
29 ส.ค.ชี้ชะตาบ้านเมือง จากคดีพ่อ‘ซุกหุ้น’ถึง‘คลิปเสียง’ลูก ประวัติศาสตร์(ไม่)ซ้ำรอย?
วันพฤหัสบดี ที่ 28 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 08.08 น.
29 ส.ค.ชี้ชะตาบ้านเมือง จากคดีพ่อ‘ซุกหุ้น’ถึง‘คลิปเสียง’ลูก ประวัติศาสตร์(ไม่)ซ้ำรอย?
28 สิงหาคม 2568 นายสมชาย แสวงการ อดีตสมาชิกวุฒิสภา (อดีต สว.) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก “สมชาย แสวงการ” ระบุว่า…
#ประวัติศาสตร์(ไม่)ซ้ำรอย?
#29สิงหา #ชี้ชะตาบ้านเมือง
คำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญคดีพ่อซุกหุ้นคนขับรถคนรับใช้ เมื่อ 3 ส.ค.2544
#บกพร่องโดยสุจริต ด้วยเงื่อนงำของมติไม่ผิด 8:7 หรือมติผิด 7:6:2 นั้น
รายงานของคณะกรรมการอิสระตรวจสอบและค้นหาความจริงเพื่อความปรองดองแห่งชาติ (คอป) ระบุว่า คำวินิจฉัยคดีซุกหุ้นเป็นหนึ่งในสาเหตุวิกฤติบ้านเมืองในเวลาต่อๆมา“อำนาจตุลาการซึ่งควรมีบทบาทและหน้าที่ผดุงไว้ซึ่งหลักนิติธรรม ไม่สามารถยุติความขัดแย้งทางการเมืองได้ กลับเป็นผู้ละเมิดหลักนิติธรรมเสียเอง กลายเป็นปัญหารากเหง้าและปมปัญหาความขัดแย้งต่อมา …เป็นการบิดเบือน หักดิบกฎหมาย จึงเป็นจุดเริ่มต้นของความเคลือบแคลงในหลักนิติธรรม“
คำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญในคดีประวัติศาสตร์
คลิปสนทนาลับหลุดของลูกสาว อุ๊งอิ๊ง-uncleฮุนเซน ที่จะพิสูจน์ว่า
ไม่สุจริตเป็นที่ประจักษ์ ผิดจริยธรรมอย่างร้ายแรง
“เสียความลับชาติ เสื่อมเกียรติภูมิ
เสี่ยงสงคราม เสียอธิปไตยไทย”
ประวัติศาสตร์จะซ้ำรอยหรือไม่ พรุ่งนี้ 29 สค 68 คงรู้กันครับ
#เชื่อมั่นในหลักนิติธรรม
#เชื่อมั่นศาลรัฐธรรมนูญ
ดร.สมชาย แสวงการ
อดีตสมาชิกวุฒิสภา
28 ส.ค.2568
@คลิปสนทนาลับ 17นาทีเต็ม ผู้นำไทย-เขมร
Cr. https://thaipublica.org/…/Final-Report-TRCT_17-9-12_2.pdf
“คลิปหลุดดังกล่าว..ได้ชี้ให้เห็นถึงการกระทำผิดมาตรฐานจริยธรรมในฐานะนายกรัฐมนตรี..ในหลายประเด็น..อาทิ..การไม่ปกป้องอธิปไตย..เอกราชของราชอาณาจักร..การไม่รักษาเกียรติภูมิของประเทศและตำแหน่ง..การไม่รักษาความลับราชการ..การเปิดเผยข้อมูลให้ศัตรูได้เปรียบในการบ..การกล่าวหาแม่ทัพเป็นฝ่ายตรงข้ามกับตน..การยอมรับกระทำการใดๆ..ทุกประการตามคำสั่งของข้าศึก..การมีผลประโยชน์ส่วนตน ฯลฯ..อันเป็นการกระทำผิดกฎหมายความมั่นคงตามหมวด 3..เรื่องความผิดต่อความมั่นคงนอกราชอาณาจักร..ผิดประมวลจริยธรรมของผู้ดำรงตำแหน่งการเมือง..อันเป็นความผิดจริยธรรมอย่างร้ายแรง..และแสดงถึงความไม่ซื่อสัตย์สุจริตในการปฏิบัติหน้าที่นายกรัฐมนตรี”
“พี่น้องประชาชนไทยได้ฟังคลิปลับที่หลุดออกมากันแล้ว..และหากพิจารณาข้อเท็จจริงตามเอกสารและ Timeline..ที่เห็นชัดเจนเช่นนี้..คงวินิจฉัยได้เองแล้วครับ..ว่า แพทองธาร ชินวัตร..ได้กระทำผิดจริยธรรมอย่างร้ายแรง..ไม่สมควรเป็นนายกรัฐมนตรีของประเทศไทยอีกต่อไป
..ส่วนคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญในวันที่ 29 ส.ค.68 จะออกมาเช่นนี้หรือไม่..พวกเราที่เห็นพ้องตรงกันแล้ว คงต้องติดตามต่อไปครับ”