
‘ดร.สามารถ’จี้ถาม ปมรถไฟฟ้า20บาท จะเอาเงินจากไหน ไปชดเชยให้เอกชน
วันพฤหัสบดี ที่ 28 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.
‘ดร.สามารถ’จี้ถาม ปมรถไฟฟ้า20บาท จะเอาเงินจากไหน ไปชดเชยให้เอกชน
“สามารถ ราชพลสิทธิ์”อดีตรองผู้ว่าฯกทม. พรรคประชาธิปัตย์ ตามบี้รถไฟฟ้า 20 บาททุกสาย หลังเลื่อนออกไป จี้ตามเอาเงินจากไหนไปชดเชยให้เอกชน จะแก้สัญญาสัมปทานหรือไม่หรือจะทำแค่ปีเดียวแล้วเลิกไปเลย
เมื่อวันที่ 27 สิงหาคม ดร.สามารถ ราชพลสิทธิ์ อดีตรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และอดีตรองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร โพสต์เฟซบุ๊ก กรณีนโยบายค่าโดยสารรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย ซึ่งมีประเด็นหลักที่ ดร.สามารถ ตั้งข้อสังเกตและตั้งคำถามไว้
โดยระบุว่า เลื่อน! รถไฟฟ้า 20 บาท “แม้ช้า… แต่ขอให้ยั่งยืน ไม่ใช่แค่ปีเดียว”หลายคนเฝ้ารอ 1 ตุลาคม 2568 จะได้ขึ้นรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย แต่ถึงวันนี้… ถูกเลื่อนไปเป็นกลางเดือนพฤศจิกายน 2568เหตุผลที่ได้ยินคือ… “กฎหมายยังไม่เสร็จ ต้องรอพระราชบัญญัติการบริหารจัดการระบบตั๋วร่วม (พรบ.ตั๋วร่วม) พรบ.การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย พ.ศ.2543 (พรบ. รฟม.) และกฎหมายลูก”
ฟังแล้วก็พอเข้าใจได้ แต่สิ่งที่คนอยากรู้จริงๆ ไม่ใช่แค่ว่า ทำไมเลื่อน แต่คือ… หลังจากนี้จะยั่งยืนจริงไหม?
1. คำถามที่อยากได้คำตอบ
(1) รัฐจะชดเชยเอกชนผู้รับสัมปทานอย่างไร? ใช้งบเท่าไหร่? หากในอนาคตมีการปรับขึ้นค่าโดยสารตามสัญญาสัมปทานเดิม การคำนวณเงินชดเชยของรัฐจะต้องปรับตามหรือไม่? (2) ตกลงกับเอกชนได้แล้วหรือยัง? ได้ยินมาว่า แค่ 1 ปีเท่านั้น… ปีต่อๆ ไปจะยังคง 20 บาทอยู่หรือไม่? (3) แก้ไขปรับปรุงสัญญาสัมปทานกับเอกชนแล้วหรือยัง?(4) จะนำเงินจากที่ไหนมาชดเชยให้เอกชน? และเงินจากแหล่งนั้นมีมากเพียงใด?
2. สิ่งที่ผู้ใช้รถไฟฟ้าต้องการ คนกรุงเทพฯ และปริมณฑลไม่อยากได้ “โปรโมชั่น 20 บาท ชั่วคราว” แต่ต้องการระบบขนส่งที่ยั่งยืนราคาเป็นธรรม และเข้าถึงได้จริง รถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย ไม่ควรเป็นเพียง “สโลแกนทางการเมือง” แต่ควรเป็นนโยบายถาวรที่ทำให้ชีวิตคนเมืองง่ายขึ้นจริง
3. บทสรุป เลื่อนเวลา… คนส่วนใหญ่เข้าใจได้ แต่สิ่งที่เลื่อนไม่ได้คือ “ความหวังของผู้ใช้รถไฟฟ้า” ที่หวังจะได้ใช้รถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย… ตลอดไป
วันเดียวกัน ได้มีการประชุมสภาผู้แทนราษฎร มีนายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร ทำหน้าที่ประธานการประชุมซึ่งเป็นวารพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ(พ.ร.บ.)การบริหารจัดการระบบตั๋วร่วม ในวาระ2-3 ต่อเนื่องจากการประชุมสัปดาห์ที่แล้ว
ทั้งนี้ ภายหลังสส.อภิปรายครบถ้วนทั้ง 54 มาตราแล้ว ที่ประชุมจึงลงมติเห็นชอบผ่านร่างพ.ร.บ.การบริหารจัดการระบบตั๋วร่วม ในวาระที่3 ด้วยคะแนนเสียง 382 ต่อ 0 งดออกเสียง 2 ไม่ลงคะแนน 5
นายธนกร วังบุญคงชนะ อดีตรัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯ และ สส.บัญชีรายชื่อ พรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.)เชื่อว่า เมื่อร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าวผ่านสภาแล้ว คาดว่าประชาชนจะสามารถเริ่มใช้สิทธิ์ “รถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย” ได้ทันตามกำหนดใหม่คือ 15 พฤศจิกายน 2568 ครอบคลุมโครงข่ายเส้นทางรถไฟฟ้าในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล จำนวน 10 สาย ได้ทันที