
เก่งและเร็ว! ‘เอกสิทธิ์’มอง เสถียรภาพ’รัฐบาลเสียงข้างน้อย’ต้องโชว์ฝีมือ
วันพฤหัสบดี ที่ 18 กันยายน พ.ศ. 2568, 17.15 น.
“เอกสิทธิ์”มอง เสถียรภาพรัฐบาลเสียงข้างน้อยต้องโชว์ฝีมือ ชี้เร่งเครื่องทำงานต้องเก่งและเร็ว ฝากสปีดแก้เศรษฐกิจปากท้องให้ประชาชน ควบคู่แก้รัฐธรรมนูญ
เมื่อวันที่ 18 กันยายน 2568 นายเอกสิทธ์ คุณานันทกุล ประธานสภาองค์การนายจ้างแห่งประเทศไทย (ECOT) ให้สัมภาษณ์ถึงมุมมองภาพลักษณ์ของคณะรัฐมนตรีในรัฐบาลชุดใหม่ ว่า มีการเชิญคนนอกเข้ามาเสริมโดยเฉพาะทีมเศรษฐกิจ ซึ่งเป็นผู้มีประสบการณ์ และประสบความสำเร็จในภาคธุรกิจมาหลายท่าน ซึ่งถือว่าหน้าตาภาพลักษณ์ดูดี เชื่อว่าจะเป็นความหวังทำประโยชน์ให้กับประชาชนได้ แต่เนื่องจากรัฐบาลได้ทำสัญญาไว้ว่าจะอยู่ในตำแหน่ง 4 เดือน การแก้ปัญหาเศรษฐกิจปากท้องให้พี่น้องประชาชนก็จะค่อนข้างลำบาก แม้ว่ารัฐมนตรีใน ครม.จะเก่งแค่ไหน แต่ในระยะเวลาแค่ 4 เดือนยังทำอะไรไม่ได้ ซึ่งหลายคนมีความรู้ความสามารถด้านธุรกิจ แต่ไม่มีประสบการณ์ทางการเมืองและไม่เคยบริหารราชการ ไม่ได้ทำงานกับข้าราชการประจำมาก่อน เพราะการทำงานภาครัฐไม่เหมือนภาคเอกชน ถือเป็นเรื่องท้าทายที่ต้องให้เวลาพิสูจน์
“หลายปีที่ผ่านมา พี่น้องประชาชนประสบกับปัญหาเศรษฐกิจมามากแล้ว ฝากถึงรัฐบาลชุดใหม่ให้ช่วยดูแลแก้ปัญหาปากท้องเศรษฐกิจของประเทศเป็นเรื่องเร่งด่วน หากมีเวลา 4 เดือน รัฐบาลทำให้สภาวะเศรษฐกิจดีขึ้นก็ถือว่าดีใจมากแล้ว”
ส่วนข้อกังวลเรื่องเสถียรภาพรัฐบาลเสียงข้างน้อยจะมีผลกระทบต่อการบริหารประเทศหรือไม่นั้น นายเอกสิทธิ์ กล่าวว่า รัฐบาลเสียงข้างน้อยถือว่ามีข้อดี เพราะรัฐบาลและรัฐมนตรีทุกคน ต้องทำงานอย่างเต็มที่ จะปล่อยปละละเลยหรือจะมาทำงานเช้าชามเย็นชามไม่ได้ เพราะเวลาน้อยต้องอาศัยเสียงฝ่ายค้านและฟังเสียงประชาชน แต่ถ้ามีเรื่องใดที่ฝ่ายค้านไม่เห็นด้วยและประชาชนคัดค้านรัฐบาลก็อยู่ต่อไม่ได้ ซึ่งเป็นเรื่องที่รัฐบาลต้องโชว์ฝีมือให้เห็นอย่างเต็มที่ ทำผลงานออกมาให้ดีที่สุด
“สิ่งสำคัญที่สุดคือต้องสร้างประโยชน์ให้กับประเทศชาติและทำผลงานออกมาให้เร็วที่สุด เก่งเท่านั้นไม่พอแต่ต้องเร็วด้วยในยุคนี้”
ทั้งนี้ นายเอกสิทธิ์ ยังฝากถึงพรรคฝ่ายค้าน ว่า ทุกคนมาเป็นตัวแทนของประชาชนในการทำงานบ้านเมืองแล้ว ก็ขอให้ร่วมมือกันผลักดัน ซึ่งทำหน้าที่ทั้งฝ่ายบริหารและฝ่ายตรวจสอบด้วยความเข้มแข็งทั้งคู่ ทำประโยชน์ให้กับประชาชนยึดมั่นประเทศชาติเป็นหลัก ซึ่งฝ่ายตรวจสอบเอง ก็ต้องทำงานเข้มแข็ง เรื่องการตรวจสอบปัญหาทุจริตคอรัปชันเป็นอุปสรรคสำคัญของการเจริญเติบโตของประเทศเรา พร้อมทั้งผลักดันกฎหมายต่างๆ ให้ผ่าน และเป็นหูเป็นตาแทนประชาชนในการตรวจสอบรัฐบาลด้วย
ผู้สื่อข่าวสอบถามถึงเรื่องที่รัฐบาลและฝ่ายค้านเห็นพ้องว่าควรเร่งแก้รัฐธรรมนูญ แทนที่จะเร่งแก้ปัญหาเศรษฐกิจนั้น ประธานสภาองค์การนายจ้างแห่งประเทศไทย มองว่า ควรจะทำควบคู่กันไป แต่ส่วนตัวเป็นห่วงเรื่องเศรษฐกิจมากกว่า แน่นอนว่าการแก้รัฐธรรมนูญเป็นสิ่งที่สำคัญต่อประชาชน ก็ต้องดำเนินการต่อไปควบคู่กับการแก้ปัญหาเศรษฐกิจ โดยเฉพาะปัจจุบันเรื่องปากท้องเศรษฐกิจของพี่น้องประชาชนเป็นเรื่องสำคัญที่ต้องรีบทำ
ทั้งนี้ ภาครัฐจะต้องหามาตรการออกมากระตุ้นเศรษฐกิจในระยะสั้นและระยะยาว แต่ในเมื่อรัฐบาลชุดนี้มีการให้สัญญาว่าจะอยู่ในตำแหน่ง 4 เดือน ก็จำเป็นต้องหามาตรการระยะสั้นออกมาก่อน เช่น มาตรการคนละครึ่ง ซึ่งได้ผลดี เพราะเคยใช้มาแล้ว เป็นจุดเริ่มต้นที่ดี แต่ก็ยังไม่พอ ซึ่งควรมีส่วนที่ต้องเพิ่มเติมอีก แต่ก็รู้สึกเป็นห่วงว่าแค่ 4 เดือน จะทำได้ทันหรือไม่
“ฝากพี่น้องประชาชนให้กำลังใจรัฐบาลด้วย ขณะเดียวกันฝ่ายค้านก็ต้องทำหน้าที่ตรวจสอบอย่างเข้มแข็ง เชื่อว่าแบบนี้ประเทศชาติจะไปได้ ต้องให้โอกาสรัฐบาลได้ทำงานแสดงฝีมือก่อนว่าจะทำได้หรือไม่” นายเอกสิทธิ์ กล่าว