
‘ปธ.สภาฯ’เผย‘เพื่อไทย’แจ้งดึงกลับ แก้ใหม่คำร้องชงศาลฯวินิจฉัย‘อนุทิน-เท้ง’
วันจันทร์ ที่ 8 กันยายน พ.ศ. 2568, 14.55 น.
“ปธ.สภาฯ”เผย”เพื่อไทย”แจ้งดึงกลับคำร้อง ชงศาลฯวินิจฉัย”อนุทิน-เท้ง”ปม MOA กลับไปแก้ใหม่ ตรวจสอบรายชื่อ-เนื้อหาเพิ่มเติม รับเป็นเรื่องใหม่ที่เกิดขึ้น ยันหน้าที่เป็นกลางยึดรัฐธรรมนูญ
เมื่อวันที่ 8 กันยายน 2568 ที่รัฐสภา นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณกรณี สส.พรรคเพื่อไทย (พท.) เข้าชื่อยื่นศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยให้ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) และนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน (ปชน.) พ้นสมาชิกภาพ สส.จากข้อตกลง MOAว่า พรรคเพื่อไทยได้ยื่นหนังสือมาตั้งแต่วันที่ 5 ก.ย.แล้ว ซึ่งทางสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ได้ตรวจสอบรายชื่อ รวมถึงดูเนื้อหา เพื่อให้ประธานสภาฯ ได้พิจารณาส่งศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ซึ่งเดิมคิดว่าหากทุกอย่างเรียบร้อยจะส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญในวันนี้ แต่ได้รับการประสานงานจาก นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ในฐานะประธานวิปรัฐบาล เมื่อช่วงสายของวันนี้ ว่าจะมาขอรับเรื่องคืนเพื่อแก้ไขเรื่องรายชื่อ รวมถึงเนื้อหาใหม่ ซึ่งถือเป็นสิทธิ์ เพราะเรายังไม่ส่ง ซึ่งไม่ทราบว่าจะมารับวันที่ 9 หรือ 10 ก.ย.นี้
เมื่อถามว่า จากการตรวจสอบเนื้อหาสามารถที่จะส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญดำเนินการต่อได้หรือไม่ นายวันมูหะมัดนอร์ กล่าวว่า เราไม่สามารถไปวิเคราะห์เนื้อหาได้ แต่ต้องตรวจสอบความถูกต้องของรายชื่อ และเรื่องที่ส่งมา ส่วนว่าสาระจะส่งได้หรือไม่นั้น ตามรัฐธรรมนูญหากรายชื่อครบทุกอย่างก็เรียบร้อย เป็นหน้าที่ของประธานสภาฯ ที่จะต้องทำเรื่องส่งไปให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณา แต่ศาลจะรับหรือวินิจฉัยอย่างไร ก็เป็นอำนาจหน้าที่ของศาลรัฐธรรมนูญ
เมื่อถามว่า หากมีการนำเรื่องกลับไป จะต้องใช้เวลานานหรือไม่ จึงจะส่งกลับมาได้อีกครั้ง ประธานสภาฯ กล่าวว่า เป็นเรื่องของพรรคเพื่อไทย เห็นว่าเขาอาจจะมารับวันที่ 9 ก.ย.เมื่อถามว่า การยื่นร้อง MOA นั้น จะกระทบในอนาคตหรือไม่ หากพรรคการเมืองต้องมีการลงนามข้อตกลงการจัดตั้งรัฐบาล นายวันมูหะมัดนอร์ กล่าวว่า เป็นเรื่องใหม่ที่เกิดขึ้น และทางสภาฯ เราต้องทำหน้าที่เป็นกลาง และต้องปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญที่กำหนดไว้ ตนยังไม่อยากลงไปถึงเนื้อหา เพราะเป็นอำนาจหน้าที่ของผู้ร้อง หากเขาเห็นว่าไม่ถูกต้องเขาก็ร้องมา แต่การวินิจฉัยคำร้องจะเป็นอย่างไร ก็เป็นหน้าที่ของศาลรัฐธรรมนูญที่จะวินิจฉัยต่อไป