รมว.นฤมล ฝากทบทวนเกณฑ์ทุน ODOS ไม่ควรตีกรอบความยากจน ติดตามนักเรียนทุนกลับมามีงานรองรับพัฒนาประเทศ

รมว.นฤมล ฝากทบทวนเกณฑ์ทุน ODOS ไม่ควรตีกรอบความยากจน ติดตามนักเรียนทุนกลับมามีงานรองรับพัฒนาประเทศ

รมว.นฤมล ฝากทบทวนเกณฑ์ทุน ODOS ไม่ควรตีกรอบความยากจน ติดตามนักเรียนทุนกลับมามีงานรองรับพัฒนาประเทศ

วันศุกร์ ที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2568, 21.45 น.

“รมว.นฤมล” ฝากทบทวนเกณฑ์ทุน ODOS ไม่ควรตีกรอบความยากจน ติดตามนักเรียนทุนกลับมามีงานรองรับพัฒนาประเทศ

วันที่ 19 กันยายน 2568 ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ(รมว.ศธ.) เป็นประธานเปิดการประชุมชี้แจงสถานศึกษาในการรับสมัครนักเรียน นักศึกษา เข้าร่วมโครงการทุนการศึกษาเพื่อขยายโอกาสและพัฒนาประเทศ (ODOS) ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่5 (ม.5) และ ระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ ปีที่ 2 (ปวช.2) (รุ่นที่ 2) โดยมี ดร.ไกรยส ภัทราวาท ผู้จัดการกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.), นายยศพล เวณุโกเศศ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา, นายภูธร จันทะหงษ์ปุณยจรัสธำรง ผู้ตรวจราชการกระทรวงศึกษาธิการ และผู้ที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมประชุม ณ ห้องประชุมราชวัลลภ ชั้น 2 กระทรวงศึกษาธิการ 

ศ.ดร.นฤมล กล่าวว่า โครงการทุน ODOS เป็นโครงการที่รัฐบาลทำมาต่อเนื่องเพื่อลดความเหลื่อมล้ำส่งเสริมให้เด็กที่มีศักยภาพได้เข้าถึงการศึกษาได้มากขึ้น จะได้ไม่ติดอยู่กับกับดักความยากจน ซึ่งรุ่นนี้เป็นรุ่นที่ 2 แล้ว วันนี้ตนไม่ได้อยากจะมอบนโยบายเรื่องใดเกี่ยวกับโครงการดังกล่าว เพราะถือเป็นโครงการที่ดีที่สร้างโอกาสความเสมอภาคทางการศึกษา แต่อยากฝากการดำเนินโครงการทุน ODOS ในอนาคต อยากให้มีการทบทวนหลักเกณฑ์การให้ทุนที่ไม่ควรไปขีดเส้นความยากจนในรูปแบบเดียวกันทั้งประเทศ เพราะนักเรียนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร แม้ครอบครัวมีรายได้สูงกว่าเส้นความยากจน แต่เมื่อเปรียบเทียบค่าใช้จ่ายแล้วถือว่ามีค่าครองชีพที่สูงกว่าจังหวัดอื่น จึงถือว่ากลุ่มคนเหล่านี้ก็คือคนยากจนในเมืองเช่นเดียวกัน ดังนั้น จึงอยากให้คำนึงถึงจุดนี้ เพื่อให้นักเรียนในเมืองได้เข้าถึงโอกาสทุนดังกล่าวเช่นเดียวกัน 

ศ.ดร. นฤมล  กล่าวต่อว่า  ในประเด็นที่ตนอยากฝากผู้บริหารกองทุนฯ ดูรูปแบบการให้ทุนในครั้งนี้  คือ กลุ่มสาขาที่คัดเลือกผู้เรียน ไม่อยากให้จำกัดแค่กลุ่มวิชาสเต็มศึกษาเพียงอย่างเดียว ไม่ควรเน้นเฉพาะด้านวิทยาศาสตร์เท่านั้น อยากให้กระจายครอบคลุมไปยังกลุ่มทักษะด้านอื่นๆด้วย เช่น ทักษะด้านศิลปะ ด้านภาษา ด้านดนตรี ด้านกีฬา จิตวิทยาทางสังคม ก็น่าจะได้รับโอกาสส่งเสริมพัฒนา เพราะจำเป็นต่อการพัฒนาอนาคตประเทศเช่นเดียวกัน 

“และอยากฝากให้ ติดตาม ช้างเผือก หรือผู้ที่รับทุนโครงการไปแล้วว่า เมื่อเขาสำเร็จการศึกษากลับมาแล้วได้ไปทำงานใช้ทุนที่ไหน และมีรายได้ มีอาชีพรองรับหรือไม่ เนื่องจากที่ผ่านมาสมัยที่ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีกระทรวงเกษตรฯ หรือแม้กระทั่ง รมช.กระทรวงแรงงาน มีโอกาสเดินทางไปดูงานและได้พบนักเรียนทุน ODOS ทำให้ทราบว่านักเรียนทุนหลายคนเลือกที่จะอยู่ต่อในต่างประเทศสมัครงานทำเป็นลูกจ้างกับสถานทูตไทย ซึ่งเราจะมีวิธีอย่างไรที่จะนำนักเรียนทุนที่มีความรู้ความสามารถเหล่านี้กลับมาทำงานต่อที่ประเทศไทยได้ จึงขอฝากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปดูงานที่จะรองรับและสอดคล้องกับสาขาวิชาที่เด็กไปเรียนมาด้วย เพื่อเด็กกลับมาแล้วมีงานทำตรงกับวัตถุประสงค์ของโครงการฯว่ากลับมาพัฒนาประเทศในมิติต่างๆได้อย่างแท้จริง“ รมว.ศธ. กล่าว 

รมว.ศธ. กล่าวว่า สำหรับโครงการทุน ODOS รุ่นที่ 2 มีผู้สมัครจำนวน 1,200 คน ได้ทุนเรียนต่อต่างประเทศ จำนวน 100 คน ส่วนที่เหลือเป็นทุนศึกษาต่อในประเทศ ส่วนประเด็นที่หลายฝ่ายกังวลเรื่องทักษะภาษาอังกฤษของเด็กไทยที่จะไปเรียนต่อนั้น ดิฉันได้รับรายงานว่า มีการอบรมทดสอบภาษาอังกฤษระดับนานาชาติ จากสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) ไม่ต่ำกว่า 5.5 คะแนนจากคะแนนเต็ม 9 คะแนน ซึ่งถือว่าเป็นการทดสอบภาษาที่เข้มข้น เพื่อปูพื้นฐานให้เด็กก่อนไปสนามจริงในต่างแดน 
 

Leave a comment