‘จตุพร’ฟันฉับ! ‘2พ่อลูกชินวัตร’ไม่รอดคดี ปลุก’มวลชน’สู้ อดทน ไม่ใจอ่อน อย่าเพิ่งหวังน้ำบ่อหน้า

'จตุพร'ฟันฉับ! '2พ่อลูกชินวัตร'ไม่รอดคดี ปลุก'มวลชน'สู้ อดทน ไม่ใจอ่อน อย่าเพิ่งหวังน้ำบ่อหน้า

‘จตุพร’ฟันฉับ! ‘2พ่อลูกชินวัตร’ไม่รอดคดี ปลุก’มวลชน’สู้ อดทน ไม่ใจอ่อน อย่าเพิ่งหวังน้ำบ่อหน้า

วันพฤหัสบดี ที่ 21 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 19.56 น.

‘จตุพร’ฟันฉับ! ‘2พ่อลูกชินวัตร’ไม่รอดคดี ปลุก’มวลชน’สู้ อดทน ไม่ใจอ่อน อย่าเพิ่งหวังน้ำบ่อหน้า เตรียมพร้อมรอนัดหมายใหม่ ร่วมกำหนดชะตากรรมประเทศ มองข้ามช็อตขอ’นายกฯ-รัฐบาล’ใหม่ ร่วมมือประชาชนให้ถูกต้อง เด็ดขาด รักชาติ ไม่โกง ขู่สภาฯ ปิดประชุมหนีล่มซ้ำซากแบบนี้ เดี๋ยวจะเจอคนไปล่ม

เมื่อวันที่ 21 ส.ค.2568 ที่ลานประชาชน อาคารรัฐสภา นายจตุพร พรหมพันธุ์ วิทยากรคณะหลอมรวมประชาชน ขึ้นเวทีกล่าวปราศรัยปิดท้ายในการจัดกิจกรรมชุมนุมของกลุ่มรวมพลังแผ่นดินปกป้องอธิปไตย เพื่อเรียกร้องให้สภาฯยกเลิกMOU43-44 ตอนหนึ่งท่ามกลางสายฝนที่โปรยปรายลงมาว่า เหตุการณ์ของบ้านเมืองนับตั้งแต่วันนี้ไป ที่เรามาเรียกร้องให้ยกเลิกMOU43-44 หลายพรรคการเมือง และรองประธานสภาฯทั้ง2คนได้มารับเรื่อง คนเสนอญัตติจากพรรคภูมิใจไทยก็มา ด้วยความวาดหวังกันว่า สภาฯจะได้พิจารณา อย่างน้อยก็จะเป็นสารตั้งต้น  นำพาให้รัฐบาลได้ตัดสินใจยกเลิก MOU43-44 แต่เข้าไปในสภาฯ ประชุมกันนกกระจอกยังไม่ทันกินน้ำ ก็ปิดประชุมสภาฯล่มกันอีกแล้ว ปัญหาคือถ้าสภาฯทำตัวล่มซ้ำซากแบบนี้ เดี๋ยวจะเจอคนไปล่มสภาฯ ทีเวลาหาเสียงเลือกตั้งดิ้นรนกันเกือบตายเพื่อเป็นสส. 

นายจตุพร กล่าวต่อว่า สส.ซีกรัฐบาล และรัฐบาล ควรขอบคุณกลุ่มรวมพลังแผ่นดินฯด้วยซ้ำ เพราะเรามายื่นไมตรีให้สภาฯได้แก้ไขตามระบบรัฐสภา ก่อนหน้าก็พยายามบอกกันว่านี่เป็นการเรียกร้องรัฐประหาร แต่พอมาเรียกร้องระบบรัฐสภา มันก็ชิงปิดประชุมไปเฉย ตั้งแต่เกิดเหตุพิพาทไทย-กัมพูชา จริงๆควรได้มีการอภิปรายทั่วไปเพื่อหล่อหลอมหัวใจคนไทยทั้งชาติให้มีความเป็นหนึ่งเดียวในเรื่องความรักชาติ แต่ปรากฎว่าไม่มี วันนี้มีสส.เข้าชื่อ แต่ก็ปิดสภาฯหนีเสียอีก งบประมาณสร้างสภาฯเป็นหมื่นล้านให้ประชุม แล้วมันก็ไม่อยากประชุมสภาฯ หรือว่ามันไม่อยากจะมีสภาฯ รัฐบาลจะอยู่อีกกี่วัน ตนไม่ทราบ วันนี้แทนที่จะพูดเรื่องปัญหาชาติบ้านเมือง เรื่องMOU43-44 ที่อาจนำพาไปสู่เงื่อนไขการเสียดินแดนได้ทุกขณะ การที่เรามีรัฐบาลที่ตกเป็นเบี้ยล่าง เหมือนอยู่ใต้อาณัติ จะสั่งรบก็รบไม่เต็ม จะเอาเครื่องบินไปทิ้งระเบิดเดี๋ยวกลัวไอพวกนั้นจะเปิดคลิป ซ้ำยังลากประเทศที่3ประเทศที่4มาเกี่ยวข้อง รวมถึงไปเจรจาหยุดยิงในวันเฉลิมพระชนมพรรษา และยังเสียปราสาทตาควาย ถ้ารัฐบาลเอาใจใส่ สนใจความรักชาติของประชาชนวันนี้สภาฯคงไม่ล่มแบบไม่มีเหตุผล

“พรุ่งนี้10โมงเช้าเสมียนประเทศ ต้องเดินทางไปศาลอาญาเพื่อไปฟังคำพิพากษาในคดีมาตรา112 และคดีพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ แน่นอนว่าข่าวลือสะพัดว่ารอด  ข่าวดีมาก่อนทุกครั้ง ข่าวร้ายตอน10โมง บางคนก็จินตนาการไปใหญ่ หากคดีในวันพรุ่งนี้เป็นคุณ ไปไหนก็ได้ในโลกนี้ ไม่ว่านรกสวรรค์ ไม่ต้องขออนุญาตใครแล้ว เวลาคนต้องคดีก็คิดรอดกันทุกคน แต่ผมก็เชื่อซื้อหวยตรงกันข้ามว่าไม่รอด ส่วนคดีของน.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกฯ ในวันที่29ส.ค.นี้จะเป็นอย่างไรไม่รู้ แต่ประชาชนตัดสินตั้งแต่วันที่คลิปเสียงหลุดแล้ว ผิดมาตั้งแต่วันนั้น ก็มีคนถามว่า หากรอดแล้วจะเป็นอย่างไร ไม่เห็นยาก ก็ไปอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ การอยู่หรือไปของรัฐบาล ไม่ใช่อยู่ที่ศาลฯเพียงอย่างเดียว มันขึ้นอยู่กับประชาชนว่ามีความไว้วางใจรัฐบาลหรือไม่ ผลโพลบอกว่าคนเชื่อกองทัพ 75 % เชื่อรัฐบาล4%กว่า คุณจะอยู่ให้เหลือ0หรือ จะสร้างสถิติหรือ” นายจตุพร กล่าว

นายจตุพร กล่าวด้วยว่า ต่อให้ข่าวลือโดยเฉพาะเรื่องดีลลับอินเดีย ขอให้สบายใจ บ้านเมืองนี้มีสิ่งศักดิ์สิทธิ์ มันไม่มีใครให้คนชั่วปล้นความยุติธรรมไปได้จากแผ่นดินนี้ไม่ว่าหน้าไหนก็ตาม อย่างที่ตนบอก รอดก็ไปเจอประชาชน ไม่รอดจะจัดตั้งรัฐบาลต่อสงครามก็ไม่จบ เราจะปล่อยให้รัฐบาลที่มีพรรคหลักเดิมบริหารอยู่ในภายใต้อาณัติกัมพูชาไม่ได้การเปลี่ยนแปลงใดๆต่อไปนี้ ประชาชนจะปล่อยให้บ้านเมืองถูกย่ำยีครั้งแล้วครั้งเล่าไม่ได้ พอกันทีประเภทเตะหมูเข้าปากหมา ดังนั้นต้องตามไปเตะปากหมาเพื่อจะได้ถึงปากประชาชนเสียบ้าง  วันนี้ถ้าเราไม่จัดการเรื่องทุจริตคอร์รัปชั่นอย่างเด็ดขาด เราไม่มีวันเปลี่ยนแปลงประเทศนี้ได้ เราต้องการเปลี่ยนแปลงประเทศไปในทางที่ถูกต้อง แบบประเภทจัดการคนโกงคนหนึ่งแล้งส่งอำนาจให้คนโกงคนหนึ่งมันควรจะหมดไปแล้ว เพราะฉะนั้นใครที่เข้ามาใหม่ ต้องร่วมมือกับประชาชนสร้างประเทศให้ถูกต้อง เอาผลประโยชน์ของชาติเป็นหลัก ธำรงไว้ซึ่งสถาบันหลักของชาติ  สร้างความแข็งให้ประชาชน 

“ที่ผ่านมาเราสู้กันเรื่องเฉพาะทางการเมือง แต่ครั้งนี้เป็นเรื่องบ้านเมืองโดยเฉพาะ การกำหนดจังหวะย่างก้าวไม่ว่าผลลัพธ์ทางการเมืองแบบใด เราต้องเจอกันบนท้องถนนอย่างแน่นอน เมื่อพึ่งอะไรไม่ได้ก็ต้องพึ่ง2มือ2เท้าของตัวเองสิ่งที่เราเคยประกาศไว้ว่าจะนัดพร้อมกันที่อนุสาวรีย์ชัยฯ แล้วเดินไปทำเนียบรัฐบาล เราคงจะได้เดินทางไปถึงวันนั้นมันอยู่ที่หัวใจเราถ้าเราไม่ยอมแพ้ เราต้องไว้วางใจตัวเอง อย่าไปไหวหวั่น วันนี้เราต้องการรัฐบาล ใหม่ที่มีความเด็ดขาด ไม่มีคลิปที่พวกนั้นมาขู่ได้ ไม่มีผลประโยชน์ทับซ้อนในกัมพูชา มีความสามารถในการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจของชาติ ต้องรักชาติเหนือสิ่งอื่นใด เราอยากได้นายกฯแบบนั้น และไม่ขี้โกงนี่คือคุณสมบัติหลัก ที่บอกว่ารวยแล้วไม่โกงเราเห็นอยู่แล้วว่ามันไม่เคยมีจริง รวยแล้วก็ยิ่งโกง โกงแล้วก็ยิ่งรวย“ นายจตุพร กล่าว

นายจตุพร กล่าวด้วยว่า การร่วมกันกำหนดชะตากรรมของประเทศจากนี้ไป ประชาชนต้องอดทน แข็งใจ สู้ และกำหนดอนาคตพร้อมกัน อย่าใจอ่อน อย่าไปหวังน้ำบ่อหน้า เราต้องบอกได้ว่าแผ่นดินนี้ใครจะทำอะไรโดยพลการไม่ได้อีกต่อไป ไม่ว่าจะเป็นต่างชาติ กลุ่มทุน รัฐบาลฉ้อฉลต่างๆ เราหวังว่าจะส่งประเทศดีๆให้กับพลเมืองดีๆในอนาคตขอย้ำอีกครั้งว่าทั้ง2คดีของนายทักษิณ และน.ส.แพทองธาร รวมถึงคดีชั้น14 ตนเชื่อว่าไม่รอด ถ้าพวกนั้นไม่รอดประเทศไทย และคนไทยทุกคนก็รอดหมด ดังนั้นการนัดหมายในครั้งหน้า ขอรอประเมินสถานการณ์ในอีกไม่กี่วัน ก็จะแจ้งให้ทราบ ขอให้ประชาชนเตรียมพร้อม เรานัดหมายกันได้ทุกวัน หวังว่าการนัดหมายครั้งหน้าจะเป็นจุดชี้ขาดสถานการณ์บ้านเมืองเรา

จากนั้นทางกลุ่มฯ ได้ร่วมกันร้องเพลงชาติไทย และประกาศยุติการชุมนุมในเวลาประมาณ18.05น.

Leave a comment