
3พรรคลุยไฟ เดินหน้าร่างรัฐธรรมนูญใหม่ เชื่อเสร็จทันใน4เดือน
วันศุกร์ ที่ 12 กันยายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.
3พรรคลุยไฟ เดินหน้าร่างรัฐธรรมนูญใหม่ เชื่อเสร็จทันใน4เดือน ‘ยุบสภา’ปลายม.ค.69
“พริษฐ์”เผย“ปชน.-พท.-ภท.”เห็นพ้อง เดินหน้าร่างรัฐธรรมนูญใหม่ ให้ทุกพรรคส่ง“โมเดล”สัปดาห์หน้าชงสภาแก้“ม.256”ก่อนทำประชามติ 2 ครั้ง เชื่อเสร็จทันภายใน 4 เดือน ปลาย ม.ค.2569 ยุบสภา-เลือกตั้ง ‘เพื่อไทย’เดินเกมเล็งแก้ให้‘รัฐสภา’ตั้ง‘ส.ส.ร.’เอง จ่อยื่นร่างแก้ไขรธน.ใหม่สัปดาห์หน้า ปลุกทุกพรรคการเมืองจับมือทำกติกาประเทศ ‘ภูมิธรรม’โวลั่น พท.จะแก้รธน.เป็นปชต.ดีกว่าเดิม เลขาฯกกต.โชว์ไทม์ไลน์เลือกตั้งปี69 ทั้งอบต.พัทยา-กทม.-สส.และประชามติ ย้ำเป็นปีปชต. จ่อคุยพร้อมหย่อนบัตรสส.คู่ประชามติ
เมื่อวันที่ 11 กันยายน 2568 ที่รัฐสภา นายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์กรณีคุณสมบัติของรัฐมนตรีในรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ซึ่งมีการวิพากษ์วิจารณ์ พรรคประชาชนอาจไม่กล้าตรวจสอบ อาทิ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ที่มีกรณีเรื่องเขากระโดงว่า เราต้องเข้าใจก่อนว่า รัฐมนตรีหลายคนที่ปรากฏชื่อตามข่าว ก็เป็นโจทก์เก่าของพรรคประชาชนทั้งนั้น หากถามว่าเราอยากให้เป็นแบบนั้นหรือไม่ ตนคิดว่าทุกคนคงเข้าใจ ว่าเรามีความคิดอย่างไร
‘ปชน.’ลั่นไม่ใช่ผู้จัดการรัฐบาล
นายรังสิมันต์ กล่าวต่อว่า ตนขอย้ำกับทุกฝ่ายว่า เราไม่ได้เป็นรัฐบาล และไม่ได้เป็นผู้จัดการรัฐบาล แต่สิ่งที่พรรคประชาชนตัดสินใจ คือเราเห็นแล้วว่า แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ไม่ว่าจะนายชัยเกษม นิติสิริ จากพรรคเพื่อไทยก็ระบุว่าตัวเองเป็นตุ๊กตา อาจมีอัศวินขี่ม้าขาว นายอนุทิน จากพรรคภูมิใจไทย ก็มาแสดงความจำนงว่า จะรับทุกข้อเสนอในสิ่งที่พรรคประชาชนมีความเห็นว่าจะเป็นทางออกของบ้านเมือง เราดูแล้วว่าสมมติหากคะแนนที่ออกมาเลือกใครไม่ได้และมีการเสนอซ้ำไม่ได้ ก็จะมีแคนดิเดตชุดต่อไป คือพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา องคมนตรี อดีตนายกรัฐมนตรี จากพรรครวมไทยสร้างชาติ นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ จากพรรคประชาธิปัตย์ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณจากพรรคพลังประชารัฐ นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค จากพรรครวมไทยสร้างชาติ ซึ่งเมื่อดูแล้ว มีการวางจังหวะเกมบางอย่าง ที่ทำให้ประเทศของเรากลับไปอยู่ในวังวนที่ไม่ควรจะเป็น เมื่อเป็นแบบนี้ เราจึงจำเป็นต้องเสนอทางออก และจำเป็นต้องมอบคะแนนเสียงของเราในการเลือกนายกรัฐมนตรี
ยันฝ่ายค้านพร้อมตรวจสอบเต็มที่
“เมื่อสถานการณ์มาถึงจุดนี้ ผมต้องขอยืนยันกับทุกคนว่า เราก็ทำแค่เพียงเท่านี้ เราไม่ได้เป็นผู้จัดการรัฐบาล ไม่ได้ไปกำหนดว่าเขาจะต้องมีนโยบายอื่นใดที่นอกเหนือไปจากข้อตกลง เราคงไม่สามารถจะไปก้าวล่วง เรื่องการตั้งใครเข้าไปเป็นคณะรัฐมนตรีอย่างไร ยืนยันว่า ไม่ว่าคุณจะตัดสินใจอย่างไร ก็แล้วแต่ ที่นอกเหนือจากข้อตกลง เราก็พร้อมตรวจสอบในฐานะฝ่ายค้านอย่างเต็มที่”นายรังสิมันต์ กล่าว
เมื่อถามถึงกรณีที่ถูกตั้งข้อสังเกตว่า เมื่อปรากฏรายชื่อผู้ที่จะเป็นรัฐมนตรี พรรคประชาชนไม่มีการแสดงความคิดเห็นเลย จะถือเป็นการอุ้มกันได้หรือไม่ นายรังสิมันต์ กล่าวว่า เราก็มีเสียงสะท้อน หากพูดอย่างเป็นธรรมกับพรรคประชาชน มีเสียงสะท้อนจากพรรคประชาชน และคนที่ทำงานกับพรรคประชาชนอยู่เรื่อยๆ เพียงแต่ว่าข่าวที่ออกมาจริงแค่ไหน เพราะตนดูแล้วโผก็ยังไม่นิ่ง เราเลยยังไม่รู้ว่าสุดท้ายจะเป็นอย่างไร แต่เมื่อถึงตอนแถลงนโยบายต่อรัฐสภา ทุกคนก็จะได้เห็นการทำหน้าที่ของพรรคประชาชนอย่างเต็มที่แน่นอน
โรม’แปลกใจไม่ให้ปชช.เลือกตั้ง‘ส.ส.ร.’
นายรังสิมันต์ ยังกล่าวถึงกรณีศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัย ต่อจำนวนการทำประชามติ 3 ครั้ง จะทำให้การแก้ไขรัฐธรรมนูญยากขึ้นหรือไม่ว่าต้องยอมรับว่ายังไม่สร้างความชัดเจน เพราะยังเกิดการถกเถียงกันว่าจะต้องทำ 2 หรือ 3 ครั้ง ซึ่งการทำประชามติหลายครั้ง ก็ต้องใช้ภาษีประชาชนจำนวนมาก การที่ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่า ส.ส.ร.มาจากการเลือกโดยตรงของประชาชนไม่ได้ซึ่งเป็นคำวินิจฉัยที่แปลก และอาจขัดต่อธรรมชาติของรัฐธรรมนูญ เพราะโดยทั่วไปรัฐธรรมนูญต้องมาจากประชาชน ยิ่งรัฐธรรมนูญมีส่วนเกี่ยวข้องกับประชาชนมากเท่าไหร่ ก็จะทำให้รัฐธรรมนูญฉบับนั้นมีความหมายซึ่งเราไม่อยากให้มีการฉีกทิ้งแบบที่ผ่านมา ดังนั้น การทำให้ประชาชนรู้สึกว่าเป็นเจ้าของรัฐธรรมนูญ จึงเป็นเรื่องสำคัญ
“การที่ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยเช่นนี้ จึงทำให้เกิดคำถามว่า ประชาชนจะรู้สึกว่าเป็นเจ้าของรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่ ทั้งนี้ ต้องไปดูเหตุผลของศาลในคำวินิจฉัยฉบับเต็ม รวมถึงจำนวนครั้งในการทำประชามติ คงจะเห็นภาพชัดเจนขึ้น ย้ำว่าทุกฝ่ายยังมีภารกิจร่วมกัน คือ การแก้ไขรัฐธรรมนูญ ในเรื่องของ ส.ส.ร.นั้น ผมคิดว่าไม่น่าจะอยู่ในคำวินิจฉัยของศาล แปลกใจเหมือนกันว่าทำไมศาลถึงมีคำวินิจฉัยแบบนี้”นายรังสิมันต์ กล่าว
ยืนยัน MOA ไม่เป็นเช็คเปล่า
เมื่อถามว่าจะกระทบกับMOAที่พรรคประชาชนทำกับพรรคภูมิใจไทย จนเป็นการตีเช็คเปล่าหรือไม่ นายรังสิมันต์กล่าวว่า ยังไม่เห็นผลกระทบอะไร เพราะขณะนี้ยังไม่มีสัญญาณละเมิดข้อตกลง หรือ ลักษณะที่จะไม่เกิดการแก้รัฐธรรมนูญ ดังนั้นอย่ารีบสรุปว่าจะมีการละเมิด MOA เพราะยังมีเวลาดูว่าแต่ละฝ่ายมีความจริงจังมากน้อยแค่ไหน ส่วนจะทันภายใน 4 เดือนหรือไม่นั้น อยู่ที่ว่าเราจะทำประชามติกี่ครั้ง และกี่คำถาม เบื้องต้นยังมองว่า 4 เดือนยังทัน เราอยากให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมมากที่สุด แต่คงต้องดูหลังจากเห็นคำวินิจฉัยเต็ม ย้ำว่าการที่ประชาชน จะเป็นเจ้าของรัฐธรรมนูญ ประชาชนต้องเป็นคนร่าง
“เรารู้อยู่แล้วว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญไม่ง่าย โดยเฉพาะเมื่อบรรดาองคาพยพคณะรัฐประหารปี 57 ยังมีอำนาจในรัฐบาลอยู่ก็ไม่ง่าย แต่เราพยายามสร้างความเป็นไปได้ทุกรูปแบบเท่าที่เป็นไปได้ ยืนยันว่า เราไม่ได้หวังอำนาจ แต่อยากฝ่าวิกฤติออกไป เพราะ 2 ปีที่ผ่านมามันสูญเปล่า”
มองพท.อยากทำทุกอย่างให้ปลอดภัย
เมื่อถามว่า ที่เป็นแบบนี้มองว่าเพราะเพื่อไทยเป็นยื่นดาบถามศาลรัฐธรรมนูญเองหรือไม่นายรังสิมันต์ กล่าวว่า เข้าใจว่าพรรคเพื่อไทยอยากทำทุกอย่างให้ปลอดภัยที่สุดแต่เมื่อศาลตอบกลับมาแบบนี้ ก็ทำให้เกิดการถกเถียงมากขึ้นจึงยังหาข้อยุติไม่ได้ เราหวังว่าคำวินิจฉัยศาลจะสร้างความกระจ่างให้มากกว่านี้ แต่น่าเสียดายที่ไม่ได้เป็นแบบนั้น ยังยืนยันว่าไม่มีความจำเป็นต้องไป ถามศาลรัฐธรรมนูญ แต่ก็เข้าใจความปรารถนาของพรรคเพื่อไทย
ขอรอดู‘ภูมิใจไทย’จะบิดพลิ้วหรือไม่
เมื่อถามว่าหากนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ตีความคำวินิจฉัย ในเรื่องจำนวนการทำประชามติและที่มาของ ส.ส.ร.ไม่ตรงกับพรรคประชาชนจะทำอย่างไร นายรังสิมันต์ กล่าวว่า ตนไม่อยากเดารอดูอีกสักนิดก็จะได้ความชัดเจน ส่วนกรณีที่พรรคภูมิใจไทยตั้งนายไชยชนก ชิดชอบ เลขาธิการพรรค มาศึกษาคำวินิจฉัยนั้น ตนขอคุยดูก่อน เมื่อถามว่าหากพรรคภูมิใจไทยบิดเบี้ยวการแก้รัฐธรรมนูญ พรรคประชาชนพร้อมจะใช้เสียงล้มรัฐบาลหรือไม่ นายรังสิมันต์ กล่าวว่า ขอให้รอดู อีกไม่นาน ก็จะได้ทราบว่าบิดพลิ้วหรือไม่ แต่ส่วนตัวก็หวังว่าทุกคนจะรักษาข้อตกลง
‘เพื่อไทย’เดินเกมลุยแก้ไขรธน.ใหม่
ที่รัฐสภา นายชูศักดิ์ ศิรินิล รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย นำแกนนำพรรคเพื่อไทย แถลงกรณีคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญเรื่องการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญที่ไม่ให้มีสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ(ส.ส.ร.)ที่มาจากการเลือกตั้งโดยตรงของประชาชน ว่า คำแถลงของศาลรัฐธรรมนูญ ยังมีประเด็นสับสนหลายเรื่อง โดยเฉพาะการไม่ให้เลือกผู้ร่างรัฐธรรมนูญโดยตรง เป็นการปฏิเสธส.ส.ร.จากการเลือกตั้งของประชาชน ถือว่าขัดต่อหลักที่ประชาชนมีอำนาจสถาปนารัฐธรรมนูญได้ ผลคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ แม้จะมีอุปสรรคเพิ่มขึ้น
เล็งแก้ให้‘รัฐสภา’ตั้ง‘ส.ส.ร.’เอง
แต่พรรคเพื่อไทยยังยืนยันให้จัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ให้เป็นประชาธิปไตย จะดำเนินการดังนี้
1.เมื่อศาลรัฐธรรมนูญระบุการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ต้องเป็นหมวด 15 เรื่องการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ ดังนั้นจึงต้องแก้ไขหมวด15 โดยให้รัฐสภาพิจารณาแก้ไข 3วาระ และนำไปทำประชามติ ตามมาตรา256(8) 2.การจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่ที่ไม่อาจทำได้โดยมีส.ส.ร.จากการเลือกตั้งของประชาชน พรรคเพื่อไทยเห็นว่า อาจทำโดยการเลือกส.ส.ร.ทางอ้อม ให้รัฐสภาทำ โดยแต่งตั้งส.ส.ร. หรือรัฐสภาตั้งกมธ.ของสภาฯก็ได้ จะใช้วิธีใดนั้น พรรคเพื่อไทยจะตั้งคณะทำงานขึ้นมาพิจารณา และนำเสนอตอนยื่นแก้ไขหมวด15 ต่อรัฐสภา
ยื่นร่างแก้ไขรธน.ใหม่สัปดาห์หน้า
นายชูศักดิ์ กล่าวต่อว่า ส่วนการทำประชามติที่จะทำครั้งที่1 และครั้งที่2 เมื่อใด หรือจะนำครั้งที่1และ2 มารวมกันหรือไม่ ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของรัฐบาล โดยคำถามประชามติในครั้งที่1และ2 ควรมี 2คำถามคือ ครั้งที่1 เห็นสมควรให้มีการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่ 2.เห็นชอบหลักเกณฑ์และวิธีการจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่หรือไม่
เมื่อถามว่าคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญเป็นการวัดใจรัฐบาลจะเดินหน้าจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่ นายชูศักดิ์ตอบว่า อย่ามองว่าวัดใจ การจะทำเรื่องนี้ได้เป็นหน้าที่รัฐบาลต้องไปคิดจะทำประชามติเมื่อใด และทำ 2ครั้งพร้อมกันหรือไม่ รัฐบาลจะโดดเดี่ยว หรือไม่ได้อะไรเลยไม่ได้ ทั้งนี้ พรรคเพื่อไทยจะยื่นแก้ไขรัฐธรรมนูญ หมวด 15 ให้เร็วที่สุด คาดว่าจะเป็นสัปดาห์หน้า เพราะร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญเดิมที่มีอยู่ในสภาฯใช้ไม่ได้แล้ว
ปลุกทุกพรรคจับมือทำกติกาประเทศ
ด้าน นายจาตุรนต์ ฉายแสง สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า พรรคเพื่อไทยจะเสนอญัตติให้แก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ มาตรา256ใหม่ ให้สอดคล้องคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อให้มีทางออกดีที่สุดให้ประชาชนมีส่วนร่วมจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ พรรคเพื่อไทยตั้งใจให้มีการร่วมมือระหว่างพรรคการเมือง ไม่แบ่งเขาแบ่งเรา เพื่อแก้ไขมาตรา256 การร่วมมือถ้าทำได้ จะเกิดกระบวนการทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่แต่ขณะนี้ครม.ยังไม่มีการแสดงความริเริ่มทำรัฐธรรมนูญใหม่
“ทั้งนี้ เมื่อคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญระบุให้การทำประชามติครั้งที่ 1 และ 2 ทำร่วมกันได้ อยากเรียกร้องรัฐบาลใหม่และพรรคการเมืองควรช่วยกันหาทางให้การจัดทำประชามติทั้ง 2 ครั้ง รวมกันเป็นครั้งเดียว เพื่อประหยัดเวลาและงบประมาณ แต่ต้องหารือกันก่อนจะแก้ไขมาตรา256อย่างไร ให้ได้รับความร่วมมือจากรัฐบาลที่มีความตั้งใจจริงในการแก้รัฐธรรมนูญ”นายจาตุรนต์ ย้ำ
‘อ้วน’โวจะแก้รธน.เป็นปชต.ดีกว่าเดิม
ที่กระทรวงมหาดไทย นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ในฐานะแกนนำพรรคเพื่อไทย (พท.) ให้สัมภาษณ์ถึงคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ ที่ไม่ให้มี สสร.จากการเลือกตั้ง ซึ่งผิดจาก MOA ระหว่างพรรคภูมิใจไทย (ภท.) กับพรรคประชาชน (ปชน.) ทำให้มองกันว่า พรรค ปชน.ถูกหลอกหรือไม่ว่าเรื่องนี้คงต้องถามพี่น้องประชาชน น่าจะรู้ดีว่าอะไรเป็นอะไร
ในส่วนของพรรค พท.ยังยืนยังอยู่ในจุดที่ต้องพยายามแก้ไขรัฐธรรมนูญให้เป็นประชาธิปไตยมากขึ้นให้ได้ อย่างน้อยต้องดีกว่าเดิม เพราะตนรู้อยู่แล้วและพูดมาตลอด ตอนเป็นคณะกรรมการศึกษาเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญรู้ว่ามันมีอุปสรรค มีข้อจำกัดเยอะ ไม่ได้จะแก้ให้เป็นประชาธิปไตยร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่จะทำให้เป็นประชาธิปไตยที่ดีกว่าเดิม
กกต.โชว์ไทม์ไลน์เลือกตั้งปี69ปีปชต.
นายแสวง บุญมี เลขาธิการกกต. กล่าวระหว่างเป็นประธานเปิดกิจกรรมแลกเปลี่ยนเรียนรู้สำนักงานกกต.และสื่อมวล ชนกับการจัดการเลือกตั้งตอนหนึ่งว่าในยุคที่ข้อมูลข่าวสารไหลบ่า บทบาทของสื่อมวลชนในระบบการปกครอง ระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุขเป็นกลไกสำคัญในการเชื่อมโยงระหว่างกกต.กับประชาชนปี2569 ประเทศไทยจะมีการเลือกตั้ง หลายประเภท เช่น การเลือกตั้งสมาชิกองค์การบริหารส่วนตำบล(อบต.) การเลือกตั้งสมาชิกกรุงเทพมหานคร เมืองพัทยา การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และการออกเสียงประชามติ ซึ่งเป็นภารกิจสำคัญต่อความเป็นไปของประเทศ
“จริงๆเรามีการเลือกตั้งตามกำหนดการทั่วไปคือการเลือกตั้งอบต.เกือบทั่วประเทศ และการเลือกตั้งรูปแบบการปกครองพิเศษ คือ กรุงเทพมหานครและพัทยา แต่เมื่อการเมืองเปลี่ยนเร็ว ก็มีสัญญาณที่เราเข้าใจตรงกันว่าจะมีการเลือกตั้งในปี2559ซึ่งไม่คิดว่าจะเร็วกว่านี้และมีการออกเสียงประชามติ ดังนั้นปี 2569จึงเป็นปีที่เต็มไปด้วยประชาธิปไตย เต็มเป็นไปด้วยพลังของประชาชนที่จะได้แสดงออกถึงความเป็นเจ้าของอำนาจอธิปไตยผ่านกระบวนการเลือกตั้ง”นายแสวง กล่าว
เล็งคุยหย่อนบัตรสส.คู่ประชามติ
นายแสวงยังกล่าวถึงการเปลี่ยนการเลือกตั้งและการออกเสียงประชามติ ว่า มั่นใจได้ระดับหนึ่งว่าปี 2569 จะมีการเลือกตั้งทั่วไป ถ้าเป็นไปตามที่ฝ่ายการเมือง ได้ให้สัญญากับประชาคมไว้ รวมทั้งการออกเสียงประชามติ ซึ่งศาลรัฐธรรมนูญได้มีคำวินิจฉัยเกี่ยวกับการทำประชามติออกมา จริงๆ กกต.เตรียมพร้อมตลอดเวลา เพราะเราทำมาตลอดที่จะต่างจากทุกครั้งคืออาจมีการเลือกตั้งตรงกับวันออกเสียงประชามติ ซึ่งมีการออกระเบียบฯรอไว้แล้ว รอผลบังคับใช้ของกฎหมาย ถ้าให้การออกเสียงประชามติ เป็นวันเดียวกับวันเลือกตั้งว่าจะถือว่าเป็นครั้งแรกของประเทศไทย ซึ่งเป็นอำนาจของนายกรัฐมนตรี หารือกับกกต.ตามมาตรา 9 ว่าจะจัดตรงกันหรือไม่ ถ้าตรงกันเราก็พร้อมที่จะจัด
ส่วนประสิทธิภาพที่จะจัดการเลือกตั้ง สำนักงาน กกต.ยืนยันว่าจะทำการแข่งขันให้มีความหมายกับการเลือกตั้ง เป็นที่ยอมรับ หากเราต้องเป็นที่ยอมรับการเมือง เมื่อประชาชนยอมรับบ้านเมืองก็เดินหน้าต่อไปได้อย่างเรียบร้อย เราคำนึงถึงข้อนี้เป็นอย่างดี โดยสำนักงานจะจัดทำให้ออกดีที่สุดและเป็นที่ยอมรับมากที่สุด