
แทงข้างหลัง!ชำแหละขบวนการ‘แยกทหารออกจากประชาชน’
วันพฤหัสบดี ที่ 28 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 09.06 น.
ชำแหละขบวนการ‘แยกทหารออกจากประชาชน’ แฉ‘นักการเมือง’แทงข้างหลัง ขืนให้บริหารประเทศ‘ไทยแพ้เขมรแน่’
28 สิงหาคม 2568 ปฏิพล อภิญญาณกุล นักเขียนชื่อดัง โพสต์ข้อความบนเฟซบุ๊ก Padipon Apinyankul ระบุว่า…
วิธีการทำลายทหารที่ดีที่สุดก็คือ “แยกทหารออกจากประชาชน”
การใช้กลยุทธ์แยกทหารออกจากประชาชน มีวิธีทำที่ลงทุนง่าย ๆ แค่ 2 วิธี คือ
1. ใช้บุคคลพูดด้วยวาจาอย่างต่อเนื่อง เป็นระยะ ๆ
2. ติดใบปลิวปล่อยข่าว โดยใช้สถานการณ์นั้น ๆ มาดัดแปลงถ้อยคำ และตั้งคำถาม ?
…
เช้ามืด ก่อนแสงสว่างจะกระจายมาถึงของวันที่ 25 สิงหาคม 2568 , ณ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน ซึ่งเป็นวันเดียวกับที่ แม่ทัพภาคที่ 2 พล.ท.บุญสิน พาดกลาง ได้ถูกเชิญมาเป็นวิทยากร
ป้ายใบปลิวนี้ ถูกติดเพื่อให้เกิดเป็นข่าว และก็ได้เป็นข่าวสมใจ ในเนื้อความของป้าย ใช้คำสั้น ๆ เพื่อตั้งคำถามด้อยค่าบุคคล ว่า
+ ลูกน้องเจ็บตาย คาชายแดน แม่ทัพโชว์แมน หาแสงส่อง
โดยฝีมือของกลุ่มที่เรียกตัวเองว่า กลุ่มเสรีเกษตรศาสตร์
สิ่งที่น่าตลกของวิธีนี้ก็คือ ไม่ได้ติดตามข่าวสารบ้านเมืองอย่างต่อเนื่อง
ตอนที่ลูกน้องทหารไทยเจ็บตายที่ชายแดน แม่ทัพภาคที่ 2 ก็ประจำอยู่ในพื้นที่ตลอดเวลา ท่านไม่ได้ออกมาโชว์แมนอย่างที่ประดิษฐ์วาทะกรรม
แม่ทัพกุ้ง ออกสื่อหลังจากมีการเจรจาสงบศึกแล้วต่างหากเล่า ช่วงก่อนหน้านั้นท่านไม่พูดอะไรเลย
การออกมาเล่าเรื่องแนวหน้า ก็เพื่อบอกเล่าให้เห็นสถานการณ์และจุดยืนของกองทัพ
ส่วนที่อ้างว่า ตนเองเองคือกลุ่มเสรีเกษตรศาสตร์ มันก็คือการ “เปลือย” ตัวเอง แบบหนังหน้าตึงและหนาถึง 3 นิ้ว
อะไรก็ตาม ที่ขึ้นต้นว่า “เสรี” หรือลงท้ายว่า “เสรี” . ล้วนคือพวกต่อต้านสังคม อ้างศักดินา อ้างชนชั้น อ้างความเสมอภาพ อ้างความเท่าเทียม
แท้จริง กลุ่มเสรีเหล่านี้ ก็เป็นแค่ “กระพี้” ที่ไม่มีแก่นข้างใน – มีหัวไว้แค่กั้นหูไม่ให้ติดกัน เท่านั้น
…
วิธีการแยกทหารออกจากประชาชน ด้วย
1. ใช้บุคคลพูดจา สร้างวาทะกรรมต่าง ๆ อย่างต่อเนื่องตามจังหวะและโอกาส อยู่เสมอ ๆ
2. ใช้สื่อ ใบปลิว ป้าย ตั้งคำถามที่เพื่อให้สังคมสงสัย โดยไม่สนใจคำตอบที่รู้อยู่แล้ว เพื่อด้อยค่าทำลายความเชื่อถือ
ต่างก็เป็นแผนต้องการชิงกระแสประชาชนให้ถอยห่างออกจากทหาร ..
ประเทศไทยนั้นเข้มแข็งได้ มาจาก 3 ส่วน คือ ประชาชน ทหาร และสถาบันพระมหากษัตริย์
โดยมีสิ่งที่เชื่อมต่อระหว่าง ประชาชน ทหาร สถาบัน นั้นคือนักการเมือง
ถ้าสถาบันอ่อนแอ ทหารอ่อนแอ เหลือเพียงแต่ประชาชน เท่านั้น .. พวกเขาย่อมเคว้งคว้าง
การเคว้งคว้างของประชาชน ทำให้เป็นช่องว่างที่นักการเมือง จะฉวยโอกาสนั้นดึงกระแสเข้าหาตนเองและพรรคพวก
เข้าใจหรือยัง ทำไมต้องด้อยค่าทำลายทหาร และสถาบัน
ทหารไม่ได้สู้รบกับศัตรูภายนอกประเทศเท่านั้น ยังต้องหวาดระแวง “การแทงข้างหลัง” ของนักการเมืองในประเทศอีกด้วย
…
วันนี้เราอาจจะชนะกัมพูชา แต่เรายังไม่ได้ชนะเด็ดขาดราบคาบ – มันเป็นแค่การชนะในระฆัง 2 ยกแรก
ซึ่งยังไม่อาจจะรู้ว่า ระฆังยกที่ 3-4-5 .. จนถึงยกที่ 10 จะถูกตีขึ้นอีกเมื่อไร
และวันนี้มีการตกแต่งคำใหม่ที่สวยหรูว่า
+ “สันติภาพจะไม่สามารถเบ่งบานได้ จากปลายกระบอกปืน”นั้น
เป็นสำนวนนิยายแห่งจินตนาการ ที่ละเลยความจริง
ซึ่งความจริงของโลกใบนี้ ได้ก่อเกิดสำนวนที่แท้จริงว่า
“สันติภาพ เกิดจากความกลัว”
ถ้าไม่กลัว การถกเถียงบนโต๊ะเจรจาก็ไม่มีวันยุติ
สงครามโลกทั้งสองครั้ง และสงครามย่อยตามชายแดนของประเทศต่าง ๆ ทั่วโลก ล้วนเป็นเช่นนี้ ดังนั้นในสมัยหน้า .. ถ้าอยากให้ประเทศไทยแพ้กัมพูชา
เราก็ควรเลือกกลุ่มนักการเมืองที่หวังทำลายทหารและสถาบันเข้ามาบริหารประเทศ
ให้ทหารไปขับเรือประมง จับปลาซะ