
‘อดีตบิ๊กข่าวกรอง’ ชี้ ‘เนปาลโมเดล’ คือบทเรียนความวุ่นวาย จากการแทรกแซงของตะวันตก
วันเสาร์ ที่ 13 กันยายน พ.ศ. 2568, 20.51 น.
วันที่ 13 กันยายน 2568 นายนันทิวัฒน์ สามารถ อดีตรองผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติ และเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว Nantiwat Samart ระบุว่า เนปาลโมเดล
ความรุนแรงที่เกิดขึ้นในเนปาลเพื่อต่อต้านรัฐบาลและนักการเมืองคอรัปชั่น คตโกง เป็นกลุ่มอภิสิทธิ์ชน สร้างความร่ำรวยจากการกดขี่ประชาชน
โดยมีเหตุปิดกั้นแพรตฟอร์มออนไลน์ ซึ่งเป็นทางออกเดียวของวันรุ่นในการใช้เสรีภาพในการรับรู้สิ่งนอกประเทศ การปืดกั้นสื่อออนไลน์กลายเป็นฟางเส้นสุดท้ายให้เกิดความรุนแรงขึ้นและฉุดไม่อยู่ ซึ่งแกนนำวัยรุ่นออกมาพูดในภายหลังว่า ขบวนการถูกแทรกแซงจากกลุ่มคนที่ไม่รู้จักและช่วงชิงการนำไปสร้างความรุนแรงเกินกว่าที่จะควบคุมได้
แต่นักการเมืองและกลุ่มนิยมความรุนแรงในไทย ที่คลั่งไคล้ตะวันตก ออกอาการกระดี้กระด้าถือเป็น
แรงบันดาลใจที่จะสร้างเหตุการณ์อย่างนี้ในไทยบ้าง
เหตุการณ์อาหรับสปริง ร่มเหลืองในฮ่องกง และเนปาล ล้วนเป็นผลงานปลุกปั่น ยุยงของตะวันตก
เพื่อสร้างเขตอิทธิพลปิดล้อมจีนและอินเดีย
จะมีคำถามว่า ตะวันตกทำอย่างนี้แล้วจะได้อะไร
ฝรั่งคาดหวังจะได้กลุ่มคนที่นิยมตะวันตกเป็นผู้ปกครอง มีรัฐบาลที่ต้องพึ่งพิงและได้รับการสนับสนุนจากตะวันตกเพื่อให้อยู่ในอำนาจ
การโค่นล้มสถาบันกษัตริย์ในเนปาลเมื่อสิบกว่า
ปีก่อน ได้สร้างแรงบันดาลใจให้คนที่เป็นปฏิปักษ์สถาบัน อยากโค่นล้มสถาบันในไทยจนเรียกเหตุการณ์โค่นล้มสถาบันกษัตริย์ในครั้งนั้นว่า
เนปาลโมเดล
แต่ความวุ่นวายที่เกิดขึ้นในเนปาลครั้งนี้ กลุ่มผู้
ชุมนุมเรียกร้องให้รื้อฟื้นสถาบันกษัตริย์ให้กลับ
คืนมา รวมทั้งภาพการแถลงข่าวของผู้บัญชาการกองทัพเพื่อควบคุมสถานการณ์มีภาพกษัตริย์เนปาลเป็นฉากหลัง
ทั้งหมดนี้ ไม่ใช่ว่าไทยไม่เคยเกิดเหตุการณ์รุนแรงวุ่นวายทางการเมือง ไทยเคยมีเหตุ6 ตุลาและ14 ตุลา รวมทั้ง เหตุเผาบ้านเผาเมืองของเสื้อแดงและพวก 3 นิ้ว เพียงแต่ว่า เจ้าหน้าที่สามารถควบคุมสถานการณ์ไว้ได้ และพลังจากคนรักชาติมีมากกว่าและแสดงการต่อต้านในทุกทาง
คนไทยต้องช่วยกันจับตามองเหตุผิดปกติและความเคลื่อนไหวของทูตฝรั่งต่างชาติ อย่ากระพริบตา