‘ปลอดประสพ’แจงแนวคิดจ่ายชดเชย’ชาวกัมพูชา’ ที่รุกล้ำอาศัยในไทย เกิดจากความรักชาติ

'ปลอดประสพ'แจงแนวคิดจ่ายชดเชย'ชาวกัมพูชา' ที่รุกล้ำอาศัยในไทย เกิดจากความรักชาติ

‘ปลอดประสพ’แจงแนวคิดจ่ายชดเชย’ชาวกัมพูชา’ ที่รุกล้ำอาศัยในไทย เกิดจากความรักชาติ

วันพฤหัสบดี ที่ 28 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 15.15 น.

‘ปลอดประสพ’ โร่แจงชงแนวคิดหักมุม ‘จ่ายเงินชดเชยชาวกัมพูชา’ ที่รุกล้ำอาศัยในไทย อ้างเกิดจากความรักชาติ หวังดีที่จะยุติพิพาทชายแดนโดยเร็ว ชี้หากสถานการณ์ยกระดับเป็นทางการเมืองจพยากต่อการแก้ไข 

วันที่ 28 สิงหาคม 2568 ที่รัฐสภา นายปลอดประสพ สุรัสวดี อดีตรองนายกรัฐมนตรี กล่าวชี้แจงกรณีที่เสนอให้มีการจ่ายเงินชดเชยแก่ชาวกัมพูชาที่อยู่อาศัยในพื้นที่รุกล้ำเขตแดนไทยว่า ข้อเสนอดังกล่าวเกิดจากความหวังดีและความรักชาติ ไม่ได้มีเจตนาอื่น พร้อมยอมรับฟังทุกความคิดเห็นที่แตกต่าง เพราะเชื่อว่าทุกฝ่ายต่างก็รักชาติเช่นเดียวกัน

นายปลอดประสพ กล่าวต่อว่า พื้นที่บ้านหนองจาน เดิมเคยเป็นป่าสงวนและต่อมาถูกประกาศเป็นป่าเสื่อมโทรม   ทำให้เกิดการออกเอกสารสิทธิ ส.ค.1 และ ส.ค.2 แต่ยังไม่ถึงขั้นเป็นโฉนดหรือ น.ส.3 ช่วงปี 2522 มีชาวกัมพูชากว่า1,000–2,000 คน หนีภัยจากเขมรแดงเข้ามาตั้งถิ่นฐาน และบางส่วนยังคงอาศัยอยู่จนถึงปัจจุบัน แม้พื้นที่นี้เป็นดินแดนไทยอย่างชัดเจนตามหลักเขตที่กำหนดไว้ในสัญญากับฝรั่งเศส แต่ก็มีปัญหาการอยู่อาศัยต่อเนื่องของชาวกัมพูชา

นายปลอดประสพ   กล่าวอีกว่า การจ่ายเงินชดเชยเป็นวิธีทำให้ไทยได้สิทธิในพื้นที่คืนโดยสมบูรณ์และรวดเร็วที่สุด  โดยไม่ต้องแลกด้วยการสูญเสียเลือดเนื้อของทั้งสองประเทศ  อีกทั้งยังป้องกันไม่ให้ชาวกัมพูชาบางกลุ่มใช้กฎหมายอ้างสิทธิครอบครองปรปักษ์  หลังอยู่อาศัยและใช้ประโยชน์พื้นที่ต่อเนื่องมานานกว่า 30 ปี

“การจ่ายชดเชยก็  เช่นเดียวกับการเวนคืนที่ดินเพื่อสร้างถนนหรือสนามบิน โดยอ้างอิงราคาประเมินของกรมที่ดินที่อยู่ในระดับไม่สูงนัก ต่ำกว่าหมื่นบาทต่อไร่ และย้ำว่าควรมองผลสำเร็จที่ไทยได้พื้นที่คืน มากกว่าการถือเป็นเรื่องเสียเกียรติยศชาติ” นายปลอดประสพ กล่าว

เมื่อถามว่าชาวกัมพูชาจะยอมรับข้อเสนอรับค่าชดเชยหรือไม่ นายปลอดประสพ กล่าวว่า อาจไม่ใช่เรื่องง่ายที่เขาจะรับข้อเสนอ และควรให้เป็นเรื่องของคนในพื้นที่มากกว่าการเมือง    เพราะหากยกระดับเป็นข้อพิพาททางการเมืองจะยิ่งยากต่อการแก้ไข ส่วนการสร้างรั้วชายแดนสามารถทำได้ก็ต่อเมื่อมีการตกลงเขตแดนแล้วเสร็จ เนื่องจากพื้นที่ดังกล่าวอยู่บริเวณหลักเขต 49–50   ซึ่งมีความสำคัญทางยุทธศาสตร์

เมื่อถามถึงกระแสเรียกร้องให้ยกเลิกบันทึกความเข้าใจ MOU43 และ  MOU44  นายปลอดประสพ กล่าวว่า เอกสารดังกล่าวเป็นเพียงกรอบการเจรจาที่อ้างอิงตามสนธิสัญญากับฝรั่งเศสเมื่อกว่า 100 ปีก่อน หากจะยกเลิกก็สามารถทำได้ แต่ต้องมี MOU ใหม่ขึ้นมาแทน  ไม่เช่นนั้นจะไม่มีกลไกสำหรับการเจรจา และหากไทย กัมพูชามีความจริงใจต่อกัน    ก็ไม่จำเป็นต้องยึดติดกับการปักปันเพราะหลักเขตมีความชัดเจนอยู่แล้ว

“ข้อเสนอจ่ายเงินชดเชยไม่ใช่การยกดินแดนให้กัมพูชา แต่เป็นทางออกเชิงปฏิบัติที่ทำให้ไทยได้ที่ดินคืนโดยไม่ต้องเผชิญความขัดแย้ง  พร้อมเรียกร้องให้ประชาชนเข้าใจเจตนาที่แท้จริง และร่วมกันหาทางออกอย่างสันติ โดยไม่ทำให้เกิดความแตกแยกภายในประเทศ” นายปลอดประสพ

Leave a comment