพื้นที่โดยรอบเป็นเขตเมืองใหญ่ที่มีประชาชนอาศัยอยู่หนาแน่นทั้งสองประเทศ ซึ่งแตกต่างจากพื้นที่ปฏิบัติการของกองทัพภาคที่ 2 ดังนั้น กองทัพภาคที่ 1 จึงมุ่งเป้าหมายการโจมตีไปที่สิ่งปลูกสร้างทางทหารที่รุกล้ำเข้ามาในเขตอธิปไตยของไทยเท่านั้น ซึ่งเป็นไปตามหลัก กฎการปะทะ (Rules of Engagement) ของฝ่ายทหารอย่างถูกต้อง และสอดคล้องกับ กฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศ (International Humanitarian Law) โดยมุ่งเน้นการปฏิบัติที่คำนึงถึงผลกระทบต่อชีวิตและทรัพย์สินของพลเรือนเป็นสำคัญ

สะท้อนให้เห็นถึงความชอบธรรมของฝ่ายไทยในการปกป้องอธิปไตย และยังเป็นการแสดงให้เห็นว่า ยังมุ่งเน้นการแก้ไขปัญหาอย่างเป็นระบบและรอบด้าน ไม่ใช่เพียงแค่การใช้กำลังทางทหารเท่านั้น รวมถึงมาตรการในการแก้ไขปัญหาในพื้นที่ที่มีชาวกัมพูชาเข้ามาอยู่อาศัย โดยแผนดังกล่าวได้ถูกนำเสนอต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง องค์กรนานาชาติเพื่อสนับสนุนการดำเนินงาน แก้ไขปัญหาอย่างเป็น องค์รวม (Comprehensive Solution) ที่ซับซ้อนกว่าการใช้มิติทางทหารเพียงอย่างเดียว และจะช่วยป้องกันไม่ให้ฝ่ายตรงข้ามนำไปใช้บิดเบือนบนเวทีระหว่างประเทศได้ ในส่วนของการปิด-เปิด จุดผ่านแดน ได้ดำเนินการตามสั่งการของของรัฐบาล ซึ่งมีหน่วยงานที่รับผิดชอบโดยตรงอยู่แล้ว

ทั้งนี้ เป้าหมายสูงสุดของกองทัพภาคที่1 คือการรักษาไว้ซึ่งอธิปไตย บูรณภาพแห่งดินแดน และผลประโยชน์ของชาติ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนชาวไทยทุกคน จึงได้ชี้แจงมาให้ประชาชนได้รับทราบโดยทั่วกัน

Leave a comment