จากป่าสู่แก้วกาแฟ! กษ.ผนึกกำลังขับเคลื่อน ‘กาแฟคุณภาพภาคเหนือ’

จากป่าสู่แก้วกาแฟ! กษ.ผนึกกำลังขับเคลื่อน ‘กาแฟคุณภาพภาคเหนือ’

จากป่าสู่แก้วกาแฟ! กษ.ผนึกกำลังขับเคลื่อน ‘กาแฟคุณภาพภาคเหนือ’

วันเสาร์ ที่ 23 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 13.57 น.

กระทรวงเกษตรฯ เปิดโครงการ ‘กาแฟไทย เติบโตไปกับป่า สร้างคุณค่าให้โลก’ ยกระดับเกษตรกรสู่การผลิตที่ยั่งยืน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยกรมส่งเสริมการเกษตร ได้จัดงาน ‘กาแฟไทย เติบโตไปกับป่า สร้างคุณค่าให้โลก’ ขึ้นที่องค์การบริหารส่วนตำบลแม่นาจร อ.แม่แจ่ม จ.เชียงใหม่ ซึ่งเป็นก้าวสำคัญในการขับเคลื่อนกาแฟไทยสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน ด้วยการกำหนดพื้นที่เป้าหมายนำร่อง 1,000 ไร่ เพื่อส่งเสริมการผลิตกาแฟคุณภาพตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ

นายอัครา พรหมเผ่า รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า การยกระดับกาแฟครั้งนี้ไม่ได้มุ่งเน้นแค่การเพิ่มผลผลิต แต่เป็นการสร้างระบบเศรษฐกิจใหม่ที่เน้นให้เกษตรกรรายย่อย โดยเฉพาะในพื้นที่สูง มีโอกาสเข้าถึงตลาดและเป็นเจ้าของกิจการของตนเองอย่างแท้จริง ซึ่งโครงการนี้เป็นส่วนหนึ่งของบันทึกความเข้าใจ (MOU) ความร่วมมือระหว่าง 36 หน่วยงานทั้งภาครัฐ เอกชน และภาคประชาสังคม

‘เรามีเป้าหมายที่จะพัฒนาเกษตรกรกว่า 12,000 ครัวเรือนให้เข้าสู่ระบบการผลิตกาแฟคุณภาพภายใน 3 ปี โดยวันนี้เราได้นำร่องด้วยการมอบต้นกล้ากาแฟพันธุ์อะราบิกาคุณภาพดีกว่า 66,900 ต้น พร้อมองค์ความรู้ที่ครอบคลุมทุกขั้นตอนให้แก่เกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการ’ นายอัครา กล่าว

นายพีรพันธ์ คอทอง อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวเพิ่มเติมว่า กิจกรรมภายในงานมุ่งให้ความรู้แก่เกษตรกรในพื้นที่สำคัญอย่าง อ.แม่แจ่ม และ อ.แม่วาง โดยครอบคลุมตั้งแต่การเพาะกล้า การจัดการดิน การบริหารศัตรูพืช ไปจนถึงวิทยาการหลังการเก็บเกี่ยว รวมถึงความรู้เสริมด้านการตลาดและอาชีพบาริสต้า เพื่อเพิ่มมูลค่าให้แก่ผลผลิต

ปัจจุบันความต้องการบริโภคกาแฟในประเทศไทยมีแนวโน้มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่ผลผลิตในประเทศยังไม่เพียงพอ โดยในปี 2567/68 ประเทศไทยมีผลผลิตเพียง 14,665 ตัน ในขณะที่ความต้องการบริโภคสูงถึง 96,794 ตัน ดังนั้น การส่งเสริมและพัฒนากาแฟจึงเป็นโอกาสสำคัญของภาคเกษตรไทย

การขับเคลื่อนครั้งนี้ยังให้ความสำคัญกับการผลิตที่อยู่ร่วมกับธรรมชาติและไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม โดยมุ่งหวังให้เกิดระบบการผลิตที่โปร่งใสและสามารถตรวจสอบย้อนกลับได้ตามมาตรฐานสากล เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภคทั้งในและต่างประเทศในอนาคต ///-026

Leave a comment