‘ชลน่าน’ เปิดพิมพ์เขียว สสร. แบบใหม่ แก้เกมศาล รธน. รับ รธน.ฉบับใหม่

'ชลน่าน' เปิดพิมพ์เขียว สสร. แบบใหม่ แก้เกมศาล รธน. รับ รธน.ฉบับใหม่

‘ชลน่าน’ เปิดพิมพ์เขียว สสร. แบบใหม่ แก้เกมศาล รธน. รับ รธน.ฉบับใหม่

วันเสาร์ ที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2568, 11.21 น.

“ชลน่าน” มั่นใจส่งร่างแก้ไข รธน. หมวด 15/1 ทันสัปดาห์หน้า ยึดคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญเป็นบรรทัดฐาน ย้ำเลือก สสร.ทางอ้อม วางกรอบ 140-150 คน จากทุกจังหวัดและตัวแทนองค์กร

20 ก.ย.2568 ที่รัฐสภา นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว สส.น่านพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงความคืบหน้าการจัดทำร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ ว่ามีความคืบหน้า หลังจากได้ประชุมไป 3 ครั้ง โดยเมื่อวานนี้ 19 ก.ย.ที่ผ่านมา คณะทำงานได้มีการประชุมพิจารณาร่างที่ได้มีการยกร่างไปแล้ว และได้ให้ฝ่ายเลขาฯไปปรับแก้ เพราะเบื้องต้นร่างของพรรคเพื่อไทยเสร็จแล้ว เพียงแต่มีข้อทักท้วงที่ต้องปรับแก้ โดยหลักเรายึดหลักการวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญเพราะไม่อยากให้เป็นปัญหา และการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ เรามุ่งเน้นการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่เท่านั้น คือเพิ่มหมวด15/1 เข้าไป ตามมาตรา 256 เราไม่แตะประเด็นอื่นเลย เพราะระยะเวลามันสั้น จึงเน้นที่การจัดทำรัฐธรรมนูญ 

 นพ.ชลน่าน กล่าวว่า สิ่งที่เราต้องคำนึงคือผู้ยกร่างจะเป็นใคร เราใช้คำว่าสภาร่างรัฐธรรมนูญ (สสร.) เพราะจะเป็นถ้อยคำที่ต้องปรากฎในรัฐธรรมนูญ จึงคิดว่าสภาร่างเป็นที่รู้จักและเข้าใจ และเปิดช่องการมีส่วนร่วมมากที่สุด โดยที่มาของสภาร่างรัฐธรรมนูญ เราเลี่ยงไม่ให้ขัดกับคำวินิจฉัยของรัฐธรรมนูญ จึงใช้วิธีเลือกทางอ้อม ตอนนี้วางไว้ที่ 140-150 คน เนื่องจากยังมีองค์กรต่างๆที่ยังขาดหายไป และแบ่งที่มาออกเป็น 2 ส่วน คือ การมีส่วนร่วมของประชาชนให้มาจากแต่ละจังหวัดเพื่อเลือกเบื้องต้นมา ซึ่งแต่ละจังหวัดจะคำนวณจากฐานประชากรตั้งจำนวนไว้ที่ 100 คน แต่ผู้สมควรได้รับการคัดเลือกจะเป็น 2 เท่า ส่วนจังหวัดที่ค่าเฉลี่ยประชากรไม่ถึง 1 คน ก็จะปัดให้ส่งตัวแทนมา 2 คน และส่วนที่ 2 ที่มาจากองค์กรต่างๆ ให้ส่งตัวแทนมาผ่านการแต่งตั้งของสภา โดยเมื่อได้ทั้ง 2 ส่วนมาแล้ว รัฐสภาจะเป็นผู้แต่งตั้ง

ส่วนร่างของพรรคเพื่อไทยจะเสร็จทันภายในสัปดาห์หน้าหรือไม่ นพ.ชลน่าน กล่าวว่า ดูจากเวลาแล้วเรามั่นใจ ถ้าไม่มีปัญหาอุปสรรคอื่น และดูจากไทม์ไลน์ที่กระชับที่สุด วาระที่ 1 อย่างช้าต้องไม่เกินวันที่ 29 ต.ค. เพราะสภาผู้แทนราษฎรจะปิดสมัยประชุมวันที่ 31 ต.ค. และเปิดสมัยในวันที่ 12ธ.ค. ดังนั้นตั้งแต่ช่วงต้นเดือนตุลาคมจนถึง 30ต.ค. มีโอกาสเสนอและพิจารณาร่างได้ก่อนหน้านั้นด้วยซ้ำ ในชั้นรับหลักการและตั้งกรรมาธิการเพื่อพิจารณาร่าง พร้อมย้ำว่ามั่นใจดูจากไทม์ไลน์เสร็จทันแน่นอน และช้าสุดวาระ 3 ต้องไม่เกินกว่า 15ม.ค. 2569 หากดูจากวันแถลงนโยบายของรัฐบาลต่อรัฐสภา ซึ่งคาดว่าน่าจะเป็นวันที่ 29-30 ก.ย.นี้ และนับไปคำนวณเวลายุบสภา เว้นไว้ 15 วัน เพื่อส่งให้ทำประชามติ

Leave a comment