มจพ. จับมือ อว. พัฒนาต่อยอดหุ่นยนต์กวาดล้างทุ่นระเบิดอัจฉริยะ เสริมภารกิจความมั่นคงชาติ

มจพ. จับมือ อว. พัฒนาต่อยอดหุ่นยนต์กวาดล้างทุ่นระเบิดอัจฉริยะ เสริมภารกิจความมั่นคงชาติ

มจพ. จับมือ อว. พัฒนาต่อยอดหุ่นยนต์กวาดล้างทุ่นระเบิดอัจฉริยะ เสริมภารกิจความมั่นคงชาติ

วันจันทร์ ที่ 15 กันยายน พ.ศ. 2568, 14.09 น.

มจพ. จับมือ อว. พัฒนาต่อยอดหุ่นยนต์กวาดล้างทุ่นระเบิดอัจฉริยะ โดยใช้เทคโนโลยีเรดาร์ เสริมภารกิจความมั่นคงชาติ

15 กันยายน 2568 ณ ห้องประชุมชั้น 4 อาคารพระจอมเกล้า สำนักงานปลัดกระทรวง อว. ศ.ดร.ศุภชัย ปทุมนากุล ปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เข้าร่วมประชุมหารือกับผู้บริหารและนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ (มจพ.) ประกอบด้วย ศ.ดร.สมฤกษ์ จันทรอัมพร รองอธิการฝ่ายวิจัย รศ.ดร.กิตติชัย ธนทรัพย์สิน คณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์ และหัวหน้าศูนย์เทคโนโลยีอัจฉริยะเพื่อป้องกันประเทศ ผศ.ดร.สราวุฒิ สืบแย้ม ผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายการคลังและกิจการทั่วไป ศ.ดร.ฐิติพงษ์  เลิศวิริยะประภา รองผู้อำนวยการด้านยุทธศาสตร์นวัตกรรมสำนักวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และหัวหน้าศูนย์ปฏิบัติการเทคโนโลยีเรดาร์อุทยานเทคโนโลยี รศ.ดร.เอกรัฐ บุญภูงา ผู้เชี่ยวชาญระบบเรดาร์ศูนย์ปฏิบัติการเทคโนโลยีเรดาร์อุทยานเทคโนโลยี ผศ.นพดล พัดชื่น รองหัวหน้าศูนย์เทคโนโลยีอัจฉริยะเพื่อป้องกันประเทศ ภาควิชาวิศวกรรมการผลิตและหุ่นยนต์ คณะวิศวกรรมศาสตร์ และอาจารย์ ดร.พงศธร  สายสุจริต รักษาการแทนผู้อำนวยการ สถาบันเทคโนโลยีอวกาศนานาชาติเพื่อการพัฒนาเศรษฐกิจ มจพ. เพื่อต่อยอดการพัฒนาหุ่นยนต์กวาดล้างทุ่นระเบิดอัจฉริยะโดยใช้เทคโนโลยีเรดาร์ขั้นสูง“ สำหรับการตรวจจับ เก็บกู้ และทำลายทุ่นระเบิดในพื้นที่เสี่ยงภัยชายแดนไทย–กัมพูชา ซึ่งจะเป็นกำลังสำคัญในการสนับสนุนภารกิจของกองทัพบกในอนาคต

ที่ผ่านมา ทีม iRAP Robot ของ มจพ. ซึ่งคว้าแชมป์โลกมาแล้วกว่า 10 สมัย ได้รับการยอมรับในฐานะทีมวิจัยและนวัตกรรมหุ่นยนต์แถวหน้าของประเทศ ผลงานที่เคยสร้างชื่อ เช่น หุ่นยนต์ช่วยเหลือทางการแพทย์ช่วงวิกฤตโควิด-19 และหุ่นยนต์ที่ใช้ในเหตุการณ์ตึก สตง. ถล่ม ล้วนสะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อแก้ปัญหาสำคัญของชาติ สำหรับ หุ่นยนต์กวาดล้างทุ่นระเบิดอัจฉริยะ ได้ออกแบบให้มีโครงสร้างแข็งแรง สามารถกวาดล้างและจุดชนวนทำลายทุ่นระเบิดได้อย่างมีประสิทธิภาพ ขณะเดียวกันยังมีต้นทุนการผลิตไม่สูง จึงเหมาะสมต่อการนำไปใช้งานจริงในภาคสนามเพื่อสนับสนุนการทำงานของทหาร

ระบบสื่อสารของหุ่นยนต์ถูกพัฒนาขึ้นโดยเฉพาะจากฐานความรู้ด้านหุ่นยนต์กู้ภัย โดยไม่พึ่งพาอุปกรณ์เชิงพาณิชย์ทั่วไป ทำให้มีความเสถียรสูง ลดความเสี่ยงจากการถูกรบกวนหรือถูกดักสัญญาณจาก “แจมเมอร์” ของฝ่ายตรงข้าม ผู้ควบคุมสามารถสั่งการแบบไร้สายได้ในระยะไกลกว่า 200 เมตร เพิ่มความปลอดภัยให้กับเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานอย่างมีนัยสำคัญ

ซึ่งเมื่อวันที่ 19 สิงหาคม 2568 ที่ผ่านมา มจพ. ได้ส่งมอบหุ่นยนต์ฯ นี้ ให้กับกองกำลังสุรนารี กองทัพบก เพื่อนำไปใช้ในภารกิจจริงบริเวณชายแดนไทย–กัมพูชา โดยทำหน้าที่เคลื่อนที่นำหน้าเพื่อกวาดล้างพื้นที่แนวรบ ก่อนที่กำลังทหารจะเข้าไปสำรวจพื้นที่จริง ถือเป็นการเสริมเกราะป้องกันชีวิตและความปลอดภัยให้กับเจ้าหน้าที่ในภาคสนาม

ในอนาคต มจพ. มีแผนผลักดันการจัดตั้ง ศูนย์เทคโนโลยีอัจฉริยะเพื่อการป้องกันประเทศ (Intelligent Center of National Defense Technology: INDT) ร่วมกับกองทัพบก เพื่อพัฒนาขีดความสามารถด้านเทคโนโลยีความมั่นคงของประเทศอย่างยั่งยืน

ความสำเร็จครั้งนี้ไม่เพียงสะท้อนถึงศักยภาพด้านการวิจัยและนวัตกรรมของ มจพ. แต่ยังเป็นหลักฐานชัดเจนถึงบทบาทของมหาวิทยาลัยไทยที่สามารถสร้างเทคโนโลยีเพื่อความมั่นคงของชาติได้ด้วยฝีมือคนไทยเอง และสอดคล้องกับนโยบายของกระทรวง อว. ในการพัฒนาเทคโนโลยีป้องกันประเทศอย่างเป็นระบบ

Leave a comment